ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 งานเทศกาลศาลเจ้า
September 30, 2026
“อวิ๋นชิง เจ้าอย่าทำอะไรวู่วามนะ ตอนนี้การแต่งงานเป็นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว หากเจ้ายังวุ่นวายไม่เลิก คนอื่นจะหัวเราะเยาะเอาได้”
กล่าวจบ ไม่รอให้อวิ๋นชิงโต้ตอบ อวิ๋นเจียวก็รีบพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “อีกอย่าง ถ้าเจ้ากล้าทำแบบนั้น ท่านแม่จะต้องตีเจ้าตายแน่ๆ”
ตีตาย... นี่คือคำขู่ แล้วก็เป็นเรื่องจริงด้วย
นางกู้สามารถลงมือกับอวิ๋นชิงได้จริงๆ
“ขอเพียงสามารถกอบกู้งานแต่งงานของน้องหญิงและจวนกั๋วกงได้ ต่อให้ถูกตีตาย พี่ก็ยอม อย่างไรเสีย เวลานี้พี่รู้ตัวดีว่าคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว” อวิ๋นชิงพูดพลาง ยกมือกุมหน้าอกและไอออกมาสองสามครั้ง
ท่าทางเช่นนั้นทำให้เปลือกตาของอวิ๋นเจียวกระตุก
“หากเจ้าไม่สบาย ข้าจะให้ท่านแม่ตามหมอมาให้ อย่าเอะอะก็พูดเรื่องความตาย” พูดจบ อวิ๋นเจียวก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
คาดว่าคงรีบไปบอกนางกู้ให้ตามหมอมาดูอาการให้นางจริงๆ
มองตามแผ่นหลังอวิ๋นเจียวไป อวิ๋นชิงแววตาทอประกายลึกล้ำ... ดูท่าอวิ๋นเจียวจะหวาดกลัวการแต่งเข้าจวนกั๋วกงมากจริงๆ
เพราะนางรู้ดีว่าที่นั่นคือขุมนรก
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อผลักอวิ๋นชิงเข้าไปแทน
ยามนี้ อวิ๋นชิงยิ่งมั่นใจว่า หากอวิ๋นเจียวไม่หลุดมาจากโลกอื่นแบบนาง ก็ต้องเป็นคนที่กลับชาติมาเกิดใหม่ เรื่องเหนือธรรมชาติเกิดขึ้นกับนางได้ ก็ย่อมเกิดขึ้นกับคนอื่นได้เช่นกัน
ดังนั้น อวิ๋นเจียวถึงได้เปลี่ยนท่าทีเรื่องการแต่งงานกับฉินซิวไปโดยสิ้นเชิง และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งกับเซี่ยฉี!
เพียงแต่…อวิ๋นเจียวมั่นใจหรือว่าการแต่งงานกับเซี่ยฉีจะทำให้นางได้เสวยสุข มีเกียรติยศรุ่งเรือง ทุกสิ่งจะราบรื่นไปตลอดชีวิต?
……
เดินออกจากเรือนของอวิ๋นชิงมาได้ไม่นาน อวิ๋นเจียวเริ่มได้สติและเพิ่งตระหนักได้ว่าเมื่อครู่นางตื่นตระหนกเกินไป
จะให้นางกับฉินซิวกลับมาครองคู่กัน?
เป็นไปไม่ได้เลย
นางและตระกูลเซี่ยได้แลกเปลี่ยนดวงชะตากันแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการส่งมอบสินสอด ไม่มีทางที่จะกลับไปหมั้นหมายกับฉินซิวได้อีก
เรื่องแต่งงานของลูกหลานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้อย่างไร
ก่อนหน้านี้เพราะยังไม่ได้กำหนดตายตัว เปลี่ยนแล้วก็คือเปลี่ยน
ยามนี้ทุกอย่างตกลงไว้หมดแล้ว จะเปลี่ยนกลับไปอีกได้อย่างไร ช่างน่าขบขันสิ้นดี!
อวิ๋นชิงช่างไร้เดียงสาและเบาปัญญาเสียจริง ส่วนเมื่อครู่ นางเองก็ดันเสียขวัญจนลนลานไปเสียได้!
ช่วยไม่ได้ เงามืดที่ฉินซิวมอบให้อวิ๋นเจียวในชาติก่อนนั้น หนักหนาเกินไปจริงๆ
เพียงแค่ได้ยินชื่อของเขาหรือนึกถึงความอำมหิตของเขา นางก็ขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว
“ชุ่ยเอ๋อร์”
“เจ้าค่ะ”
“ไปบอกห้องครัวว่า คุณหนูใหญ่ไม่ค่อยสบาย กินเนื้อสัตว์ไม่ได้ ให้ห้องครัวจัดเตรียมอาหารเจจืดๆ ไปให้แทน”
ในเมื่อความเป็นความตายของอวิ๋นชิงไม่มีผลกระทบอะไรกับนางอีก นางย่อมไม่อาจปล่อยให้อวิ๋นชิงมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายเกินไปได้
เมื่อรู้ว่าอวิ๋นเจียวสั่งงดเนื้อสัตว์ในอาหารของอวิ๋นชิง นางกู้รู้สึกพอใจไม่น้อย นางจับมืออวิ๋นเจียวไว้ แล้วกล่าวว่า “เจ้าควรทำเช่นนี้ตั้งนานแล้ว! เป็นสตรีจะใจอ่อนเกินไปไม่ได้ คนที่จิตใจดีเกินไปมักถูกผู้อื่นรังแก โดยเฉพาะกับคนดวงแข็งและเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างอวิ๋นชิง อย่าได้ตามใจนางจนเคยตัว ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ”
อวิ๋นเจียวรู้ว่าสิ่งที่มารดาพูดล้วนมาจากใจจริง
เพราะแม้ต่อมาในภายหลัง อวิ๋นชิงจะได้วาสนาเป็นถึงฮูหยินขั้นหนึ่ง มารดาก็มีเพียงความคิดที่จะใช้ประโยชน์จากนาง ไม่เคยเห็นค่าหรือชื่นชอบนางเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่มีเรื่องใดไม่ราบรื่น มารดาก็มักจะโยนความผิดทั้งหมดไปที่อวิ๋นชิงเสมอ บอกว่านางคือผู้นำพาเคราะห์ร้ายมาให้
อวิ๋นเจียวพลันนึกบางอย่างออก จึงเอ่ยกับนางกู้ว่า “ท่านแม่ เย็นนี้มีงานเทศกาลที่ศาลเจ้า ลูกอยากพาพี่หญิงไปเที่ยวเล่นด้วยเจ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้น นางกู้พลันขมวดคิ้ว “เจ้าอยากไปก็ไปคนเดียวเถอะ จะพานางไปทำไมกัน ไปให้เกะกะสายตาเจ้าหรืออย่างไร ประเดี๋ยวก็ทำให้เจ้าขายหน้าอีกหรอก”
“ท่านแม่ ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สาวของลูก หากเก็บนางไว้ไม่พาไปพบปะผู้คนบ้าง คนนอกจะมองว่าพวกเราใจแคบ ท่านแม่อนุญาตให้ลูกพานางไปด้วยเถอะนะเจ้าคะ!”
ที่สำคัญ…มีนางไปด้วย อวิ๋นเจียวถึงจะได้แสดงให้ผู้คนเห็นถึงความใจกว้างโอบอ้อมอารีของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ แม้นางจะบอกใครต่อใครว่าตนเองไม่ได้ถือโทษโกรธอวิ๋นชิง แต่คนภายนอกก็ยังไม่เคยเห็นนางใกล้ชิดกับพี่สาวเลย
ครั้งนี้แหละที่นางจะทำให้ทุกคนได้ประจักษ์ และที่สำคัญ...
เมื่อนึกถึงผู้คนและเหตุการณ์ในงานเทศกาลศาลเจ้าเมื่อชาติที่แล้ว อวิ๋นเจียวยิ่งแน่วแน่ว่าจะต้องพาอวิ๋นชิงไปด้วยให้ได้
ดังนั้น นางจึงทั้งออดอ้อนและหาเหตุผลสารพัดมาอ้าง จนนางกู้ทนไม่ไหว สุดท้ายเสียไม่ได้ต้องยอมพยักหน้าตกลง
“เจ้านี่นะ! ก็เพราะรักเจ้าที่สุด แม่ถึงได้ยอมเจ้าทุกเรื่องเช่นนี้”
อีกด้านหนึ่ง...
อวิ๋นชิงมองผักใบเขียวบนโต๊ะอาหาร นางรู้ดีว่าอวิ๋นเจียวสั่งงดเนื้อสัตว์ในสำรับของนาง นางเพียงยกยิ้มที่มุมปากอย่างเมินเฉย
ในสายตาของผู้คนตระกูลอวิ๋น อวิ๋นชิงไม่ใช่แค่ ‘ลูกพลับนิ่ม’ แต่เป็น ‘ลูกพลับเน่า’ ที่จะบีบหรือโยนทิ้งอย่างไรก็ได้
นางรู้ดีว่าคนตระกูลอวิ๋นไม่เห็นนางเป็นคน แต่นางก็ไม่คิดจะเอาเรื่องเอาราว