ตอนที่ 945
บทที่ 945 ทดลองยาพิษ
October 31, 2026
บทที่ 945 ทดลองยาพิษ
หมู่บ้านประมงอยู่ไม่ไกล แต่เวลาเที่ยงบ่ายเช่นนี้ ทั้งหมู่บ้านประมงนอกจากทางเข้าที่ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนาแล้ว บ้านเรือนทั้งหมู่บ้านประมงต่างปิดประตูกันหมด เงียบไปหมด บนท่ามีเรือถูกสายน้ำกระทบจนเรือกระแทกกับฝั่งดั่งปึ้งๆ
กุ่ยเม่ยอุ้มกู้อ้าวเวยลงจากรถม้า กู้อ้าวเวยสัมผัสไม่ได้ว่าตกลงหมู่บ้านประมงแห่งนี้มีปัญหาอะไรกันแน่ แต่ดวงตาทั้งคู่กลับไม่สามารถมองเห็นอะไร ตามไปมีแต่จะเป็นภาระ นางจึงนำไม้ไผ่ส่งมอบให้กุ่ยเม่ยไป“ขอเพียงแค่ละแวกนี้มียาสลบหรือยาพิษแมลงที่อยู่ในไม้ไผ่ก็จะกระทุ้งไม้ไผ่ เจ้าตามหาละแวกนี้ก็พอ”
“แต่เจ้าคนเดียว……”
“ข้านั่งอยู่บนม้าไปหาที่หลบซ่อนตัวรอเจ้า”กู้อ้าวเวยโบกมือ แล้วตัวเองก็ค่อยๆปีนขึ้นไปบนม้า แล้วโยนแมลงนำทางไปให้กุ่ยเม่ย
ขี่ม้าเข้าไปในป่า นางไม่รู้ว่าละแวกนี้มีที่ไหนให้หลบซ่อน แต่จมูกของนางมีกลิ่นจางๆบอกกับนางว่า แถวนี้มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว
นางนั่งอยู่บนม้าพลางสูดดมตามกลิ่นไป
พอคิดวิเคราะห์อย่างละเอียด ตกลงในหมู่บ้านประมงแห่งนี้จะให้หมู่ตึกคนเป็นหรือคนตายกันแน่ ถ้าหากมีคนตาย หมู่บ้านประมงทั้งหมู่บ้านไม่น่าจะเงียบเช่นนี้ น่าจะต้องตรงเข้าไปสังหารคนที่อยู่เบื้องหลังแล้วทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร แต่หากจะมีชีวิตต่อไป คนพวกนี้ต้องซ่อนอยู่ที่ไหน
พอคิดๆมาถึงตรงนี้ สีหน้าของกู้อ้าวเวยก็เคร่งขรึมลงไปมาก ในตอนนั้นเองกลิ่นนั้นโชยแรงขึ้น ก็มีเงามืดหล่นลงมาอยู่ข้างๆนาง เสียงเข้มดึงม้าที่อยู่ข้างล่างของนาง แล้วพูดขึ้นมาว่า“ทางข้างหน้าให้ข้าน้อยนำทางเถอะขอรับ”
“เจ้าเป็นคนของกุ่ยเม่ยหรอ?”
“ข้าน้อยเป็นคนที่อ๋องจิ้งส่งมาให้อารักขาคุณหนูโดยเฉพาะขอรับ”ชายหนุ่มทำมือคารวะ แล้วเป่าเสียงนกหวีด แล้วด้านหลังก็มีเงาสองร่างลงมา พูดต่อไปว่า“คุณหนูได้โปรดรอที่นี่สักครู่นะขอรับ”
“ระวังกันหน่อยนะ”กู้อ้าวเวยสั่งด้วยเสียงเบา โยนขวดยาไปให้เขา“ได้กลิ่นอะไรแปลกๆก็รีบกินมันนะ ถ้าหากว่าคนพวกนั้นยังมีชีวิตอยู่ก็หาวิธีปล่อยตัวพวกเขาซะ ไม่ต้องกังวลว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
อย่างไรเสียพวกเขาก็จะเข้ามาพบกันซึ่งๆหน้าอยู่แล้ว ไม่มีความหมายอะไรที่จะสืบกันไปมาอีก
ข้ารับใช้พยักใช้แล้วเดินจากไป กู้อ้าวเวยยืนอยู่กับที่ด้วยความรู้สึกกังวล ในตอนที่เงียบไป ทั้งข้างหน้าแล้วข้างหลังก็มีเสียงดังขึ้น ด้านหน้าเหมือนจะมีระเบิดถูกจุด แต่ด้านหลังเหมือนจะมีเสียงของชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านพากันโห่ร้องและโกรธเกรี้ยว
กู้อ้าวเวยกำลังจะย้อนกลับไป แต่ทั้งซ้ายและขวาก็มีคนดึงนางไว้สองคน“คุณหนู ขออภัยนะขอรับ”
“อะ……อะไรน่ะ?”กู้อ้าวเวยยังไม่ทันรู้สึกตัว หนึ่งในนั้นพลิกตัวขึ้นไปบนม้า นั่งควบคุมบังเหียนอยู่ด้านหลังของนาง ปรับทิศทางตรงไปยังเมืองเทียนเหยียน หลีกหนีจากหมู่บ้านประมงและทางข้างหน้า
“ปล่อยข้านะ!ข้าจะไปดูว่าโม่ซานเป็นอย่างไรบ้าง!”กู้อ้าวเวยรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล
“ท่านอ๋องบอกแล้วว่า ไม่ว่าจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นให้รีบพาท่านหนีไป เรื่องอื่นให้พวกข้าน้อยจัดการก็พอแล้ว”ข้ารับใช้ที่อยู่ด้านหลังไม่ไปแตะต้องกู้อ้าวเวย พลางพูดอย่างปลอบขวัญ“เรื่องเมื่อครู่พวกข้าน้อยรายงานท่านอ๋องไปทั้งหมดแล้ว อีกไม่กี่ชั่วยาม ท่านอ๋องจะพาคนมาที่นี่”
กู้อ้าวเวยรู้สึกโกรธตัวเองเล็กน้อยที่ช่วยอะไรไม่ได้ หันไปอีกด้านพูดว่า“อย่าไปไกลนักนะ อยู่ที่นี่คอยฟังพวกเขาตอบกลับ”
“ขอรับ”ข้าน้อยที่อยู่ด้านหลังถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วรีบปีนขึ้นหลังม้า
ในป่าเขามีแสงของไฟมาจากป่าเขา กลุ่มควันแต่ผ่านไปชั่วครู่ก็โพยพุ่งออกมา
“ในที่สุดก็หาเจ้าเจอ”เสียงของกุ่ยเม่ยดังลอดมาจากไกลๆ ชุดกี่เพ้าสีเทาเข้มตอนนี้กอดคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแน่น เขาเซถอยหลังไปหลายก้าว ปล่อยโม่ซานที่อยู่ในอ้อมกอดลงกับพื้น “ตอนที่ข้าไป พวกเขากำลังป้อนอะไรบางอย่างให้กับโม่ซาน……อีกทั้งด้านในมีกลิ่นอะไรแปลกๆ……”
สามารถมองเห็นเสื้อผ้าของคนที่อยู่ข้างล่างไม่เรียบร้อย กู้อ้าวเวยทำได้เพียงแค่วัดชีพจรให้กุ่ยเม่ยก่อน แล้วถอนหลายใจอย่างโล่งอก“เป็นเพียงแค่ยาสลบน่ะ พวกเจ้าถอยไปหน่อย”
พูดจบ กุ่ยเม่ยก็นำข้ารับใช้ที่อยู่ข้างๆสองคนดึงไปข้างๆ พยุงตัวอยู่กับลำต้นของต้นไม้แล้วหายใจหอบด้วยความเหนื่อย พลางล้วงยาขวดหนึ่งขึ้นมาดม