ตอนที่ 981
บทที่ 981 ฝาแฝด
October 31, 2026
บทที่ 981 ฝาแฝด
“จิตใจคุณธรรม....”
ซ่านต้วนโฉงพูดพึมพำอยู่ แล้วก็มองผู้หญิงที่อยู่ในโลงศพน้ำแข็ง
โลงศพน้ำแข็งที่หนาเกือบโปร่งใส แต่ซ่านต้วนโฉงก็มองเห็นรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงไม่ชัด ในใจกลับจำได้ว่าปลายจมูกของนางแหลมงอน ริมฝีปากบางเบา แม้จะมีคำกล่าวว่าคนที่มีริมฝีปากบางจะเป็นคนไม่มีน้ำใจ แต่ในความทรงจำผู้หญิงคนนี้กลับเป็นคนร่าเริง มีดวงตาที่สดใสเหมือนดั่งสามารถพูดได้
แต่ตอนนี้ ดวงตาคู่นั้นกลับปิดสนิทอยู่
นิ้วมือของซ่านต้วนโฉงวางอยู่บนโลงอย่างระมัดระวัง ความเยือกเย็นซึมซับผ่านนิ้วเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง แต่เขากลับพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “มีหมออยู่บนโลกนี้เป็นพันเป็นหมื่น แต่คนที่มีจิตใจเมตตามีอยู่เพียงกี่คน?”
“หากข้าฆ่ากู้อ้าวเวยด้วยมือข้าเอง เจ้าจะฟื้นตื่นขึ้นมาโกรธข้าเพราะเรื่องนี้ไหม?”
พูดพึมพำคนเดียวอยู่กับโลงที่เยือกเย็น พวกนางกำลังเดินไปมาอยู่ด้านนอกวัง โดยไม่พูดจาอะไรสักคำ
ไม่รู้ว่านั่งอยู่นานเท่าไหร่ ซ่านต้วนโฉงถึงค่อยขยับแขนที่แข็งทื่อแล้วของตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเอาแขนที่แข็งแล้วนี้ซ่อนไว้ในชายแขนเสื้อที่กว้าง ก่อนจะไปได้ก้มลงมองดูรูปร่างหน้าตาของผู้หญิงในโลง “หากมีโอกาส ข้าจะชดเชยสิ่งที่กระทำผิดพลาดไปในตอนนั้น”
พูดเสร็จ ซ่านต้วนโฉงก็ก้าวเดินออกไปจากตำหนักที่กว้างใหญ่นี้ หวางกงกงที่รออยู่แล้วตั้งนานพูดขึ้นว่า “ฮ่องเต้องค์หญิงหลิงเอ๋อร์ได้ส่งไปยังตำหนักอ๋องจิ้งแล้ว พระองค์...”
“ยังไงพวกเขาก็ต้องรู้ความจริงในตอนนั้น” ซ่านต้วนโฉงถอนหายใจอย่างหนักหนึ่งที แล้วก็เดินไปในห้องพระอักษร
ฝนที่ตกอยู่หลายวันกำลังจะหยุด ก่อนเมฆหนาบนท้องฟ้าก็ค่อยๆหายไปกับขอบฟ้า
ตอนพลบค่ำ เป็นเรื่องยากที่กว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ตก รถม้าด้านนอกวังค่อยๆมุ่งหน้าไปทางตำหนักอ๋องจิ้ง หากมองผ่านม่านในรถที่กำลังแล่นไปอย่างละเอียด ก็จะสามารถมองเห็นผู้หญิงสองคนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันบนรถม้านั่น
เฉิงยีเฉิงเอ้อรออยู่ตรงหน้าประตูแต่เช้าแล้ว แต่เมื่อรอถึงเมื่อผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันสองคนเดินลงมาจากบนรถม้า ทั้งสองคนก็ค่อนข้างตกใจอยู่ไม่น้อย
องค์หญิงหลิงเอ๋อร์ตาบอดมาแต่กำเนิด แต่อีกหนึ่งคนในนี้มองเห็นอย่างชัดเจนแต่ค่อนข้างบ้าๆบอๆไม่รู้เรื่องอะไร ส่วนผู้หญิงอีกคนดูเป็นกุลสตรีแต่ในดวงตาไม่มีความสดใสเลย เติมจะมองรู้ว่าเป็นใครเป็นตัวจริงนั้นง่ายมาก แต่เมื่อรู้ว่าทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน แม้แต่ซ่านจินจื๋อเองก็ไม่รู้ว่าคนไหนคือตัวจริงคนนั้นกันแน่
ผู้หญิงที่ตาบอดคนนั้นดึงผู้หญิงคนที่บ้าๆบอๆไว้ แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงว่า “พวกเขาเรียกข้าว่าหลิงเอ๋อร์ก็พอ มีเพียงเรียกนางว่าหมิ่นเอ๋อเท่านั้นถึงจะขานรับ”
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อได้ยินคำว่าหมิ่นเอ๋อ ผู้หญิงที่บ้าๆบอๆคนนั้นก็เงียบมองดูหลิงเอ๋อร์
หลิงเอ๋อร์เพียงแค่ดึงมือของนางไว้ค่อนข้างแน่น แล้วยิ้มพูดขึ้นว่า “เข้าประตูนี้ไปแล้ว ก็จะคิดหักหลังไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเจ้านายจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น”
“เข้าใจอยู่ มีดใช่ไหม” หมิ่นเอ๋อพูดด้วยเสียงเลียนแบบขอทานข้างทางนั่น อย่างโง่ๆซื่อๆ
หลิงเอ๋อร์เพียงแค่หัวเราะ จูงมือหมิ่นเอ๋อที่ว่าง่ายเดินเข้าไปด้านใน
เฉิงยีกับเฉิงเอ้อมองตากัน ทำไมสองคนที่มีรูปร่างเหมือนกันขนาดนี้ถึงไม่ผิดใจกัน?
หลังจากรออยู่ในห้องพระอักษรอยู่ตั้งนาน รอเมื่อเห็นผู้หญิงสองคนมาถึง ซ่านจินจื๋อก็รู้สึกลังเลไม่แน่ใจ คิดอยู่ว่าเด็กผู้หญิงในตอนนั้นหากเติบโตแล้ว ก็คงจะมีรูปร่างหน้าตาที่ดีแบบนี้ รีบลุกขึ้นยืน ก็ได้ยินหลิงเอ๋อร์พูดแนะนำ แล้วค่อยพูดอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไรว่า “เดิมข้าคิดว่าในโลกนี้ไม่มีใครสามารถอยู่ข้างกายเสด็จอาได้ ตอนนี้ได้เห็นเสด็จอากับกู้อ้าวเวยได้ครองคู่กัน หลิงเอ๋อร์ยินดีด้วยเป็นอย่างยิ่ง”
ตาผู้หญิงไม่มีแวว แต่เมื่อพูดจาแล้วกลับยิ่งเหมือนคนแก่
ไม่เหมือนกับที่ในใจซ่านจินจื๋อคิดไว้ ไอเบาๆอยู่สองที “เจ้ากับหมิ่นเอ๋อ”