ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 จิตใจคดเคี้ยว
September 30, 2026
ท่อนบนสีแดงสด! ท่อนล่างสีเขียวอี๋!
การแต่งกายด้วยสีแดงสีเขียวฉูดฉาดของอวิ๋นชิง ทำให้นางกู้และอวิ๋นเจียวเบิกตากว้าง
ขาดเพียงดอกไม้สีแดงดอกใหญ่บนศีรษะเท่านั้น นางก็จะเป็น ‘แม่สื่อ’ มาตรฐานไปในทันที
“เจ้า... เจ้าใส่ชุดบ้าบออันใดของเจ้าน่ะ”
เห็นนางกู้เบิกตากว้าง อวิ๋นชิงคิดในใจ:ชุดนี้ช่างสะดุดตาดีจริงๆ ขนาดนางกู้ที่ไม่เคยชายตามองนางเลย ยังไม่อาจละสายตาได้
ช่วยไม่ได้นี่นา นางไม่มีเสื้อผ้าอื่นแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวนางมีเพียงสามชุด ชุดหนึ่งซักแล้วยังไม่แห้ง อีกชุดเพิ่งถูกน้ำแกงกระเด็นใส่ตอนมื้อเย็น จึงเหลือเพียงชุดนี้แค่ชุดเดียว
ชุดนี้ แม่นมที่เลี้ยงดูนางในชนบทเป็นคนตัดเย็บให้ใหม่ก่อนที่นางจะเดินทางกลับเมืองหลวง บอกว่าเป็นสีมงคล แล้วในเมืองหลวงก็กำลังนิยมสีสันเช่นนี้
แต่เจ้าของร่างเดิมเห็นว่ามันอัปลักษณ์ จึงไม่เคยหยิบมาสวมเลยสักครั้ง
สุดท้ายวันนี้ก็มาอยู่บนร่างของอวิ๋นชิง
การจับคู่สีที่กล้าหาญเช่นนี้ อวิ๋นชิงยังรู้สึกอดขำไม่ได้ตอนที่ส่องกระจกดู
“เจ้าคิดว่ายังทำให้ตระกูลอวิ๋นอับอายขายหน้าไม่พออีกหรือ...” นางกู้ยังไม่ทันได้ดุด่าจนจบ อวิ๋นเจียวก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านแม่ พี่หญิงเป็นคนรูปงาม ใส่ชุดอันใดก็น่ามอง” นางพูดไปก็ควงแขนนางกู้เขย่าเบาๆ ก่อนจะหันพูดกับอวิ๋นชิง “พี่หญิง ท่านไปรอข้าที่รถม้าก่อนเถอะ ข้าจะรีบตามไป”
อวิ๋นชิงพยักหน้า หมุนตัวเดินจากไป
พอนางไปแล้ว อวิ๋นเจียวก็รีบเอ่ยกับนางกู้ทันที “ท่านแม่ ลูกรู้ว่าพี่หญิงสวมชุดเช่นนี้ออกไป จะต้องขายหน้าแน่ๆ ความจริงลูกก็ไม่อยากให้นางอับอาย แต่เมื่อนึกถึงอดีตที่ดวงชะตาของนางทำให้ท่านแม่ต้องทุกข์ทรมาน ลูกก็อดแค้นเคืองไม่ได้ ไม่อยากให้นางอยู่อย่างสุขสบายเกินไปนัก”
กล่าวจบ อวิ๋นเจียวก็มองนางกู้ด้วยท่าทางกังวล “ท่านแม่ ข้าทำเช่นนี้เลวทรามหรือไม่”
นางกู้รีบตอบทันที “เจียวเอ๋อร์ นี่คือความกตัญญู จะเลวทรามได้อย่างไร คนที่ร้ายกาจคืออวิ๋นชิงต่างหาก เพราะนาง แม่เกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วก็เพราะนาง เจ้าถึงต้องถูกบีบให้แต่งงานกับตระกูลเซี่ย ทั้งหมดคือกรรมที่นางก่อ ยามนี้เจ้าไม่ได้โกรธแค้นนาง เพียงแค่อยากให้นางขายหน้านิดหน่อย เจ้ามีจิตใจดีงามเกินไปแล้ว”
เมื่อเทียบกับจวนกั๋วกง ตระกูลเซี่ยยังถือว่าด้อยกว่ามาก
ดังนั้น ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ นางกู้ก็มักจะจงเกลียดจงชังอวิ๋นชิง
สำหรับคนที่มีบาปมหันต์อย่างอวิ๋นชิง อวิ๋นเจียวเพียงอยากให้นางขายหน้านิดหน่อย นางกู้จะไปมีเหตุผลอะไรที่จะไม่เห็นด้วย
“หากคนนอกถาม เจ้าก็บอกไปว่าเป็นรสนิยมส่วนตัวของนาง ไม่เกี่ยวกับตระกูลอวิ๋น พวกเราไม่ได้บังคับให้นางใส่ แต่นางยืนกรานจะใส่เอง”
“เจ้าค่ะ ลูกเข้าใจแล้ว”
เมื่อขึ้นรถม้า อวิ๋นเจียวมองดูอวิ๋นชิงที่แต่งตัวหลากสีสันดั่งนกแก้ว แล้วก็เอ่ยชมไม่ขาดปาก
อวิ๋นชิงจึงเอ่ยว่า “หากน้องหญิงชอบ ไม่ลองตัดเย็บมาใส่สักชุด”
อวิ๋นเจียวฟังแล้วรีบโบกมือพลางหัวเราะ “รูปโฉมของข้าไม่สู้พี่หญิง สีสันเช่นนี้ ข้าคงใส่แล้วดูไม่ได้แน่ๆ”
“น้องหญิงถ่อมตัวเกินไปแล้ว”
สองพี่น้องต่างคนต่างมีความคิดและเจตนาแอบแฝงอยู่ในใจ
ในระหว่างนั้น ชุ่ยเอ๋อร์สาวใช้ของอวิ๋นเจียวปรายตามองอวิ๋นชิงด้วยสายตาดูแคลนอยู่หลายครั้ง
......
เมื่อถึงศาลเจ้า ชุ่ยเอ๋อร์ประคองอวิ๋นเจียวอย่างระมัดระวัง “คุณหนูระวังเท้าด้วยเจ้าค่ะ”
ฮั่วเหมยเองก็เดินตามอวิ๋นชิงติดๆ “คุณหนู คนเยอะเหลือเกิน”
อวิ๋นชิงพยักหน้า คนเยอะจริงๆ ครึกครื้นเหลือเกิน
มีทั้งร้านขายของกิน ซุ้มทายปริศนาโคมไฟ ร้านรวงขายของจุกจิกสารพัด และการแสดงอุปรากร!
“พี่หญิง พวกเราไปไหว้พระขอพรในศาลเจ้าก่อนเถอะ!”
อวิ๋นชิง “ได้”
เห็นอวิ๋นชิงตกลง อวิ๋นเจียวก็ยิ้มแย้มสดใสขึ้น “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
อวิ๋นเจียวชมทิวทัศน์อย่างเพลิดเพลิน อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
ส่วนอวิ๋นชิงมองดูร้านเนื้อสัตว์ด้วยความหิวโหย
ในสถานที่คึกคักเช่นนี้ แน่นอนว่ามีผู้คนหลั่งไหลมามากมาย ฉินซิวเองก็มาที่นี่ด้วย เขาทำหน้าที่คุ้มกันนางหลี่ว์และเจียงหว่านลูกพี่ลูกน้องมาไหว้พระขอพร
เมื่อพวกนางเข้าไปไหว้พระ ฉินซิวก็ออกมารอข้างนอก เขาได้ยินเสียงสวดมนต์แล้วรู้สึกปวดหัว
“ฉินซิว ดูนั่นสิ คนที่ยืนอยู่หน้าโคมไฟ ใช่ว่าที่ภรรยากับน้องเมียของเจ้าหรือเปล่า” เผยจิ่น หลานชายคนโตของราชครู ชี้ไปยังทิศทางที่ไม่ไกลนัก
ฉินซิวได้ยินก็หันไปมองตาม เมื่อเห็นอวิ๋นชิงแต่งตัวด้วยสีแดงเขียวสะดุดตา ดวงตาก็หรี่ลง
เผยจิ่น “คุณหนูใหญ่อวิ๋นแต่งกายได้... เอ่อ…โดดเด่นไม่เหมือนใครจริงๆ”