ตอนที่ 529
บทที่ 530 ยอดเขาโต๊ะ
October 22, 2026
บนดาวโลก มีสถานที่สามแห่งที่ชื่อว่าภูเขาสู่ (สู่ซาน) สองที่ตั้งอยู่ ภายในเขตอันฮุย อีกที่หนึ่งอยู่ที่เขตเสฉวน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือชื่อ หลัง เป็นภูเขาลือชื่อที่เป็นตัวแทนของเซียนดาบสายหนึ่งแห่ง วัฒนธรรมจอมยุทธ์ของประเทศจีน หลี่มู่ไม่รู้ว่าภูเขาสู่ในดาวทุรกันดารนี้จะเกี่ยวข้องกับที่มีบนดาว โลกหรือไม่ แต่เมื่อมองจากทางเชิงเขา ภูเขาสู่ตรงหน้าสูงตระหง่านทรงพลัง ลาดชันอันตรายถึงที่สุด ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นแน่นขนัด ทิวเขียวปกคลุมหิน สีขาว ยอดหินหลายยอดประดุจกระบี่เทพแทงขึ้นไปบนท้องฟ้า ทะลุ ชั้นเมฆจนเชื่อมต่อฟ้าและดิน เมื่อเทียบกับภูเขาสู่ที่เสฉวนบนดาวโลกก็ แทบจะอันตรายไม่แตกต่างกัน ความรู้สึกที่ให้ราวกับว่าเมื่อถอนยอดเขาเหล่านี้ออกมากําไว้ในมือ สักหนึ่งยอด จะเป็นเหมือนกับกระบี่แหวกนภาเล่มหนึ่งเลยทีเดียว “ที่นี่คือภูเขาสู่” ติงอี้เอ่ยขึ้น“สมัยก่อนที่ ‘เซียนกระบี่บัวคราม’ คนนั้นยังไม่หายตัวไป ได้สร้าง ลัทธิเทพขึ้นโดยตั้งชื่อตามภูเขาสู่แห่งนี้ แบ่งออกเป็นเจ็ดสาย นอกจาก ชําระดาบ เหนือฟ้า ราชันมังกร เงาจันทร์แล้ว ยังมีฝืนชะตา เซียนแห่ง ถัง ภูเขาหลี่ ถูกเรียกรวมกันว่าภูเขาสู่ ภูเขาสู่ในครั้งนั้นมองฟ้าดินอย่าง ผึ่งผาย และถือเป็นยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดของดาวทุรกันดาร น่าเสียดาย ที่ต่อมา คนบนสวรรค์มาเยือนโลกเบื้องล่าง บอกว่ามาล้อมโจมตี นักโทษผู้ผิดบาป และ ‘เทพกระบี่บัวคราม’ ก็กดถูกเข้าใจว่าเป็น นักโทษผู้ผิดบาป ศึกใหญ่ได้เกิดขึ้น ภูเขาสู่แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ฝืนชะตา เซียนแห่งถังกับภูเขาหลี่ ก็ได้สูญหายไปจากโลกด้วยเหตุนี้…” ติงอี้รู้สึกทอดถอนใจ คนผู้นี้เป็นพวก ‘รู้ลึกสารพัด’ จริงๆ เรื่องราวน้อยใหญ่บนยุทธจักร เขารู้ทั้งหมด แค่ถามขึ้นคําเดียวก็มีตํานานแห่งยุทธจักรมาเล่าเสียแล้ว ตลอดการเดินทางนี้ จากการพล่ามไม่หยุดปากของติงอี้ หลี่มู่ เข้าใจภาพโครงคร่าวๆ ของดาวทุรกันดาบดวงนี้แล้ว ตลอดการเดินทางหลี่มู่คิดอยู่ตลอดว่า ‘เทพกระบี่บัวคราม’ ของ ดาวทุรกันดารนี้จะใช่คนเดียวกับหลี่ไป๋หรือไม่ถึงอย่างไรหลี่ไป๋ก็เป็นหนึ่งในคนที่ก้าวสู่เส้นทางเซียน เดินทาง ออกมาจากดาวโลก ฉายา ‘อุบาสกบัวคราม’ ก็เป็นผู้แข็งแกร่งด้านวิชา กระบี่คนหนึ่งด้วย แล้วพอตอนนี้ได้ยินคําว่า ‘ฝืนชะตา’ ‘เซียนถัง’ และ ‘เขาหลี่’ สาม คํานี้ ยิ่งทําให้หลี่มู่คิดติดกันมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสองคําหลัง…น่า กลัวว่า ‘เทพกระบี่บัวคราม’ คนนี้จะเป็นยอดกวีเซียนกระบี่ ‘อุบาสกบัว คราม’ หลี่ไป๋เสียแล้ว ในราชวงศ์ถัง ก็มีตํานานเซียนกระบี่ภูเขาสู่อยู่เช่นกัน ก็ไม่แน่ว่าอาจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ ชื่อของลัทธิถึงถูกเรียกว่าภูเขา สู่ ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริงๆ ลองนับจากเวลาดูแล้ว หลังจากหลี่ไป๋ออก จากแผ่นดินใหญ่เสินโจว ก็น่าจะมาถึงยังดาวทุรกันดารแห่งนี้และ สถาปนาภูเขาสู่ขึ้น เบื้องหลังมีเรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่นะ? หลี่มู่รู้สึกอยากรู้อยากเห็นมาก ทั้งสองคนเดินทางถนนของภูเขามาครู่หนึ่ง ก็จําเป็นต้องลงจาก หลังม้าแล้วหลี่มู่สัมผัสได้ พลังวิญญาณในภูเขาเข้มข้นกว่าด้านนอก หลายเท่าตัว สามวันก่อนหน้า ถึงแม้เขาจะพยายามเร่งฝีเท้า แต่ก็ไม่ได้เกียจ คร้านที่จะฝึกฝนเลย ‘ปราณแท้บริสุทธิ์’ ในร่างกายตอนนี้ได้รับการเติม กลับมาบ้างบางส่วนแล้ว น่าจะเทียบเท่าได้กับระดับสูงสุดขั้นยอดปรมาจารย์ แต่ว่าได้ถูกเขาอําพรางเอาไว้ ดังนั้นติงอี้จึงสัมผัสไม่ถึงส่วนติงอี้นั้นพลังบําเพ็ญอยู่ในระดับสูงสุดขั้นปรมาจารย์เท่านั้น ยังไม่เข้าขั้นฟ้าประทาน ทว่าตลอดการเดินทางกลับยกตนว่าเป็นจอมยุทธ์ชื่อเสียงลือเลื่องฟ้าดิน หลี่มู่ก็ไม่ได้เปิดโปงอะไรพูดไปพูดมา หลี่มู่ก็ยังรู้สึกนับถือติงอี้คนนี้ทั้งสองเข้าไปในภูเขาไม่นาน ก็พบกับคนจากยุทธจักรมากมาย คนเหล่านี้เป้าหมายแตกต่างกัน มีทั้งที่มาเพื่อชมมหรสพอย่างเดียว มีพวกที่ได้รับการเชิญจากเพื่อนสนิทในกลุ่มพันธมิตรสี่เมืองฝ่ายธรรมมะและสามพรรคกระบี่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้มาร่วมรบ ล้อมโจมตีพวกลัทธิมารส่วนติงอี้ก็อาศัยเพียงลมปากอันจัดจ้าน ผสมโรงเข้าไปในกลุ่มบู๊ลิ้มต่างๆ เยินยอสมคบกันและกัน จนสามารถกลายเป็นพี่น้องสาบานกับศิษย์คนหนึ่งจากสํานักวายุเมฆา จนได้ขึ้นไปยัง ‘เรือล่องลม’ เหยียบขึ้นไปยังเรือเหาะของสํานักวายุเมฆา ตรงเข้าไปยังส่วนลึกของภูเขาสู่สํานักวายุเมฆานี้เป็นสํานักระดับกลางของดาวทุรกันดารเนื่องจากได้รับการเชิญจากผู้อาวุโสสํานักกระบี่ทะเลประจิมหลินอวี่หานที่เป็นหนึ่งในสามสํานักกระบี่ยิ่งใหญ่ จึงยกกันมาทั้งสํานักเพื่อเข้าช่วยล้อมโจมตีลัทธิมาร ดังนั้นเรือเหาะจึงได้เข้าสู่การปิดล้อมวงนอกของพันธมิตรฝ่ายธรรมมะ โดยไม่ได้ถูกขัดขวางแต่อย่างใดหลังจากหลี่มู่เข้ามาในภูเขาสู่ เดิมทีคิดจะหาโอกาสแยกทางกับติงอี้เพื่อเดินทางต่อคนเดียว แต่พอขึ้นเรือมาแล้วก็ได้เปลี่ยนความคิดเนียนอยู่ในฝ่ายธรรมมะดูก่อนค่อยว่ากัน……“เข้าไปแล้วต้องระมัดระวังให้มาก ความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก”ดาวโลก ด้านนอกภูเขาสู่ในเขตเสฉวนในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบการเชื่อมพันธมิตรยุทธ์ระดับสูงสุดของฝ่ายรัฐบาลจีน ฟ่านจู่อั๋ง และเลขาลับซูชั่วได้มาส่งตัวชาวบู๊ลิ้มประเทศจีนที่จะเข้าสู่แดนเซียนภูเขาสู่สัญญาณการเปิดแดนเซียนภูเขาสู่ เกิดขึ้นเมื่อสามวันก่อน หมอกมิติปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในสามชั่วโมงก่อนหน้าฝ่ายทหารเลือกกลุ่มกองกําลังพิเศษ และได้ดําเนินการในกลุ่มพันธมิตรยุทธ์อย่างรวดเร็ว จัดตั้งกลุ่มสํารวจขนาดเล็กที่นําโดยรองผู้นํากลุ่มพันธมิตรยุทธ์เจ้าสํานักคีรีบรรพการกู่ล่าง รวมไปถึงรองกรรมการพันธมิตรยุทธ์อย่างเซี่ยวตง ลู่ซุน ลั่วเสวียนซิน ชิวสุ่ยหมิงทั้งสี่คน เตรียมพร้อมที่จะเข้าไปสํารวจในแดนเซียนสองปีที่ผ่านมา มนุษย์บนดาวโลกได้รําผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากการเข้าสํารวจแดนเซียนแดนลับแลผลประโยชน์นี้ ไม่เพียงแต่จํากัดอยู่ที่การเพิ่มพลังให้แก่ ‘มนุษย์พันธุ์ใหม่’ ผู้แข็งแกร่งวิธียุทธ์และผู้มีพลังวิเศษ แต่ยังมีพวกพืชสมุนไพรผลไม้นาๆ ชนิดที่ส่งเสริมด้านการแพทย์ ชีววิทยาของดาวโลกเป็นอย่างมาก และพวกหินแร่ ธาตุ โลหะที่หายาก มีอยู่น้อย รวมไปถึงไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ยังยกระดับวัตถุดิบทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลก ค่อยๆ ซึมเข้าสู่วิถีชีวิตมนุษย์ในหลายๆ ด้านพลังการทหารและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีบนดาวโลก ได้โหมพัดขึ้นอย่างบ้าคลั่งด้วยเหตุนี้จากผลกระทบที่ได้รับ ความร่วมมือและการแย่ง่ชิงระหว่างประเทศมหาอํานาจบนโลก ได้เปลี่ยนจากวงการแหล่งทรัพยากรระเบิดนิวเคลียร์ในวันวาน กลายมาเป็นการแย่งชิงแดนลับแล ร่องรอยแดนเซียนไปแล้ว…แน่นอน การแย่งชิงที่ค่อนข้างสงบเช่นนี้ เกิดขึ้นจากพื้นฐานของการเข้าสังหารกลุ่มองค์กรก่อการร้าย ลัทธิชั่วร้ายของ ‘เทพสังหารตะวันออก’ เมื่อสองปีก่อนทุกครั้งที่มีการเปิดแดนเซียน ทั่วทั้งโลกล้วนจับตามองทุกครั้งที่ในแดนเซียนเปิดใหม่มีตัวยา แร่ธาตุหรือโลหะใหม่ถูก