ตอนที่ 944
บทที่ 944 หมู่บ้านประมงที่แสงอันตราย
October 31, 2026
บทที่ 944 หมู่บ้านประมงที่แสงอันตราย
พอได้ยินชื่อของกุ่ยเม่ย กู้อ้าวเวยก็ตื่นขึ้นมา
ซ่านจินจื๋อสั่งให้คนบอกให้คนนำความลับเข้ามาอย่าให้คนรู้ ยืนขึ้นมาพร้อมกับหยิบชุดของตงฟางซวนเอ๋อขึ้นมาด้วย เอ่ยเสียงเบา“ตอนนี้ตงฟางซวนเอ๋อถูกจองจำ เสื้อผ้าพวกนี้ก็ไม่จำเป็นสำหรับนางแล้ว”
“ชุดผ้าขี้ริ้วก็ดีอยู่แล้วนิ่”
“ถ้าอย่างงั้นพี่ชายเจ้าเห็นไม่เอาข้าตายหรอ”ซ่านจินจื๋อเดินไปข้างหน้า ช่วยนางจัดระเบียบเสื้อ แล้วค่อยๆลูบผ่านท้ายทอยของนางไป ร่องรอยสีเทาหม่นก่อนหน้าตอนนี้ได้หายไปหมดแล้ว แกผ้าพันแผลที่พันรอบดวงตาลงมา ทำให้เห็นดวงตาคู่สีเทาหม่นคู่นั้นกำลังจ้องมองเขาอยู่
“ข้าไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่ชายแน่”กู้อ้าวเวยพูดอู้ๆอี้ๆ สวมชุดสีน้ำเงินครามลุกขึ้นยืน“แต่มาได้จังหวะพอดีเลย ทางที่ดีพาข้าลงเขาไปด้วยเลย เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอะไร”
“อืม”หัวใจที่เหมือนกับแขวนไว้บนปากเหวในที่สุดก็โล่งใจ
พอมาถึงห้องข้างๆ กุ่ยเม่ยที่สวมชุดยาวที่เทาเข้ม ด้านหลังมีพวกยาถูกวางไว้บนเก้าอี้ กุ่ยเม่ยทำเพียงแค่มองผ่านนางไปแวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นมาว่า“พวกเจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เมื่อวาน ไทเฮาถูกรับตัวกลับไปจากอารามไป๋หม่า องค์ชายสามเป็นคนพาเข้าวังหลวง ตอนเช้าตรู่ คนที่ลงจากเขาน้อยลงไปกว่าครึ่งหนึ่ง ข้าจึงพาสองคนนี้ขึ้นมา”
พอเพียงแค่มองอย่างละเอียด ซ่านจินจื๋อจะพบว่าคนสองคนที่อยู่ด้านหลังกุ่ยเม่ยไม่ใช่คนของแคว้นชางหลาน
แต่หลังจากที่กุ่ยเม่ยมองเห็นสายตาที่มองมาของซ่านจินจื๋อจึงยกมือขึ้นทำท่าคารวะ แล้วพูดขึ้นมาว่า“อย่างไรเสียวันนี้ก็ไม่อยู่ที่เดียวกัน”
“ไม่เป็นไรหรอก เจ้าพาเวยเอ๋อไปเถอะ ข้าจะรอจนกว่าทางบนเขาเรียบร้อยจะตามลงไป”เขายังมีเรื่องที่จะถามตงฟางซวนเอ๋อไม่น้อย ถ้าหากซ่านต้วนโฉงมีความคิดอยากจะลากพวกเขาไปฝังหลุมด้วยกัน แน่นอนว่าเขามีแผนอย่างอื่น
กุ่ยเม่ยพยักหน้า พึ่งเดินไปข้างกู้อ้าวเวยแต่นางกลับเบี่ยงตัวหลบ
กู้อ้าวเวยเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วดึงมือของซ่านจินจื๋อ แล้วกระซิบกระซาบพูดเสียงเบา“ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือได้ยังไง”
นัยน์ตามีความกังวลแวบผ่าน ซ่านจินจื๋อหันหน้ากลับไปมองดวงตาอันมุ่งมั่นคู่นั้น เพียงแค่ยกมือขึ้นบีบแก้มของนาง นำป้ายตำแหน่งที่ห้อยอยู่ตรงเอวยัดเข้าไปในมือของนาง แล้วพูดขึ้นมาว่า“ต้องระวังนะ”
“เจ้าก็เหมือนกัน”ตอนนี้คนที่มีอันตรายมากที่สุด ไม่ใช่กู้อ้าวเวยคนเดียวแล้ว
ปลายนิ้วจากไป กู้อ้าวเวยหันกลับไปเดินไปยืนข้างๆกุ่ยเม่ย ซ่านจินจื๋อสั่งให้คนนำยาที่เหลือไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด อีกด้านก็พยายามคิดหาวิธีขุดเปิดทางบนเขาให้ผ่านได้ ต่างวุ่นวายกันไม่หยุด
สายตาของกุ่ยเม่ยมองไปที่ทั้งสองไปๆมาๆ สุดท้ายก็พูดอยู่ด้านหลังของกู้อ้าวเวย“ระหว่างพวกเจ้าสองคนเหมือนจะมีอะไรแตกต่างออกไปนะ?หรือคิดอะไรขึ้นมาได้ล่ะ?”
“ไม่มีอะไรแปลกนิ่ เป็นเจ้าที่คิดมากเกินไปต่างหาก”กู้อ้าวเวยกอดคอของกุ่ยเม่ย ในตอนที่พิงไปกับแผ่นหลังของเขายังไม่ลืมที่จะตามไปว่า“เพราะเหตุใดถึงไม่มีเบาะแสของยู่จือล่ะ?”
“หลายวันก่อนนางถูกเรียกตัวเข้าวังหลวง บอกว่าให้เข้าไปรับใช้งานเฝ้าสังเกตดวงดาวเพื่อคำนวณและประกาศใช้ปฏิทินหลวงแล้วก็ไม่พบนางอีกเลย ข้ากับคนของท่านอ๋องเข้าไปไม่ได้ แต่ก็ได้ข่าวจากใต้เท้าเมิ่งว่ายู่จือไม่เป็นอะไร”กุ่ยเม่ยพูดขึ้น เสียงนั่นค่อยๆกดต่ำลงเสียงอ้อมผ่านป่าเขาลำเนาไพรมายังสวนด้านหลัง ทางบนเขาของที่นี่คดเคี้ยว มาวันนี้ยังดีที่ไม่ได้ฝนตกถึงได้สามารถเดินผ่านได้
ทางเท้าเปียกลื่น ในโพรงจมูกคละคลุ้งเต็มไปด้วยกลิ่นสาบของโคลน
กู้อ้าวเวยเดินอย่างระมัดระวัง กุ่ยเม่ยที่อยู่ด้านล่างเพียงแค่ยกมุมปากขึ้น เขามักจะรู้สึกว่ากู้อ้าวเวยในตอนนี้อ่อนโยนขึ้นมาก การพูดการจาก็ไม่ได้บีบเคล้นบังคับคนอื่นอีกแล้ว
ตลอดทางลงจากเขา หลังจากที่เอานางนั่งบนรถม้าแล้ว กุ่ยเม่ยนำขวดยาขวดหนึ่งยื่นไปให้กู้อ้าวเวยไป“นี่เป็นยาที่จางเหยียงซานบอกให้ข้านำมาให้เจ้า บอกว่าเป็นยาที่ช่วยรักษาดวงตา เขายังบอกอีกด้วยว่าลูกที่อยู่ในครรภ์ของจี้ซูเกรงว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่วันแล้ว”