ตอนที่ 950
บทที่ 950 พ่อแม่
October 31, 2026
บทที่ 950 พ่อแม่
“นางถูกรับเข้าไปในวังหลวงอย่างนั้นหรือ?”
กู้อ้าวเวยเบิกตาโพลง ตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะทำเพื่อยาตัวสุดท้าย ฮ่องเต้ก็น่าจะนำองค์หญิงหลิงเอ๋อร์ส่งไปที่ซ่านจินจื๋ออย่างเป็นความลับสิ เหตุใดถึงส่งไปที่วังหลวงที่มีสายตาคนจับตามองดูเยอะแยะมากมายขนาดนี้?
หรือว่า ฮ่องเต้จะใช้ตัวต่อรองในการยื่นข้อเสนอ?
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องพิษเถ่หลิงตังที่อยู่ในมือของนาง
“ใช้ชีวิตคนมาเป็นเครื่องต่อรองเพื่อขู่ ได้คืบจะเอาศอก”เห็นได้ชัดว่านางรู้สึกว่าเหตุผลที่สองเป็นไปได้ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าฮ่องเต้จะอยากซ่อนตัวคน ไม่อาจมีคนเห็นได้……
แต่เพราะเหตุใดเมิ่งซู่ถึงเห็นล่ะ?
“ใต้เท้าเมิ่งคิดว่า ฮ่องเต้กำลังทดสอบความภักดีของเขาอยู่ เพราะฉะนั้นหลายวันมานี้เขาจึงไม่ได้ส่งข่าวอะไรมาให้พวกเรา”จางเหยียงซานพูดให้ชัดเจน
กู้อ้าวเวยพยักหน้าอย่างตั้งใจ ถึงจะเพื่อทำให้เมิ่งซู่ที่เป็นสายสืบของพวกเขาจะสามารถอยู่ใต้สายตาของฮ่องเต้ต่อไป นางจำเป็นต้องแสร้งว่าไม่รู้เรื่องที่องค์หญิงหลิงเอ๋อร์อยู่ในวังหลวงต่อไป สุดท้ายแล้ว คนที่เคยพบเจอองค์หญิงหลิงเอ๋อร์ในตอนนั้นมีน้อยคนที่จะรู้ แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่านั่นคือตัวจริง
พอคลายความสงสัยนี้แล้วบ้าง นางจึงถามต่อไปว่า“ซ่านจินจื๋อยังไม่กลับมาหรือ?”
“เรื่องที่ตงฟางซวนเอ๋อฆ่าลูกในท้องของจี้ซู มาวันนี้ถูกลือกันไปทั่วเมืองเทียนเหยียน อ๋องจิ้งก็ไม่กลับมาสักที ต่างพูดกันว่าตอนนี้ที่อ๋องจิ้งไม่มีใคร เมื่อกลางวันนี้มีคนยื่นสารบอกว่าอ๋องจิ้งมีผลงานมากมายทำให้เป็นภัยต่อบัลลังก์ฮ่องเต้ และได้ทำให้คุณงามความดีที่ฮ่องเต้เคยทำไว้ลบล้างออกไป มาวันนี้ทั่วทั้งราชสำนักฝ่ายบุ๋นและบู๊ต่างไม่รู้ว่าฮ่องเต้กำลังคิดอะไรอยู่”โม่อีพูดต่อ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องหนังสือเกี่ยวกับขับไล่ออกจากตำแหน่งให้ทุกคนฟังทั้งหมด
เสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน ปลายนิ้วเรียวยาวของกู้อ้าวเวยวาดผ่านโต๊ะไป ดวงตาสีเทาหม่นคู่นั้นพายุกำลังก่อตัว เสียงนั้นยังมีเสียงลอดไรฟันปนอยู่เล็กน้อย“ในที่สุดก็โผล่หางออกมาสักที”
“เป็นอะไรหรอ?”โม่ซานเงยหน้าขึ้นจากถ้วยยาที่ถืออยู่ในมือ
“ในเมื่อเขาอยากผลักซ่านจินจื๋อไปยังปากเหว ถ้าอย่างนั้นก็อย่าโทษว่าข้าไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน”กู้อ้าวเวยยิ้มอย่างเยือกเย็น แล้วยืนขึ้นเปิดหน้าต่างออก มองดูร่างแข็งทื่อนั่นแล้วพูดขึ้นมาว่า“กุ่ยเม่ย ช่วยข้าส่งจดหมายไปหาทั้งพ่อหน่อยได้หรือไม่?”
“เพราะเหตุใด?”กุ่ยเม่ยหันกลับมา
“เจ้าบอกท่านพ่อว่า ตอนนี้มีคนกำลังจะเข้าไปทำลายงานแต่งขององค์หญิงเอ๋อตานฉีหรัว มีหลักฐานชัดเจน ยาพิษอยู่ด้านหลังสวนของจวนตระกูลตงฟาง อีกอย่าง ไปบอกกับราชทูตเย่นเจียงว่า ขุนนางกบฏกู้เฉิงถูกฮ่องเต้แคว้นชางหลานซ่านต้วนโฉงซ่อนไว้ในจวน องค์ชายเก้ากับความสัมพันธ์ของกู้เฉิงชัดเจน”กู้อ้าวเวยยิ้มพลางยื่นตัวออกไปนอกหน้าต่างครึ่งตัว
จำเรื่องทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี กุ่ยเม่ยรู้สึกว่า“แต่ถ้าหากอำนาจอ่อนแอ เจ้าไม่สนใจว่าเรื่องนี้จะทำให้วุ่นวายขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
“นี่เป็นสิ่งที่เขาบังคับให้ข้าทำ หรือจะให้เรื่องนี้ลากยาวออกไป เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวล่ะ?”กู้อ้าวเวยฟุบไปกับหน้าต่างแล้วมองไปที่เขา
ถ้าหากองค์หญิงหลิงเอ๋อร์ขัดขวาง ถ้าอย่างนั้นเรื่องพวกนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ลากยาวไปเรื่อยๆ ก็ต้องเสียสละหนึ่งชีวิตไป
“เจ้ารอประเดี๋ยวเถอะ ทางราชทูตเย่นเจียงข้าไปได้ แต่จดหมายส่งไปเอ่อตานข้าว่าไม่จำเป็นหรอก”กุ่ยเม่ยเงยหน้าขึ้นมา นกพิราบส่งสารตัวสีขาวเทาบินลับจากไป ที่เท้ายังมีกระบอกใส่จดหมายสีน้ำเงินเข้ม
กู้อ้าวเวยยังไม่เข้าใจอะไร บนหลังคาก็มีคนกระโดดลงมาจำนวนมาก
“น้าหยุนไม่ยอมให้เจ้าโดนเอารัดเอาเปรียบ”กุ่ยเม่ยพูดเสียงเบา แล้วนำกระบอกสารยื่นให้นางไป
ในจดหมายเขียนด้วยตัวหนังสือสวยงามเป็นระเบียบ แต่ตัวอักษรทุกตัวบอกกับนางว่า เอ่อตานทั้งแคว้นอยู่ข้างหลังของนาง จดหมายอีกฉบับเป็นตัวอักษรที่ใช้แรงเล็กน้อย มีเพียงคำเดียว“ทำอะไรให้ระมัดระวัง”
ทั้งๆที่เป็นคำเป็นห่วง แต่กลับทำให้กู้อ้าวเวยรู้สึกโกรธมาก
ในความทรงจำตอนนี้ไม่มีใบหน้าของพ่อแม่ มีเพียงจดหมายที่อยู่ในมือเท่านั้น
มองเห็นท่าทางเหม่อลอยของนาง กุ่ยเม่ยกับโม่ซานก็หัวเราะออกมา กุ่ยเม่ยปล่อยให้นกพิราบบนไหล่บินจากไป แล้วถามนางว่า“เจ้าไม่ได้มีความรู้สึกต่อกู้เฉิงแล้วหรือ?”