ตอนที่ 933
บทที่ 933 ตกใจเสียงฟ้าร้อง
October 31, 2026
บทที่ 933 ตกใจเสียงฟ้าร้อง
จุดธูปขอพร เสียงสวดมนต์ภาวนา
เสียงเคาะของกะโหลกปลาดังอยู่ในหูโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เหล่านักบวชต่างพากันทำวัตรเช้า กู้อ้าวเวยพิงอยู่ข้างหน้าต่างฟังอย่างจับจิตจับใจ ในมือมีไม้ที่แกะสลักให้ชิงจือ แม้แต่ทุกซอกมุมยังถูกนางจับจนทั่ว นางยิ่งสงสัยว่าชิงจือจะโกรธและโทษนางไหม
ถึงเสียงฝนตกนอกหน้าต่างจะยังไม่หยุด แต่กลับมีเสียงของคนที่คอยรับใช้นักบวชเดินไปเดินมา แต่ก็ยังคงเงียบสงบ
เมื่อคืนนางหลับได้ลึกมาก พอตื่นขึ้นมาซ่านจินจื๋อก็อยู่ข้างๆเตียงมองดูนางแล้ว ด้านหลังของเอวกับหัวเข่าถูกวางด้วยเบาะนิ่ม นางกลับจับผ้าห่มขึ้นมาอย่างเกรงใจ ฟังเสียงสั่งให้นางห้ามไปไหนของซ่านจินจื๋อ ถึงได้พิงกายอยู่ที่นี่ ในสมองว่างเปล่า
วันเวลาอันแสนโหดร้ายก่อนหน้านี้ถูกลืมไปหมดแล้ว……
“ปึ้ง——”
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังสนั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน ข้างๆหูของกู้อ้าวเวยมีเสียงรบกวนที่เหลือไว้อยู่นับไม่ถ้วน
พอรอจนเสียงรบกวนค่อยๆหายไป พวกเสียงเล็กเสียงน้อยก็ดังลอดเข้ามาในหู เสียงเท้าย่ำกับน้ำที่นองอยู่บนพื้นแฉะ เหล่านักบวชและข้ารับใช้ต่างร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัว กระเบื้องหลังคาที่อยู่บนหัวมีเสียงดังขึ้นมา นางตกใจเป็นการใหญ่ รีบลุกขึ้นจากเตียง กลัวว่าจะถูกพบเข้า จึงทำได้เพียงแค่ซ่อนตัวอยู่ตรงมุม
“ระวังหน่อย”คนที่อยู่บนหลังคาเอ่ยปากขึ้น
ใบหน้าของกู้อ้าวเวยเคร่งขรึมจับขวดยาที่อยู่ข้างๆมา แล้วสะบัดผ้าห่มที่ปกคลุมร่างกายออกไปปีนป่ายไปที่มุมหนึ่งของตู้ที่อยู่ข้างๆเตียง บนศีรษะที่ฝุ่นผงตกลงมา นอกหน้าต่างมีเสียงกรีดร้องอย่างตกใจของผู้คนดังขึ้น“รีบนำตัวคุณหนูกู้ไปรักษาในห้อง!”
“ในวัดไม่มีแม้แต่หมอสักคนเลยรึไงห้ะ!”
“ทางบนเขาถล่มแล้ว!”
มีคนจำนวนไม่น้อยโห่ตะโกนร้องอยู่ข้างนอก กู้อ้าวเวยกลั้นหายใจซุกตัวอยู่ในมุมหนึ่ง ได้ยินเสียงของกระเบื้องแตกเสียงดังแครกๆ เอ่ยเบาๆว่าแย่แล้ว นางรีบตะกายตัวไปอยู่ใต้เตียงโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น กลิ้งไปหนึ่งครั้ง เสียงกระเบื้องบนหลังคาก็แตกออกไป
“ปึ้ง!”
เสียงร่างกายดังกระทบเข้ากับเตียงทำให้ร่างกายของกู้อ้าวเวยแน่นขนัด แข็งทื่ออยู่กับที่ไม่สามารถขยับไปมาได้
น้ำฝนที่อยู่ในกระเบื้องไหลเทลงมา นางพึ่งขยับแขน ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นเพื่อหนีไปก็ได้ยินเสียงของประตูถูกเตะออกไป นางกัดฟันแน่น ในมือถือขวดยาแล้วกระแทกไปกับพื้น ควันสีเหลืองก็ถูกแผ่กระจายทั่วห้อง นางปีนขึ้นบนโต๊ะเปิดหน้าต่างออกด้วยขาสองข้างที่สั่นเทา
มีมือข้างหนึ่งกอดรัดที่เอวบางของนางแน่นจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงไป“ข้าเอง แค้กๆ”
“ซ่านจินจื๋อ?”กู้อ้าวเวยชะงักตะลึงไป รู้สึกได้เพียงว่าร่างกายเบาหวิว เหมือนกับถูกซ่านจินจื๋อพาเข้าไปในห้องแล้ว มีความรู้สึกที่น้ำฝนกระแทกโดนใบหน้า ความเย็นเข้าคืบคลานผ่านแขนและขาสองข้างตกใจจนทำให้นางกอดรัดไหล่ของซ่านจินจื๋อแน่น อกกว้างของฝ่ายตรงข้ามรู้สึกฟูขึ้นมา เสียงไอดังไม่หยุด
ซ่านจินจื๋อคอยปกป้องคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดออกไปจากข้างๆหน้าต่างอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงคำครหานินทาพวกนั้นเหล่าข้ารับใช้และนักบวชพานางไปที่ห้องเก็บฟืนที่ไม่มีคนรบกวน เสียงไอดังขึ้นไปกี่ครั้งก็คุกเข่าลงกับพื้น นำนางไปวางไว้บนฟางแห้ง“เจ้ายังคงไม่รู้จักรั้งรอทัพเพื่อรอจังหวะบุกโจมตี”
“ข้าต้องคิดให้สถานการณ์มันเป็นไปในทางที่แย่ก่อนนิ่”กู้อ้าวเวยล้วงยาถอนพิษในอกออกมาในใจของนางถึงแม้จะรู้ว่าเหตุการณ์มันผ่านไปแล้วแต่ก็ยังคงหวาดผวาอยู่ ปลายนิ้วกับขอสองข้างอดที่จะสั่นเทาไม่ได้ นางพยายามนวดคลึงมือเพื่อคลายความกดดันภายในหัวใจอย่างระวัง
กินยาถอนพาลงไป แล้วซ่านจินจื๋อก็วางเสื้อตัวนอกไว้บนร่างของตัวเอง อุ้มนางขึ้นมานั่งบนตักของตนเอง“ไม่มีอะไรแล้วนะ”
ขณะที่นั่งอยู่บนตักของชายหนุ่ม กู้อ้าวเวยลืมเขินอาย กลับกันยังเหมือนกับคนที่กำลังจมน้ำพยายามคว้าจับที่พึ่งสุดท้ายจับไปที่เสื้อของเขาแน่น ร่างกายครึ่งท่อนพิงไปกับร่างกายของเขา“ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“มีคนระเบิดทางบนภูเขา จะขังพวกเราไว้ที่นี่”ซ่านจินจื๋อลูบไปที่ที่รองเอวอันอ่อนนิ่มของนาง เพื่อเป็นการมั่นใจว่าไม่ได้หลวมหรือเปลี่ยนตำแหน่ง รู้สึกได้ถึงเสื้อผ้าที่ถูกนางจับจนแน่น เขาก็เอาศีรษะซุกเข้าไปในไหปลาร้าของกู้อ้าวเวยอยางกลัวเหตุการณ์เขาที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน“จริงๆเป็นวันที่ดีวันหนึ่งมันมีอะไรเกิดขึ้น”
“ชินแล้วก็ดี”กู้อ้าวเวยก็ซบเข้ากับกระดูกไหปลาร้าของเขาเช่นกัน
ตรงหน้าเหลือเพียงความมืดความรู้สึกแบบนี้ไม่ดีเลย
เพียงแต่ซ่านจินจื๋อสามารถมองเห็นร่างกายของนางที่ถูกเลือดเนื้อสาดกระเซ็นจนแดงฉาน ดวงตามืดมน ทหารยามที่เฝ้าอยู่ด้านนอกห้องเก็บฟืนค่อยๆเดินจากไปอย่างระมัดระวัง ซ่านจินจื๋อใช้เสื้อตัวนอกเช็ดหยดเลือดสีแดงในมือของนางออกไป แล้วพูดเสียงเบา“ตอนนี้ยังไปไหนไม่ได้ ห้องเก็บฟืนก็ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยเท่าไหร่”