ตอนที่ 784
บทที่784 ทศวรรษแห่งความทุกข์
October 31, 2026
บทที่784 ทศวรรษแห่งความทุกข์
นางไม่เคยลืมวันที่ซีจือเกิด
“ข้าไม่ใช่ผู้ที่หลุดพ้นทางโลกและก็ไม่ใช่วีรบุรุษผู้กล้าหาญที่ช่วยประเทศและผู้คนในยามวิกฤต ข้าเพียงแค่อยากรู้อยากเห็นความลึกลับของการมีอายุยืนยาว แค่ต้องการส่งทั้งสองคนไปชดใช้ด้วยมือของข้าเอง เจ้าจะยังใช้เรื่องนี้มาประณามข้าอีกรึ?อ๋องจิ้ง”
กู้อ้าวเวย พูดเน้นย้ำประโยคสุดท้ายทีละคำด้วยความตึงเครียด
บางทีผู้ชายก็สามารถลืมทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย ทว่านางเกิดมาเป็นหญิงความรู้สึกเต็มไปด้วยความละเมียดละไม นางไม่อาจฝ่าฝืนหลักทำนองคลองธรรมจึงถือโอกาสเลือกปฏิบัติ
ซ่านจินจื๋อกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย “เจ้าก็เป็นองค์หญิงเอ่อตาน”
“ดังนั้นข้าจึงให้ล่ายเสวียนไปตายเอาดาบหน้า เผาคูเมืองและกำแพงเมืองของชายแดนให้พังพินาศเพื่อเปิดทางให้กับแคว้นเอ่อตาน” กู้อ้าวเวยพูดเสียงดัง พลางขึ้นอย่างกระสับกระส่าย จากนั้นเดินไปข้างหน้าของซ่านจินจื๋อแล้วจับแขนเสื้อของเขา “เรื่องที่ข้าทำไปทั้งหมดข้าไม่รู้สึกละอายใจเลยสักนิด”
ดวงตาคู่นั้นอยู่ใกล้กันมาก แต่เมื่อซ่านจินจื๋อเข้าใกล้คนคนนั้นกลับดึงนางไว้ในอ้อมกอด สามารถที่จะจับท้ายทอยของนางกดเข้ากับหน้าอกของตนเอง “ซ่านเซิ่งหานบอกว่า ตอนที่เจ้าถูกนำตัวไปให้เจ้าหักแผ่นไม้บนรถม้า แล้วเผารถม้าเสีย”
นางถูกกดไว้เพื่อให้ยากที่จะเคลื่อนไหว กู้อ้าวเวยรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม นางจึงคว้าเสื้อผ้าของเขาอย่างดุเดือด แต่เขากลับไม่พูดอะไรออกมา
ซ่านจินจื๋อกลับได้รับคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว
จดหมายตอบกลับของซ่านเซิ่งหาน ยังเขียนประโยคที่มีมูลเหตุถูกต้องและเต็มไปด้วยสัจธรรม “เจ้าไม่คู่ควรกับนาง”
ทว่า เขายังคงคิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก
เค้าปล่อยเราจากอ้อมแขนแล้วให้นั่งอยู่บนตักของตนเอง เค้ารู้สึกได้ถึงความสั่นไหวของของไหล่นาง ซ่านจินจื๋อจึงกอดนางแน่นขึ้น “ข้ามาเพื่อช่วยเจ้า”
“เจ้าไม่ใช่มาหาข้าเพื่อทะเลาะหรอกรึ?”
“ใครจะทะเลาะกับแม่ของลูก?” ซ่านจินจื๋อตอบกลับติดตลกเล็กน้อย แต่ก็ขัดขวางเมื่อกู้อ้าวเวยขยับเพื่อจะลุกขึ้น เขาจึงหันหน้าไปจูบผมของนางแล้วพูดว่า “ทุกอย่างหลังจากนี้โปรดส่งต่อให้ข้า ความลับของการมีอายุยืนยาวข้าให้จางเหยียงซานไปตรวจสอบแล้ว ส่วนเรื่องพิษกู่ได้ส่งจดหมายไปยังแคว้นเอ่อตานแล้วเชื่อว่าอ้ายจือต้องมีวิธี”
ไหล่ที่สั่นสะท้านของหน้าค่อยๆผ่อนคลายลง กู้อ้าวเวยไม่รู้ว่าตนเองทำท่าทางกระเง้ากระงอดที่หน้าอกของฝ่ายตรงข้ามนานแค่ไหน จนกระทั่งรู้สึกไม่สบายที่สันหลังเพราะร่างกายโก้งโค้งและกำไลเงินที่ข้อมือบีบรัดผิว นางจึงเงยหน้าขึ้น จากนั้นวางคางไว้บนไหล่ของฝ่ายตรงข้าม เมื่อร่างกายผ่อนคลายก็ปล่อยให้แขนอันทรงพลังโอบนางแน่น
“เจ้ามักจะมาข้าเพื่อทะเลาะ”
“มีเพียงการทะเลาะกับเจ้าเท่านั้นที่ทำให้ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจะทำอะไร ความวุ่นวายของผู้หญิง” ซ่านจินจื๋อบ่นทีเล่นทีจริง แล้วใช้มืออีกข้างลูบหลังนาง “ในภายภาคหน้าหากคิดจะทำอะไรต้องบอกสามี”
“ เมื่อไหร่ที่เจ้ายินยอมจะไปเป็นราชบุตรเขยที่เอ่อตานแล้วค่อยพูด” กู้อ้าวเวยยกมือโอบกอดคอของเขา กลิ่นจ้าวเจี่ยว(ชื่อชืพ)จางๆในโพรงจมูก บางทีอาจจะเป็นกลิ่นยาจางๆที่หลงเหลืออยู่เนื่องจากมันอยู่กับนางมานานเกินไปซึ่งมันทำให้นางรู้สึกเหนื่อ “แม้ไม่รู้ว่าพวกเจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่แต่ข้าคิดว่าในภายภาคหน้าเจ้าคงจะไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งอ๋องจิ้งได้”
“ถ้าเช่นนั้นก็สามารถเป็นได้แค่ราชบุตรเขยของเจ้า” ซ่านจินจื๋อ ก่อนนางหลวมๆ จากนั้นจึงยกนางขึ้นด้วยมือข้างเดียวและรับรู้ได้ถึงคนในอ้อมแขนที่กอดเอวเขาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองตกลงไป เขาจึงตบไปในที่ที่มีเนื้อค่อนข้างเยอะ ส่วนกู้อ้าวเวยก็บีบรัดคอเขาแน่นด้วยความโกรธ “ใครจะให้คนอันธพาลมาเป็นราชบุตรเขย”
“หรือเจ้ายังคิดที่จะหาอันธพาลคนอื่น?” ซ่านจินจื๋อตบที่เอวของนาง แล้วพานางไปที่เตียง พลางมองไปยังตาแดงๆของกู้อ้าวเวย แล้วพูดว่า “นอนไม่หลับรึ?”
“เจ้าก็เหมือนกัน” กู้อ้าวเวย มองเห็นตาที่คล้ำของฝ่ายตรงข้าม จากนั้นจึงกลิ้งไปด้านในของเตียงอย่างใจกว้าง เพียงแค่รอให้ผ้าม่านของเตียงถูกดึงลง แผ่นอกอันอบอุ่นแนบเข้ากับหลังของนาง จากนั้นก็หลับไปด้วยความสบายใจ