ตอนที่ 937
บทที่ 937 ไม่สนใจ
October 31, 2026
บทที่ 937 ไม่สนใจ
เรื่องทุกอย่างถูกมอบให้ซ่านเชียนหยวนกับฉีหรัวเป็นคนจัดการ
กู้อ้าวเวยเดินกลับเข้าไปในห้องกับเฉิงซานอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะว่าต้องใส่ยาจึงทำให้พลาดเห็นรอยยิ้มน่าขยะแขยงบนใบหน้าของเฉิงซาน และได้พลาดเห็นดวงตาเป็นประกายของซ่านจินจื๋อที่เบิกตากว้างนอนอยู่บนเตียง
นางค่อยๆเดินไปนั่งด้านข้างของเตียงอย่างระมัดระวัง คลำหาขวดยาและหมอนสมุนไพรอย่างเคยชิน ไม่ได้นึกถึงว่าซ่านจินจื๋อจะรู้ว่านางวางยาถอนพิษไว้ที่ไหน
ซ่านจินจื๋อยอมให้นางทำทุกอย่าง
แต่ครั้งนี้กู้อ้าวเวยไม่ได้ปีนกลับขึ้นไปตำแหน่งเดิม แต่ยกมือขึ้นดึงผ้าพันแผลที่พันรอบดวงตาอยู่ พอคิดไม่ตกลังเลได้ครู่ใหญ่ก็ทุบเข้าไปที่แขนทั้งสองข้าง แล้วเอามือกอดอกอย่างกระฟัดกระเฟียด“นี่ไม่ใช่ความผิดข้าเสียหน่อย ถ้าหาก ตอนนั้นข้ารู้ว่าจะสูญเสียความทรงจำไหมมากมายขนาดนี้ ข้าคงจะพูดมันออกไปทั้งหมด”
ทั้งๆที่เป็นคำพูดที่หลอกตัวเอง แต่พอนางพูดมันออกไปทั้งหมดมันยิ่งกลับทำให้นางเศร้าหดหู่ใจมากยิ่งขึ้น นั่งอยู่บนเตียงใช้ปลายเท้าจิ้มลงกับพื้น เอียงศีรษะแล้วลุกขึ้นยืน คลำทางไปที่หน้าโต๊ะ คลำอยู่นานก็ไม่สามารถเปิดตลับหมึกขึ้นมาได้ กลับยังทำถูกมือของตัวเอง
ซ่านจินจื๋อที่ยังนอนอยู่บนเตียง เห็นใช้นิ้วโป้งจุ่มหมึกเขียนลงไปบนกระดาษทอดทิ้งตัวเองอย่างสิ้นหวัง พอเขียนเนื้อหาลงในกระดาษไปหลายแผ่น หลังจากนั้นก็ลูบคลำดูรอบหนึ่งแล้ววางไว้บนโต๊ะ ผลักประตูเปิดออกไปเรียกเฉิงซานที่อยู่ข้างนอก “เฉิงซาน ข้าอยากไปที่ห้องครัว พอเขาตื่นเจ้าก็เรียกเขาให้อ่านสิ่งที่อยู่บนโต๊ะนะ”
“ข้าน้อยจะไปกับท่าน”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวรอเขาตื่นเขาจะไปหาบรรดาหญิงในครอบครัว เจ้าต้องไปเป็นเพื่อนเขา ไม่อย่างนั้นจะจับได้เสียก่อน”กู้อ้าวเวยทำมือเป็นสัญญาณให้เงียบ จับแขนเสื้อองครักษ์อีกคนหนึ่งแล้วค่อยๆเดินจากไป
ในตอนที่เฉิงซานกำลังผลักประตูเดินเข้าไปภายในห้อง ซ่านจินจื๋อก็ได้จับกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด บนโต๊ะมีน้ำหมึกที่หล่นกระจัดกระจายเต็มโต๊ะ และมือที่ถือกระดาษอยู่นั้นก็ไม่เรียบร้อย เนื้อหาในนั้นก็มีเพียงไม่กี่คำเท่านั้น
“ไปดูพวกนางหน่อยเถอะ อย่าได้พิรุธ”
“ข้ารู้ว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บ ยังจะปิดบังข้าเพื่อไปหารือกับซ่านเชียนหยวนอีก ที่วางยาสลบเจ้าข้าไม่ได้มีประสงค์ร้าย”
“ข้าไม่สนว่ารอบกายเจ้าจะมีผู้หญิงสักกี่คน ข้าสนใจแค่ว่ามีใครรักเจ้าบ้างและเป็นหญิงที่เจ้ารัก”
ตัวอักษรเนื้อหาในกระดาษสามแผ่นนั้นล้วนเป็นคำพูดที่ดื้อร้น หยดหมึกที่แตกกระจายสาดกระเซ็นไปทั่วเป็นเหมือนดั่งดวงดาวที่บนท้องห้าที่ร้อยเรียงอยู่ภายในหัวใจ
แต่แผ่นสุดท้ายกลับเขียนอย่างระมัดระวัง“ความจริงข้าเก็บเจ้าไว้ข้างกาย แล้วตนเองไปจัดการเรื่องพวกนั้น เพื่อเป็นการเติมเต็มความเห็นแก่ตัวเล็กๆภายในใจของข้า”
ตรงมุมกระดาษยังมีรอยนิ้วมือเล็กๆปั๊มอยู่ตรงนั้น
นางจะพูดความจริงก็ดี หรือนางจะแสร้งทำเป็นออดอ้อนก็ดี ในขณะที่นางไม่สนใจไยดีนั้น ความเสแสร้งของผู้หญิงคนนี้ก็ค่อยๆหายไปเรื่อยๆ แต่ในตอนที่ยังไม่ทันได้รู้สึกตัวนั้น ก็ได้ยอมยกชายกระโปรงขึ้นมาแล้วพักแขนเสื้อขึ้น ก้าวเข้าไปที่เหวลึกของซ่านจินจื๋อ กระทั่งว่ายังช่วยเขาบังแดดบังลมฝนท่านอ๋องเช่นเขา
บาดแผลบนแขนคันจนแทบทนไม่ไหว มักจะกระจายตัวไปทั่วแขนขาในขณะที่มีความเจ็บปวดก็ยังถูกปลอบประโลมเช่นกัน
พอวางมือลงจากกระดาษข้อความ ซ่านจินจื๋อก็พูดด้วยเสียงเบา“เมื่อคืนในตอนที่ข้าหลับอยู่นั้น นางได้เห็นบาดแผลที่อยู่บนแขนของข้าหรือไม่?”
“ไม่เห็นขอรับ”เฉิงซานส่ายหน้า แล้วก็ทำท่าทำทางเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ พลางเอ่ยเสียงเบาไปว่า“แต่เมื่อวานนางค่อยๆผละจากตัวท่าน กลัวว่าจะทับโดนแผลของท่าน”
ถึงว่าล่ะตอนที่ตื่นขึ้นมานางถึงกอดผ้านวมนอนอยู่ตรงมุมนั้น
มุมปากของซ่านจินจื๋อยกขึ้นอย่างยิ้มๆ แล้วพูดว่า“ข้าต้องขอบคุณฉีหรัวจริงๆ”
“ในตอนนั้น ท่านอ๋องได้ยินเรื่องที่คุณหนูพูดตอนอยู่ห้องโถงหรอขอรับ?”เฉิงซานเงยหน้าขึ้นมา
“อย่างไรเสียนางก็มองไม่เห็นข้า เมื่อคืนข้าออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอกมีอะไรหรือ?”ซ่านจินจื๋อกวักมือเรียก ให้ข้ารับใช้นำยามาเปลี่ยนให้ตนเอง แล้วค่อยๆเดินไปที่ห้องครัว
ด้านหน้าลานมีคนอยู่เต็มไปหมด ถึงกู้อ้าวเวยจะนั่งอยู่ในห้องครัวแล้วไม่มีใครรู้