ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 ตรึกตรองเอาเอง
September 30, 2026
หลังจากเสร็จสิ้นการจุดธูปสักการะและก้าวออกจากศาลเจ้าแล้ว อวิ๋นเจียวก็ได้พบกับเหล่าคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ที่สนิทสนมกัน ต่างพากันพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกอย่างสำราญใจ
พวกนางสนทนากันอย่างชื่นมื่น แต่กลับเมินเฉยต่ออวิ๋นชิงราวกับนางเป็นธาตุอากาศ แสดงออกถึงการแบ่งแยกอย่างไม่ปิดบัง
อวิ๋นชิงเอ่ยขึ้นว่า "น้องหญิง พวกเจ้าคุยกันไปก่อนนะ ข้ากับฮั่วเหมยจะไปเดินดูรอบๆ"
พูดจบ ไม่รอให้อวิ๋นเจียวเอ่ยรั้ง นางก็พาฮั่วเหมยเดินจากไปทันที
ระหว่างที่เดินจากไป นางยังได้ยินใครคนหนึ่งถามอวิ๋นเจียวขึ้นว่า “เหตุไฉนพี่สาวของเจ้าถึงแต่งกายเช่นนี้”
อวิ๋นเจียวตอบด้วยน้ำเสียงกังวล "นี่เป็นชุดที่พี่หญิงโปรดปรานที่สุด ข้ากับท่านแม่เห็นว่าไม่เหมาะสม แต่นางยืนกรานจะสวมให้ได้ พวกเราก็ยากจะบังคับขู่เข็ญ ไม่เช่นนั้นเกรงว่านางจะตัดพ้อหาว่าท่านแม่รังแกนางอีก ได้แต่คิดว่าลางเนื้อชอบลางยา”
ท่าทางอ่อนใจของอวิ๋นเจียว เรียกความเวทนาสงสารจากเหล่าคุณหนูได้เป็นอย่างดี
มีพี่สาวที่น่าขายหน้าเช่นนี้ ช่างเป็นคราวเคราะห์โดยแท้
ได้ยินถ้อยคำของอวิ๋นเจียว ฮั่วเหมยจ้องมองอวิ๋นชิง พลางกัดฟันกรอด "คุณหนู คุณหนูรองทำเกินไปแล้ว"
คำพูดนี้กลายเป็นคำติดปากของฮั่วเหมยไปเสียแล้ว
อวิ๋นชิงกลับไม่ใส่ใจนัก "ไม่เป็นไร ให้พวกนางวิจารณ์รสนิยมการแต่งกายของข้า ยังดีกว่ามาวิจารณ์นิสัยใจคอของข้า"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของฮั่วเหมยสั่นไหวเล็กน้อย…จะว่าไปก็จริง
"แต่คุณหนูเจ้าคะ เกรงว่าพอพวกนางวิจารณ์เรื่องเสื้อผ้าเสร็จ แล้วก็หันมาพูดเรื่องนิสัยของคุณหนูอยู่ดี”
ได้ยินดังนั้น ฝีเท้าของอวิ๋นชะงักหยุด ก่อนจะหันกลับมาหาฮั่วเหมย "ฮั่วเหมย แบบนี้ถือว่าเจ้ายังไม่เข้าใจจิตใจผู้อื่นนะ เวลาแบบนี้เจ้าควรหาทางปลอบประโลมคุณหนูของเจ้า เหตุใดจึงเอาความจริงมาพูดเช่นนี้"
ความจริงมันโหดร้าย จะเอ่ยถึงทำไม?
มุมปากของฮั่วเหมยกระตุก "คุณหนูพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ เป็นบ่าวที่โง่เขลาเอง"
อวิ๋นชิงลูบศีรษะฮั่วเหมยเบาๆ "ไปกันเถอะ! พวกเราไปกินเกี๊ยวน้ำกัน"
ฮั่วเหมยอ้าปากจะทัดทาน แต่ก็กลืนคำพูดลงคอไป
นางสังเกตเห็นว่าช่วงนี้คุณหนูของนาง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ก็ยังกินได้ลง แถมยังกินอย่างเอร็ดอร่อยเสียด้วย
นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีกระมัง
ในเมื่อไม่มีใครรักเรา เราก็ต้องรักตัวเอง
พึ่งพามารดาบิดาไม่ได้ พึ่งพาอาหารก็ยังอยู่รอด
"อืม เกี๊ยวน้ำเจ้านี้รสชาติใช้ได้เลยทีเดียว"
ฮั่วเหมยไม่อยากทำลายบรรยากาศ จึงรีบพยักหน้าเห็นพ้อง "คุณหนูเห็นว่าอร่อย ก็ทานให้มากหน่อยนะเจ้าคะ"
"อื้อ"
เมื่อเห็นอวิ๋นชิงทานอย่างเอร็ดอร่อย ฮั่วเหมยก็พลอยเจริญอาหารไปด้วย
ใช่แล้ว! สรรพสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง รองเท้าที่ถอดวางไว้ในวันนี้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้สวมอีกหรือไม่ เช่นนั้นก็กินเถอะ!
ในขณะที่นายบ่าวทั้งสองรู้จักปล่อยวางและกำลังรับประทานกันอย่างอิ่มหนำสำราญ...
"คุณหนูอวิ๋น"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก สองนายบ่าวก็เงยหน้าขึ้น เห็นผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจของฮั่วเหมยก็รัดแน่นขึ้น
"องครักษ์โม่"
ผู้ที่มาหาใช่ใครอื่น แต่เป็นโม่เหวิน บ่าวรับใช้ข้างกายของฉินซิว
โม่เหวินอยู่ที่นี่ ฉินซิวคงอยู่ไม่ไกลแน่ๆ
"คุณหนูอวิ๋น รบกวนแล้ว ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากท่านกั๋วกงน้อย ให้นำของสิ่งหนึ่งมามอบให้ท่าน"
อวิ๋นชิงคิดในใจ: มอบให้ข้า ? อะไรหรือ ? ยาพิษกระเรียนแดง (สารหนู) หรือเปล่า ? เช่นนั้นเขาควรทำอย่างลับๆ สิ ไม่น่าจะโจ่งแจ้งเพียงนี้ หรือจะเป็น ' ตำรากุลสตรี ' อะไรเทือกนั้น ?
สรุปแล้ว คงไม่ใช่ของดีแน่ๆ
ในขณะที่อวิ๋นชิงกำลังคาดเดา โม่เหวินก็หยิบหน้ากากออกมาส่งให้นาง "สิ่งนี้ คุณหนูอวิ๋นโปรดรับไว้ด้วย”
เห็นหน้ากากนั้น คิ้วของอวิ๋นชิงก็เลิกขึ้น
ฮั่วเหมยสีหน้าแปรเปลี่ยน นี่หมายความอย่างไรกัน? หรือเขาจะเห็นว่าใบหน้าของคุณหนูอัปลักษณ์ ถึงได้ส่งหน้ากากมาให้ปกปิด?
หากเป็นเช่นนั้น ฉินซิวผู้นี้ใจร้ายเกินไปแล้ว
ในขณะเดียวกัน ไม่ไกลออกไป เผยจิ่นที่ยืนอยู่หลังแผงขายเครื่องกระเบื้องเคลือบ ลอบมองมาทางอวิ๋นชิง พลางกระซิบถามฉินซิวที่อยู่ข้างๆ ว่า "ส่งหน้ากากให้นางเช่นนั้น ไม่ใจร้ายเกินไปหรือ"
ใจร้ายหรือ?
เทียบกับสิ่งที่อวิ๋นชิงทำกับเขา ฉินซิวไม่ได้รู้สึกเลยว่าตัวเองทำเกินไป
“เอ๊ะ เหตุใดถึงดูเหมือนนางกำลังยิ้ม"
เมื่อได้ยินถ้อยคำประหลาดใจของเผยจิ่น ฉินซิวอดไม่ได้ที่จะเหลือบตาขึ้นมอง
เขามองเห็นอวิ๋นชิงในชุดสีสันฉูดฉาด กับใบหน้าที่ไม่รู้จักคำว่าละอาย ประคองหน้ากากไว้ในมือพลางยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
เห็นรอยยิ้มนั้น คิ้วของฉินซิวก็ขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว