ตอนที่ 928
บทที่ 928 ปลอบใจ
October 31, 2026
บทที่ 928 ปลอบใจ
เช้าวันต่อมา ประตูวังหลวงเปิดออก
ซ่านจินจื๋อเปลี่ยนชุดประจำตำแหน่งแต่เช้าแล้วมารอที่หน้าประตูวัง เขาลงจากม้าแล้วก็หยิบป้ายประจำตัวออกมา เขาอยากจะพบซ่านต้วนโฉงก่อนการประชุมเช้า เหล่าทหารองครักษ์ก็รีบไปรายงานให้ทันที
หวางกงกงกำลังยุ่งอยู่กับการทำตามรับสั่งของฮ่องเต้พาเขามารออยู่ที่ห้องทรงอักษร เขาสั่งนางกำนัลกับขันทีให้เอาน้ำชากับอาหารเช้ามาให้ ซ่านจินจื๋อโบกมือ แล้วพูดว่า “เสด็จพี่ยุ่งไม่จำเป็นต้องออกมาพบข้าก็ได้ ที่ข้ามาในวันนี้ ก็แค่เอากระดาษที่มีข้อความสักสามแผ่นมา วันนี้เช้าครรภ์ของจี้ซูมีปัญหานิดหน่อย ประชุมเช้าในวันนี้ข้าก็คงไม่เข้า”
พูดจบ ซ่านจินจื๋อก็เอากระดาษวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็เดินออกไปเลย
หวางกงกงสั่งให้คนห้ามเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล ทำได้แค่นำจดหมายสองฉบับส่งไปให้ฮ่องเต้ในห้องบรรทมด้วยตัวเอง ตระกูลตงฟางเพิ่งจะแต่งตัวให้ซ่านต้วนโฉงเสร็จ เห็นหวางกงกงเอาของเข้ามา ก็พูดว่า “หม่อมฉันทูลลา”
“ไปเถอะ” ซ่านต้วนโฉงวางแขนลง นางกำนัลด้านหลังก็รีบนำป้ายหยกมาแขวนให้
ตระกูลตงฟางออกไปแล้ว หวางกงกงถึงได้นำจดหมายสองฉบับนั่นมอบให้เขา แล้วก็พูดคำพูดของซ่านจินจื๋อให้เขาฟังอีกรอบ เห็นซ่านต้วนโฉงขมวดคิ้วหนักมาก สายตาของเขาเหมือนลมพายุ แต่กลับถือกระดาษในมืออย่างระวังไม่ให้ยับเลย จากนั้นก็เก็บใส่กล่องที่มีกลไก
“เอามันส่งไปที่ห้องที” ซ่านต้วนโฉงปัดนางกำนัลสองคนออก แล้วเดินไปด้านนก “วันนี้ข้าไม่ค่อยสบาย สั่งให้หมอหลวงมาที่ห้องบรรทม ประชุมเช้ายกเลิก”
“พะยะค่ะ ฝ่าบาท” หวางกงกงถอยออกไปด้านข้าง แล้วนำกล่องเก็บใส่ตัว หลังจากคนถอยออกไปหมดแล้ว เขาก็แอบเดินไปที่ทางเล็ก ๆ ลึกลับเส้นหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน ขุนนางใหญ่สองคนของตระกูลตงฟางถูกเรียกให้ไปเฝ้าที่ห้องทรงอักษรตามลำพัง
พอตกเย็น ตงฟางซวนเอ๋อได้ยินสาวใช้มาส่งข่าวให้ะ สีหน้าของนางดูตกใจมาก “กู้อ้าวเวยคิดวิธีได้จริง ๆ เหรอเนี้ย?”
“ไม่เพียงแค่นี้ ท่านอ๋องจิ้งยังเรียกร้องให้ส่งตัวองค์หญิงหลิงเอ๋อร์ออกมา แต่เรื่องนี้ดำเนินการไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว หากเพียงเพราะสูตรยาเพียงครึ่งเดียวของกู้อ้าวเวยแล้วละทิ้ง ตระกูลตงฟางเหมือนจะเสียเปรียบ” สาวใช้หน้านิ่งลง เหมือนจะร้อนใจ
ตงฟางซวนเอ๋อกัดเล็บ หากรู้ว่ากู้อ้าวเวยมีเครื่องต่อรองยังไม่เอาออกมา นางก็ไม่น่าเอาปิ่นของหลิงเอ๋อร์ให้ซ่านจินจื๋อ แต่ตอนนี้ เจรจากับอ๋องจิ้งไม่สำเร็จ ฮ่องเต้เองก็กำลังจะถูกควบคุม สมควรตายจริง ๆ
นางเดินไปเดินมาในห้องหลายแล้ว แล้วพูดว่า “ข้าต้องไปหากู้อ้าวเวยสักครั้ง”
“คุณหนู ท่านยิ่งร้อนใจ ท่านก็จะยิ่งหลุดได้นะ” สาวใช้ดึงนางเอาไว้ แล้วพูดว่า “นายท่านสั่งให้มาส่งข่าวให้ท่าน หลายวันนี้ท่านต้องแกล้งเป็นไม่รู้เรื่องของตระกูลตงฟาง ตระกูลตงฟางเกิดเรื่องไม่เป็นไร ตอนนี้อ๋องจิ้งไม่ได้เย็นชาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หากท่านสามารถได้รับความเมตตาแม้แต่เพียงเล็กน้อย ตระกูลตงฟางก็จะยังมีหวังกลับมาอีกได้”
พูดจบแล้ว สาวใช้ก็ขยับมากระซิบข้างหูนางว่า “แม้แต่เด็กในท้องของจี้ซูก็ไม่ใช่ของท่านอ๋อง ทำไมคุณหนูถึงไม่หาตัวช่วยล่ะ ให้นางมาร้องขอตระกูลตงฟาง ท่านก็จะได้ประโยชน์จากทั้งสองทาง”
ตงฟางซวนเอ๋อเก็บสายตากลับมา แล้วมองไปที่สาวใช้อย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วถามว่า “เรื่องนี้จริงเหรอ?”
“หากท่านไม่เชื่อ ไว้ข้าน้อยจะนำหลักฐานมาให้ท่าน” สาวใช้มองไปที่ฟ้าที่มืดสนิท นางรีบเอากล่องอาหารกับเสื้อผ้าวางลง แล้วพูดว่า “คุณหนูต้องระวังตัวด้วย ข้าน้อยอยู่นานกว่านี้ไม่ได้ วันหน้าเกรงว่าคุณหนูต้องพึ่งตัวเองแล้ว”
นางโค้งคำนับ สาวใช้ทิ้งตั๋วเงินเอาไว้ส่วนหนึ่งแล้วก็กลับออกไป
ตงฟางซวนเอ๋อยืนเหม่ออยู่ในห้องนานมาก เพียงแต่นำกล่องที่ใส่ตั๋วเงินกับพวกเครื่องประดับไปเก็บไว้ใต้เตียง นางกัดเล็บแบบไม่สบายใจ ขาทั้งสองข้างของนางสั่นไม่หยุด
หากฮ่องเต้รู้ว่าตระกูลตงฟางของพวกนางใจกล้า เอาปิ่นหยกของหลิงเอ๋อร์แอบมามอบให้อ๋องจิ้ง ไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่ แต่เมื่อเป็นอย่างนั้น นางก็จะอยู่ในจวนอ๋องจิ้งแบบไม่มีใครช่วยอีก พอคิด ๆ ดูแล้ว มีเพียงเสด็จป้าฮองเฮาในวังที่เป็นที่พึ่งได้
“ก๊อก ก๊อก -------”
ประตูถูกเคาะ ตงฟางซวนเอ๋อสะดุ้งคืนสติกลับมา นางเอาเล็บที่กัดเก็บเข้าชายเสื้อไป แล้วทำเป็นสบาย ๆ ไปเปิดประตู นางเห็นจี้ซูยืนอยู่หน้าประตู จ้องไปที่หน้าของนาง “เมื่อกี้สาวใช้ของเจ้ามาหาข้า”