ตอนที่ 5
บทที่ 5
September 18, 2026
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”
บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึง
เวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”
ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อ
หัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจ
ยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไม่พ้นเสียจริง ๆ!
หวงอี้อันเตือนเธออย่างดุดัน “เธอทำผิดก็รับผิดชอบเอง อย่าดึงฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเข้าใจไหม?”
เขาเป็นคนของแม่ใหญ่ของเธอ
สองปีมานี้ที่เวินหร่านถูกส่งมาเป็นลูกน้องของหวงอี้อัน
เขาได้รับคำสั่งจากแม่ใหญ่ให้จงใจกลั่นแกล้งเธอหลายต่อหลายครั้ง
ตอนนี้บอสใหญ่มาที่บริษัทวันแรกก็ข้ามลำดับชั้นเรียกเธอเข้าพบ
ในสายตาหวงอี้อัน จะต้องเป็นเพราะเวินหร่านไปล่วงเกินบอสใหญ่มาแน่ ๆ
แต่ถ้าเธอถูกลงโทษจริง ๆ เขาก็จะได้มีเรื่องไปรายงานคุณนายใหญ่เวินพอดี
เขาได้รับคำสั่งจากคุณนายใหญ่เวินให้หาวิธีทำให้เวินหร่านทำผิดพลาด
แต่ตลอดสองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องของเขา เธอก็ระมัดระวังตัวมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด
เขากำลังกลุ้มใจอยู่ว่าจะ ‘ยัดความผิด’ ให้เธออย่างไรดี คิดไม่ถึงว่าเธอจะเอาตัวเองใส่ตะกร้าไปประเคนให้บอสใหญ่เสียเอง
คราวนี้ดีทีเดียว ยิ่งเธอทำความผิดร้ายแรงมากเท่าไร คุณนายใหญ่เวินก็ยิ่งพอใจมากเท่านั้น
แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้องกันตัวเองออกมาเสียก่อน ไม่ให้ต้องพลอยเดือดร้อนเพราะเวินหร่าน
“เข้าใจแล้วค่ะ ผู้จัดการหวง!” เวินหร่านก้มหน้ากล่าว
เธอกำลังจะไปก็ถูกหวงอี้อันดึงไว้ เขากระซิบขู่ข้างหูเธออย่างมาดร้าย “จำไว้ ถ้าเธอกล้าไปพูดซี้ซั้วต่อหน้าบอสใหญ่ ต่อไปก็อย่าหวังเลยว่าจะได้อยู่ดีมีสุขในฐานะลูกน้องฉัน!”
เวินหร่านปรายมองเขาอย่างเยาะหยัน
เขาพูดราวกับว่าสองปีที่เป็นลูกน้องเขามา เธอได้อยู่ดีมีสุขอย่างนั้นแหละ
หวงอี้อันรับคำสั่งจากแม่ใหญ่ของเธอ การกดดันและการกลั่นแกล้งในที่ทำงานรูปแบบต่าง ๆ มีน้อยเสียเมื่อไร?
ตอนนี้เขากำลังร้อนตัวอยู่ล่ะสิ!
กลัวเธอจะไปฟ้องบอสใหญ่ ถึงได้มาเตือนเธอเป็นพิเศษก่อนที่เธอจะไปที่ห้องทำงานของประธาน
แต่เขาร้อนตัวไปเสียเปล่าโดยแท้
เธอไปเจอบอสใหญ่ครั้งนี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้องยืนยัน ไหนเลยจะว่างพอมาคิดถึงคนไม่สำคัญอย่างเขา?
เวินหร่านลอบกลอกตา สะบัดมือเขาออกแล้วตรงไปที่ลิฟต์
ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นบนสุด ที่นี่คืออาณาเขตของประธานโดยเฉพาะ
เวินหร่านทำงานที่บริษัทแห่งนี้มาสองปี แต่ไม่เคยขึ้นชั้นที่สูงกว่าชั้นสิบสองมาก่อนเลย ชั้นบนสุดยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เลขานำทางเธอมาถึงหน้าประตูออฟฟิศประธานแล้วเคาะประตู
“เข้ามาได้!”
น้ำเสียงเย็นชาของผู้ชายดังมาจากข้างใน
เวินหร่านถอนหายใจออกมายาว ๆ ปอยผมบนหน้าผากกระพือขึ้นแล้วร่วงลงมา
เธอปรับอารมณ์ตัวเองก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไป
ห้องทำงานของประธานตกแต่งด้วยโทนสีดำขาวเย็นชา เส้นสายอันแข็งกระด้างเผยให้เห็นถึงนิสัยเย็นชาห่างเหินของผู้เป็นเจ้าของ
เวินหร่านมองปราดเดียวก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
เขากำลังก้มหน้าอ่านเอกสาร
เห็นใบหน้าไม่ชัด แต่กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขากลับเหมือนเคยพบกันมาก่อน
แต่เขาดูจะลืมไปแล้วว่าเธออยู่ที่นี่ นับแต่ที่เธอเข้ามาจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่ได้ละมือจากเอกสาร ทั้งยังไม่เหลือบมองเธอสักแวบ
ภาพที่ไม่พึงมีเริ่มโผล่เข้ามาในความคิดของเวินหร่าน
บนเตียงในห้องตรวจวันนั้น เขาช่วยเธอตรวจ...
พระเจ้าช่วย!
เธอคิดถึงเรื่องนี้ได้อย่างไร?
ขณะกำลังหงุดหงิดตัวเอง ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบลึกล้ำมองมาที่เธอ
เวินหร่านพลันได้สติคืนมา ถึงตอนนี้จึงพบว่าชายตรงหน้าไม่รู้เงยหน้าขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาดำสุดหยั่งของเขาจ้องมองเธอมาสักพักแล้ว
ดวงตาสองคู่ประสานกัน
ชั่วพริบตาเดียวก็ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาหา
หัวใจเต้นรัวเร็วกว่าเดิม
“คุณดูจะตกใจมากที่เห็นผม?”
มุมปากซางเลี่ยรุ่ยหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มมีเลศนัย แต่รอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา
เส้นเลือดตรงขมับของเวินหร่านเต้นตุบ ๆ
น้ำเสียงประหม่าสั่นเครือ “ขะ... ขอโทษค่ะ ท่านประธาน... ฉันมัวแต่อึ้งกับสง่าราศีของคุณจนลืมตัวไปชั่วขณะ”
ซางเลี่ยรุ่ยเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แววตาลึกล้ำ “พูดแบบนี้หมายความว่าคุณหนูเวินสนใจผมเหรอครับ?”
“จะกล้าได้อย่างไรคะ? ฉันเป็นแค่พนักงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งของคุณ ไม่กล้ามีความคิดไม่เหมาะสมต่อคุณแน่นอนค่ะ มีแต่ความเลื่อมใสศรัทธาล้วน ๆ!” เวินหร่านรีบอธิบายด้วยความแตกตื่น
ชายหนุ่มตรงหน้าทั้งเย็นชาและน่าเกรงขาม พาให้คนยากจะมองข้ามความกดดันที่แผ่ออกมาจากรอบตัวเขา