ตอนที่ 900
บทที่ 900 ยุ่งไม่เข้าเรื่องมากเกินไป
October 31, 2026
บทที่ 900 ยุ่งไม่เข้าเรื่องมากเกินไป
ซ่านเซิ่งหานเมื่อออกมาจากพระตำหนักของฮ่องเต้ ก็มองเห็นรถม้าของลงเตี้ยมคันนั้นที่ตรงหน้าประตูไกลออกไป เดิมคิดว่าเป็นยู่จือกับขุนนางทูตของเย่นเจียงเข้ามาถามเรื่องเมืองเทียนซิงในก่อนหน้านี้ แต่เขากลับมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดธรรมดาจากระยะไกลที่ล้อมรอบไปด้วยบรรดานางกำนัลในวังกับขันที มีนางกำนัลหลายคนเดินไปด้วยคลุมเสื้อคลุมให้นางไปด้วย รวบผมยาวยุ่งๆไว้อย่างเร่งรีบ
กู้อ้าวเวยเองก็มองเห็นซ่านเซิ่งหานจากระยะไกลเหมือนกัน หลังจากปฏิกิริยาที่ตกใจก็คือการเช็ดดวงตาสีแดงก่ำ ตอนที่มาถึงตรงหน้าซ่านเซิ่งหานก็เหลียงมองเพียงแว๊บเดียว กลับถูกซ่านเซิ่งหานพูดห้ามขึ้นว่า “รอก่อน”
กู้อ้าวเวยหยุดฝีเท้า จับมุมปลายเสื้อคลุมด้านหนึ่งแล้วหันมา
ดวงตาสบตากัน ซ่านเซิ่งหานมองดูดวงตางดงามคู่นั้น เหมือนกับของยู่ชีงไม่มีผิด ตอนนี้ดวงตาค่อนข้างแดง ดูแล้วก็ค่อนข้างน่าสงสาร และในใจของเค้าก็มีความลังเล สุดท้ายก็อดทนไม่ไหวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เรื่องหยุนหว่านฮูหยิน เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง...”
“องค์ชายสามไม่รู้สึกว่าตัวเองยุ่งไม่เข้าเรื่องมากเกินไปหรือ?” กู้อ้าวเวยพูดตัดบทเขา สายตาเยือกเย็นลง หันกายเล็กน้อย แต่ก็ทำให้มีลมหนาวพัดผ่าน จะทำให้ในใจซ่านเซิ่งหานตกตะลึง
ท่าทีเคลื่อนไหวเล็กน้อย ซ่านเซิ่งหานกลับยกมือขึ้น “เห็นทีว่าข้าจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว ระหว่างเจ้ากับข้าไม่มีความหมายอะไรเลย?”
“หากระหว่างกับเจ้ายังเกี่ยวข้องอะไรกัน จะเป็นที่น่ารังเกียจมาก” ทิ้งคำพูดนี้ไว้อย่างเยือกเย็น กู้อ้าวเวยหันหลังจากไปด้วยดวงตาที่ยังคงยิ้มให้กับซ่านเซิ่งหาน เดินขึ้นรถม้าของโรงเตี้ยมนั้นแล้วค่อยๆจากไป
เขายืนอยู่กับที่เป็นเวลาเนิ่นนาน จนขันทีที่อยู่ด้านข้างเดินมากระซิบพูดขึ้นว่า “หากองค์ชายสามยังไม่กลับ ประตูวังจะปิดแล้ว....”
“ไปเถอะ” ซ่านเซิ่งหานได้สติกลับมา แล้วก็กลับจวนไป
สิ่งแรกที่ทำเมื่อกลับมาถึงจวน ก็คือให้คนนำจดหมายหนึ่งฉบับไปให้กับเฟิงฉีน ให้นางดูแลกู้อ้าวเวยให้ดี ส่วนอีกเรื่อง ก็คือให้นางคิดหาหนทางพากู้อ้าวเวยกลับมายังเมืองเทียนเหยียน ตอนนี้ยังไม่ต้องเล่นเรื่องอื่นๆให้นางฟัง
ข้อความในจดหมายมีรายละเอียดอย่างชัดเจนแล้ว
ส่วนตอนนี้เมืองเทียนซิง มีฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย น้ำไหลเชี่ยวจนไม่สามารถเดินทางทางน้ำได้ ในป่าก็เปียกชื้นไปทั้งหมด
เรือนเล็กภายในป่าได้ตูนเสบี่ยงไว้มาก แต่ขาดฟืนไม้ที่แห้ง ทำยังไงก็ไม่สามารถกำจัดความชื้นภายในห้อง เฟิงฉีนตากฝนมารับจดหมาย ตอนที่กลับมาเสื้อผ้าเปียกไปแล้วทั้งหมด ปิดแนบชิดอยู่กับกาย ในมือยังหอบฟืนแห้งกับผลไม้
กู้อ้าวเวยถูกขังไว้ในห้องเล็กๆที่ไม่มีแม้แต่หน้าต่าง รอจนเมื่อเฟิงฉีนกลับมาแล้วค่อยออกมา ในหูได้ยินเสียงฝนตกอยู่ตลอด นางงมองดูเฟิงฉีนวางสิ่งของเรียบร้อยแล้ว พร้อมพูดขึ้นว่า “คุณหนู พวกเรายังจะต้องกลับไปยังเมืองเทียนเหยียนอีกครั้ง”
“พวกเจ้าจับตัวข้ามา ตอนนี้ยังจะส่งข้าไปยังปากเสืออีก นี่ช่างขัดแย้งกันจริงๆ” กู้อ้าวเวยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พร้อมยกมือรินน้ำชาให้กับตัวเอง
“ไม่ใช่เป็นความขัดแย้ง พาท่านกลับไป แค่อยากให้ท่านได้เห็นธาตุแท้ของท่านอ๋องจิ้ง การไปเมืองเทียนเหยียนในครั้งนี้ ก็เพื่อหยุนหว่านฮูหยินด้วย” เฟิงฉีนท่องจำทุกอักษรในจดหมาย น้ำเสียงค่อนข้างแข็งทื่อ “หากท่านสามารถกลับไปคลายปมในใจของฮ่องเต้เมืองเทียนเหยียนได้ ฮ่องเต้ก็จะได้ปล่อยท่านกับหยุนหว่านฮูหยิน ยิ่งไปกว่านั้นในสำนักแคว้นชางหลาน ยังมีคนของตระกูลหยุนอยู่ไม่น้อย หากฮ่องเต้โกรธเคืองขึ้นมา....”
หยุดอยู่ตรงนี้ แล้วก็ไม่พูดต่อ
ในใจกู้อ้าวเวยรู้สึกค่อนข้างเบื่อหน่าย แต่ก็เพียงแค่พยักหัว “ก็ดี ออกเดินทางไปเลยไหม”
“แต่ตอนนี้มีฝนตกอยู่ตลอด หากระหว่างทางเกิด...” เฟิงจือพูดไม่ออก แววตากลับดูดีใจ มองดูท่าทีกู้อ้าวเวยที่ไม่สะทกสะท้าน ทำให้นางไม่ต้องพูดโน้มน้าวอะไรมาก
“ฝนนี้ดูท่าแล้วก็ไม่น่าจะหยุดตกในเร็ววัน ไปวันนี้หรือรออีกหลายวันก็มีค่าเท่ากัน ไม่มีอะไรแตกต่างกัน แต่ว่าระหว่างทางจะต้องเปลี่ยนม้าหลายตัว” กู้อ้าวเวยดื่มน้ำอีกแก้ว สีหน้าดูแย่กว่าปกติเล็กน้อย บรรยากาศที่มีฝนตกทุกวัน ขาทั้งสองข้างก็เจ็บปวดขึ้นมาอย่างไม่สามารถควบคุม ทรมานอย่างมาก