ตอนที่ 938
บทที่ 938 ไม่มีเหตุผล
October 31, 2026
บทที่ 938 ไม่มีเหตุผล
ถ้าหากเป็นเพียงแค่การใส่ร้ายธรรมดาๆเพื่อเป็นการปั่นป่วน ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ได้รับความเสียหาย
แต่ถ้าคิดในมุมกลับกัน คนที่ยิ่งจัดการเรื่องนี้อย่างระมัดระวังมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นอันตรายมากเท่านั้น เป็นอย่างที่พวกคุณหนูฐานะร่ำรวยในร้าน ยิ่งคาดหวังว่าสิ่งที่พวกเขาซื้อจะไม่ใช่สิ่งที่ล้ำค่า พวกนางก็ยิ่งชื่นชอบ‘เสแสร้ง’แล้วพูดกันถึงเรื่องเครื่องสำอางไปด้วย กลับกันเป็นสิ่งที่ชอบมากที่สุด
แต่ในจำนวนสามคนนี้ ยิ่งไม่กล้าที่จะโผล่หางออกมาให้เห็นจับพิรุธได้ ยิ่งน่าสงสัยเป็นอย่างมาก
พหลังจากที่พูดจบประโยคนี้ ซ่านจินจื๋อก็แทบอยากจะตรงดิ่งกลับไปหากู้อ้าวเวยทันที อยากจะไปดูว่าหลังจากที่นางได้พูดความจริงทั้งหมดออกไปแล้วจะเป็นอย่างไร แต่พอกลับเข้ามาภายในห้อง นางก็กำลังจัดเรียงยาสมุนไพรที่เหลืออยู่น้อยนิด ข้ารับใช้ทั้งสองก็นำยาสมุนไพรพวกนั้นไปบดให้ละเอียดตามที่นางสั่ง
พอได้ยินเสียงฝีเท้าของซ่านจินจื๋อ แล้วแผ่นหลังของนางก็ถูกแนบลงด้วยความอบอุ่น ร่างกายของกู้อ้าวเวยชะงักงันไป สุดท้ายก็ยอมแพ้ปล่อยร่างกายให้นิดสนิทในอ้อมกอดของเขา แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า“จัดการเรื่องเสร็จหมดแล้วหรอ?”
“ในเมื่อรู้ว่าข้าได้รับบาดเจ็บ ยังจะวางยาสลบข้าอีก”น้ำเสียงของซ่านจินจื๋อดูเล็กน้อย แต่บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มบางๆ มือข้างหนึ่งเชยไปที่คางของนางแล้วใช้น้ำเสียงที่หนักขึ้น“ข้ามีหมอที่เก่งขนาดนี้นอนอยู่ข้างกายข้า แต่กลับให้ข้าไปหาหญิงอื่นอย่างงั้นหรือ?”
กู้อ้าวเวยที่ยอมแพ้กับเหตุผลตรงหน้าเม้มปากเล็กน้อย ปล่อยให้ซ่านจินจื๋อรักษาท่าที่เงยหน้าไว้ แล้วพูดเสียงเบา“ต้องเห็นแก่ส่วนรวม”
“ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างนั้นหรือ?”ซ่านจินจื๋อแกล้งทำเป็นโกรธ ก้มหน้าลงมองไปที่นาง“ในสายตาของเจ้า ข้าเป็นคนที่ไม่สำคัญเลยใช่ไหม?”
“ไม่นะ”กู้อ้าวเวยแทบจะกัดฟันบีบเคล้นสองคำนี้ลอดไรฟันออกมา พบว่าซ่านจินจื๋อใช้แรงมากขึ้นและยังไม่ยอมพูดยอมจา ในใจเต้นตึกตัก คิดว่าเขาโกรธจริงๆ จึงโผงออกไปหนึ่งคำ“ข้าหลับตาอยู่จะถอดเสื้อผ้าเจ้าอย่างไร ถ้าข้าทำเจ้าตื่น มันจะ……น่าอายไม่ใช่หรอ”
พอพูดจบ เสียงของนางก็ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ
พอนึกคิดอย่างละเอียด ในเมื่อถอดเสื้อผ้าเขาแล้ว ทำให้เขาตื่นมันก็ไม่มีอะไรนิ่……
“ไม่สิ!”นางร้องขึ้นมาอย่างตกใจ ใช้มือตบไปที่โต๊ะอย่างแรง“ทั้งๆที่เจ้าปิดบังข้าก่อน แล้วมันเรื่องอะไรที่ตอนนี้เจ้าต้องมาโทษข้าด้วย เจ้าเป็นท่านอ๋องไม่ใช่นักเลงนะ!”
พูดจบ นางเงื้อมือขึ้นตบมือของซ่านจินจื๋อ แล้วยืนขึ้นมาจากเก้าอี้
ซ่านจินจื๋อหัวเราะพลางดึงนางไม่ยอมปล่อยไปด้วย“เป็นความผิดของข้าเอง”
“เป็นความผิดของเจ้าที่ไม่ถอดเสื้อผ้าขึ้นมานอนบนเตียงอย่างนั้นหรอ?”กู้อ้าวเวยก็ขมวดคิ้วขึ้นตาม ข้ารับใช้ทั้งสองคนที่กำลังบดยาอยู่ก้มหน้าลงหัวเราะอย่างอดไม่ได้
เฉิงซานดึงหน้าเย็นชาดึงแขนข้ารับใช้ทั้งสองที่ไม่เข้าใจ
ซ่านจินจื๋อคิดไม่ถึงว่ากู้อ้าวเวยจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ จึงทำได้เพียงแค่ถอดเสื้อตัวนอกแล้วนั่งอยู่บนเตียง เขากำลังมองดูกู้อ้าวเวยแหะผ้าพันปิดตาออกอย่างช้าๆ พูดขึ้นมาว่า“จางเหยียงซานบอกว่าห้ามแกะออกมา”
“ถ้าหากข้ามองไม่เห็น แผลของเจ้าเมื่อไหร่จะหายกัน?”กู้อ้าวเวยใช้น้ำสะอาดทำความสะอาดขี้ผึ้งที่แปะอยู่บนรอบดวงตา หลังจากที่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ภาพตรงหน้าก็กลายเป็นภาพเบลอๆ แต่ว่าชัดเจนกว่าเมื่อก่อนมาก นางทำได้แค่กินยาแล้ว นั่งลงข้างๆซ่านจินจื๋อ แล้วหรี่ตาลง
แผลที่ถูกเผาไหม้น่ากลัวยิ่งนัก แม้แต่ซ่านจินจื๋อยังต้องรู้สึกขนลุก แต่กู้อ้าวเวยก็ค่อยๆหยิบยาขี้ผึ้งขึ้นมา มือข้างหนึ่งจับไหล่อันแข็งแกร่งไว้ มืออีกข้างก็แทบจะใช้แรงน้อยที่สุดในการใส่ยา นางพูดขึ้นด้วยเสียงเบา“แผลไหม้ต้องทำความสะอาดทุกวัน อีกทั้งวันๆจะปิดแผลอย่างนี้ไม่ได้ แผลของเจ้าใหญ่ขนาดนี้ควรที่จะให้แผลโดนลมบ้าง”
“บ่าวไพร่ไม่ได้พูด”ซ่านจินจื๋อพูดขึ้นอย่างเชื่อฟัง
“ตอนนี้ข้าพูดแล้ว กลางคืนแขนข้างนี้อย่าได้ห่มผ้าห่มเด็ดขาด กลางดึกต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนยาอีกหนึ่งรอบ ไม่เกินเจ็ดแปดวันก็สามารถใช้ผ้าพันแผลปิดไว้แล้ว”กู้อ้าวเวยเอ่ยเสียงเบา ตัวแทบจะแนบชิดไปกับแผลทั้งตัว ถึงได้มองเห็นเนื้อบนที่ถูกขูดกำจัดออกไปชัดเจน ตำแหน่งแผลไหม้ที่ถูกระเบิดพวกนั้น
พอดูแบบนี้แล้ว ก็ยิ่งทำให้คนกลัวมากยิ่งขึ้น
กู้อ้าวเวยจับไปที่กล้ามเนื้อของเขา แล้วเงยหน้าขึ้นมาแตะไปที่หน้าผากของเขา มีความร้อน