ตอนที่ 915
บทที่ 915 ใบสัญญาสมรสสีแดง
October 31, 2026
บทที่ 915 ใบสัญญาสมรสสีแดง
ตงฟางซวนเอ๋อถือร่มแล้วหายไปในฝน
ปิ่นปักผมหยกบนโต๊ะไม่ถูกแตะต้องเลยแม้แต่น้อย ข้างบนแกะสลักลายนก และก้อนเมฆ มีหยกสีเขียวอ่อนห้อยลงมา เป็นงานที่ค่อนข้างละเอียด ถึงแม้จะอยู่ในเมืองเทียนเหยียนก็คงหาสิ่งของชิ้นดีเช่นนี้มิได้
กู้อ้าวเวยในชุดสีเขียวอ่อนเดินมา ในขณะที่มองเห็นปิ่นปักผมหยกที่วางอยู่บนโต๊ะ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย นั่งลงข้างซ่านจินจื๋อ “ปิ่นหยกนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรหรือ?”
ซ่านจินจื๋อและกุ่ยเม่ยต่างก็เคร่งเครียดอยู่หลังม่าน ไม่พูดไม่จา
“เจ้าไม่สงสัยหรือว่านางมาทำการข้าอะไรกับข้า?” ซ่านจินจื๋อยักคิ้ว ยื่นไปจับปิ่นหยกนั้นมาก่อนที่นางจะยื่นมือไปหยิบ เก็บไว้ในฝ่ามือ “นี่เป็นของคนรุ่นเก่า ในอดีตนั้นมีเรื่องมากมายซับซ้อนจึงละเลย ลืมไปเลยว่าปิ่นหยกนี้เป็นของรักของหวงของท่าแม่ของนาง เป็นของที่ช่างเก่าแก่ที่เสียชีวิตไปแล้วแกะสลักไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน ราคาสูงเทียบแคว้น”
กู้อ้าวเวยเก็บมือด้วยหน้าตาเฉยเมย “ดูแล้วตงฟางซวนเอ๋อวางแผนมาอย่างดี”
“ข้าเคยพูดแล้ว ก่อนที่พวกเจ้าทั้งสองยังไม่รู้ความจริง ห้ามไปสืบเรื่องราวเด็ดขาด” ซ่านจินจื๋อมองออกไปด้านนอกเห็นฝนตกอ่อยๆ แล้วหันมามองหัวเข่าของนางด้วยความเคยชิน “หากเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ข้าให้คนส่งเจ้าไปพักผ่อนที่จี้ซื่อถางก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ”
“ข้าเองเป็นหมออยู่แล้ว อีกอย่างถึงข้าออกไปจากที่นี่ เจ้าเองก็ต้องส่งคนคอยติดตามข้าอยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องเสียเวลาเช่นนี้เล่า” พูดจบ กู้อ้าวเวยก็ออกไปโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน
หากไม่ใช่เพราะว่าร่างกายของนางมีความรู้สึกแปลกหน้า บางทีซ่านจินจื๋ออาจจะโดนหลอกไปแล้วก็ได้
กู้อ้าวเวยคนนี้ ในสายตาไม่มีใครเหมือนกัน เห็นแก่ส่วนรวม แม้กระทั่งอารมณ์ไม่ได้ พูดจาเสียดสีก็เลียนแบบได้เหมือนเจ็ดเปอร์เซ็นต์เลยล่ะ
หลังจากที่รอนางออกไป กุ่ยเม่ยจึงออกมาจากหลังม่าน และซ่านเชียนหยวนเองก็มีสีหน้าที่งงเหมือนกัน ปิ่นหยกนี้ต้องเป็นของสำคัญของหญิงสาวแน่ๆ แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเสด็จอานั้นมีเพื่อนคนไหนที่มีของสืบทอดเป็นปิ่นหยกล้ำค่า
“นี่เป็นปิ่นหยกที่หลินเอ๋อร์ใส่ประจำ นางพูดแค่ว่าแม่ของนางเป็นคนให้ไว้ ตอนนี้มาคิดดูแล้ว นี่คงเป็นของหยูนซี แต่ผ่านมาตั้งยี่สิบกว่าปี เสด็จพี่ของข้าไม่มีอำนาจและไม่มีกำลัง แล้วมีวิธีอะไรที่ทำให้หยูนซีสามารถซื้อของราคาแพงแบบนี้ได้” ซ่านจินจื๋อวางปิ่นหยกลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าที่หนักแน่น จับลายแกะสลักแล้วแกะหยกที่ห้อยไว้ออก จึงมองเห็นกระดาษที่ขึ้นราอยู่ด้านใน
เปิดออก ลายอักษรที่ปรากฏตรงหน้านั้นเลือนรางมองไม่ชัดแล้ว
ซ่านจินจื๋อมองดูสักพักก็อ่านไม่ชัดสักที จึงวางอยู่ด้านข้าง แล้วจัดปิ่นหยกให้ดี “เฉิงซาน ลองไปสืบดูว่าปิ่นหยกอันนี้เคยผ่านมือใครมาบ้าง”
“ขอรับ ท่านอ๋อง” เฉิงซานห่อปิ่นหยกนี้ด้วยความระมัดระวัง แล้วค่อยๆ ออกไป
นอกหน้าต่างฝนตกหนัก ซ่านเชียนหยวนอยากไปตามครูในห้องสมุดมาสอบถาม แต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ กุ่ยเม่ยหลบไปอยู่ด้านหลังผ้าม่าน ถึงเห็นว่ากู้อ้าวเวยที่ซ่านจินจื๋อพากลับมานั้นจับที่ประตูแล้วเดินไปอีกทาง
ซ่านจินจื๋อลุกขึ้น “เวยเอ๋อ”
“เจ้าอยู่นี่ได้อย่างไร?” กู้อ้าวเวยเดินถอยหลังไปด้วยความงงเล็กน้อย แล้วยืนมองพวกเขาที่ประตู ขยี้ศีรษะเล็กน้อย “เสี่ยวฮัวหายไป ข้ากำลังตามหาอยู่”
มองดูดีๆ ยังคงเห็นเสี่ยวป๋ายนอนอยู่ในอ้อมของนางด้วยความน่ารัก
“สายตาของเจ้ามองไม่ชัดยังจับแมวได้หรือ?” ซ่านจินจื๋ออดขำไม่ได้ ดึงนางเข้ามาแล้วปิดประตู เห็นนางยังคงระแวงและตัวเกรง จึงสั่งให้คนด้านนอกไปตามหาเสี่ยวฮัว
กุ่ยเม่ยเดินออกมาจากม่าน แล้วเห็นกู้อ้าวเวยขยับจมูก ขมวดคิ้วเล็กน้อย “กลิ่นแปลกๆ”