ตอนที่ 6
บทที่ 6
September 18, 2026
เวินหร่านเปลือกตากระตุก
เขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?
คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?
“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธ
ตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขา
ถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ช่วย ต่อไปได้เจอเขาทุกวัน เธอจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน?
ดวงตาลุ่มลึกของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องเธอ “ไม่พอใจที่ได้เลื่อนตำแหน่ง?”
เวินหร่านเลียริมฝีปากแดง “ฉันคิดว่า...”
ซางเลี่ยรุ่ยตัดบทเธอ “คุณเป็นประธาน หรือว่าผมเป็นกันล่ะ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าเวินหร่านแข็งทื่อ “ย่อมเป็นคุณอยู่แล้วสิคะ!”
ซางเลี่ยรุ่ยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด “กลับไปส่งมอบงาน แล้วพรุ่งนี้ก็มาทำงานที่ออฟฟิศประธาน!”
“แต่...” เวินหร่านลังเล
เขาไม่กลัวเธอคิดมิดีมิร้ายเลยเหรอ?
ถ้าเธออดไม่ไหว จับกดเขาขึ้นมาจะทำอย่างไร?
สีหน้าซางเลี่ยรุ่ยดูจะเริ่มหมดความอดทน “ไม่อยากทำก็ลาออกได้!”
เวินหร่าน “...”
เธอพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ!”
ซางเลี่ยรุ่ยปรายตามองเธอ คิดว่าเธอตกลงแล้วจึงเดินกลับไปที่เก้าอี้ผู้บริหารเพื่อสะสางงานต่อ
เวินหร่านกลับไปที่ออฟฟิศของตัวเอง ไม่สนใจการหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงเสียดแทงของหวงอี้อันและสายตาสงสัยใคร่รู้ของเพื่อนร่วมงาน
เธอนั่งลงเปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มเขียนใบขอลาออก
ความรุ่มร้อนทางกายบรรเทาลงไม่น้อยเพราะการตัดสินใจลาออก
“เวินหร่าน ทำไมประธานซางถึงเจาะจงเรียกเธอไปพบที่ออฟฟิศเหรอ? คงไม่ได้สนใจเธอเข้าแล้วหรอกนะ?” หลีลี่ชะโงกหน้าเข้ามาถามพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย
“ขอล่ะ เขาเป็นประธานเชียวนะ จะมาชอบคนธรรมดาอย่างฉันง่าย ๆ ได้อย่างไร?” เวินหร่านพิมพ์ไปพลางตอบ
หลีลี่ “เธอธรรมดาตรงไหน? แค่ของเดือนนี้ฉันก็ช่วยเธอจัดการดอกกุหลาบเกินยี่สิบช่อแล้วนะ? ด้วยหน้าตาและรูปร่างของเธอ ประธานซางจะตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นก็ไม่แปลกนี่?”
ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น?
เวินหร่านที่กำลังพิมพ์อยู่หยุดชะงักเล็กน้อย
ถ้าประธานซางตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นจริง เธอก็มีโอกาสนอนกับเขาแล้วใช่ไหมนะ?
เขารูปร่างสูงใหญ่ เอวสอบขายาว เรื่องแบบนั้นก็น่าจะช่ำชองใช่ไหมนะ?
พระเจ้าช่วย!
เธอกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?
หรือว่าโรคฮิสทีเรียจะกำเริบอีกแล้ว?
เวินหร่านหน้าแดงวาบ เธอส่ายหน้าเร็ว ๆ
“จะเป็นไปได้อย่างไร? เธอหยุดเดาส่งเดชได้แล้ว ไปทำงานเถอะ!”
เธอกลับไปตั้งใจเขียนใบขอลาออก แล้วส่งไปที่กล่องอีเมลขาเข้าของผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลทันก่อนเลิกงานในที่สุด
เวินหร่านเริ่มเก็บข้าวของ ตั้งใจว่าจะนำของส่วนตัวทั้งหมดกลับไปด้วย
เวลานั้นเอง หวงอี้อันโยนเอกสารกองโตลงบนโต๊ะเธอแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง “เย็นนี้เธออยู่ทำโอที งานพวกนี้ก็ฝากเธอด้วยนะ!”
เวินหร่านเบิกตามองกองเอกสารหนาปึ้กตรงหน้า
ไม่ต้องถามก็รู้ว่าหวงอี้อันฉวยโอกาสกลั่นแกล้งเธออีกแล้ว
หวงอี้อันรับสินบนจากแม่ใหญ่ของเธอ รับหน้าที่มา ‘สั่งสอน’ เธอโดยเฉพาะ
สองปีที่เวินหร่านเป็นลูกน้องเขา การทำโอทีโดยไร้สาเหตุเป็นเรื่องธรรมดา
โดยเฉพาะวันนี้เธอยังถูกเรียกไปที่ออฟฟิศท่านประธานคนใหม่ ย่อมไปสะกิดความอิจฉาและความไม่พอใจของหวงอี้อันขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ถ้าเขาคิดว่าเธอจะปล่อยให้เขาใช้งานเยี่ยงทาสเหมือนที่ผ่านมาก็เข้าใจผิดแล้วล่ะ
“ผู้จัดการหวงคะ ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว! ขออภัยด้วย ฉันจะกลับแล้วค่ะ!” เวินหร่านปฏิเสธคำสั่งของเขาอย่างเย็นชา
หวงอี้อันมองเธออย่างเหลือเชื่อ
คิดไม่ถึงว่าเวินหร่านที่ ‘ยอมคน’ มาแต่ไหนแต่ไรกลับกล้าต่อต้านเขา?
“อย่าคิดว่าวันนี้ท่านประธานเรียกเธอไปที่ออฟฟิศ เธอก็สามารถมองข้ามผู้จัดการอย่างฉันได้นะ! ในฝ่ายโครงการฉันใหญ่ที่สุด เธอกล้าขัดคำสั่งหัวหน้าอย่างเปิดเผย เชื่อไหมว่าฉันไล่เธอออกได้?” หวงอี้อันใบหน้าบิดเบี้ยว ตวาดเสียงเกรี้ยวกราด
เวินหร่านเพียงตวัดสายตามองเขาอย่างเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นก็ไล่ออกได้เลยค่ะ”
พูดจบก็หอบสัมภาระที่จัดเสร็จแล้วของตัวเองเดินออกจากบริษัทโดยไม่เหลียวหลัง
เสียงด่าทอของหวงอี้อันดังตามมา เธอก็ไม่สนใจเลยสักนิด
เวินหร่านไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่เดินเหม่อลอยอยู่บนถนนตามลำพัง
ตอนนี้ฟู่จิ่งเฉิงสามีคงไม่อยู่ที่บ้านเหมือนกัน
หนึ่งปีที่แต่งงานกันมา พวกเขาแทบจะต่างคนต่างอยู่
กระทั่งโอกาสที่จะได้กินมื้อเย็นด้วยกันก็ยังมีน้อยนิด
ก่อนหน้านี้เวินหร่านเข้าใจว่าฟู่จิ่งเฉิงมีนิสัยเฉยชา ยังไม่คุ้นกับชีวิตหลังแต่งงานกับเธอ