ตอนที่ 531
บทที่ 532 ประลองอย่างยุติธรรม?
October 22, 2026
“เจอศพไม่น้อยเลย ที่นี่เหมือนจะมีศึกใหญ่เกิดขึ้น” เซียวตง ลู่ซวิ่น ลั่วเสวียนซินและชิวสุ่ยหมิงสี่คนหลังจากเข้ามาใน หมอกมิติก็โชคดีไม่น้อย ต่างถูกส่งมายังที่เดียวกัน ไม่นานก็รวมตัวกัน ส่วนคนอื่นถูกหมอกมิติส่งไปที่ไหนก็ไม่รู้ได้ สภาพแวดล้อมในแดนเซียนเขาสู่ไม่แตกต่างจากที่พวกเขาคิดไว้ เท่าไหร่ ยอดเขาเดี่ยวๆ ประดุจกระบี่แต่ละลูกๆ ตระหง่านอยู่บนพื้นดิน ระหว่างยอดเขาไม่เชื่อมต่อกัน ลําธารกลางหุบเขาลึก หุบเขาหลง คลุมเครือ มีอยู่ไปทั่วหุบเขา พวกเขาทําได้แค่เดินไปกลางระหว่างหุบ เขาของยอดเขา เงยหน้ามองฟ้าเห็นเป็นเพียงเส้นลากยาว สิ่งที่ต่างไปคือ ความสูงของหุบเขานี้สูงถึงหลายหมื่นเมตร สูงกว่า ยอดเขาใดๆ ในโลก หน้าผาสูงชันเก้าสิบองศา เกิดเป็นยอดเขาหินเป็น มุมเหลี่ยมกับพื้นดิน ลาดชันยิ่งนัก ด้วยพลังของพวกเขาก็ยังไม่อาจปีน ขึ้นไปข้างบน และไม่นานพวกเขาก็ได้พบปรากฏการณ์ที่มีความหมายสําคัญ เป็นอย่างมากแดนเซียนเขาสู่มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีบนโลก เพราะระหว่างหุบเขา พวกเขาเห็นศพมนุษย์ที่รบตาย เศษชิ้นส่วน ซากศพที่สวมเสื้อผ้าชุดเกราะสมัยโบราณ เห็นได้ตาม ลําธารกลางหุบเขา ทั้งยังมีศพครึ่งมนุษย์ ครึ่งสัตว์แปลกประหลาดบาง ร่าง เหมือนว่าจะตกลงมาจากท้องฟ้าไม่ก็ยอดเขา ร่างแหลกเละไม่ครบ สมบูรณ์ เลือดไหลย้อมสายธาร นี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างแน่นอน แดนเซียนเขาสู่เป็นแดนเซียนของโลกที่มีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาแห่ง แรก อีกทั้ง พิจารณาจากเศษซากแขนขานี่ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้วิวัฒนาการ ได้มีอารยธรรมนัก “พลังของพวกเขาสูงกว่าพวกเรามาก ต้องระวังแล้ว” ลู่ซวิ่นชี้ไปยังศพที่เจออีก ก่อนเอ่ย “พวกนายดูสิ ศพพวกนี้ตายไป นานแล้วแน่นอน แต่เลือดเนื้อของพวกเขากลับเหมือนคนปกติ นี่ตรง กับลักษณะของผู้แข็งแกร่งขั้นฟ้าประทานที่เมื่อตายไปแล้วเลือดเนื้อจะ ไม่เน่าตามที่อาจารย์บอกไว้ น่ากลัวว่าคนที่ตายไปเหล่านี้จะเป็นขั้นฟ้า ประทานทั้งนั้น”ลั่วเสวียนซินพยักหน้า นางเป็นกายผีดูดเลือด ไวต่อเลือดเป็นที่สุด “ฉันได้กลิ่น ในเลือดมีพลังงานแข็งแกร่งมาก บนโลกมีน้อยนัก…ผู้ตาย เหล่านี้ตอนมีชีวิตอยู่แข็งแกร่งมากๆ เลย” “มีใครฆ่าพวกเขาได้?” สีหน้าของชิวสุ่ยหมิงเห็นได้ชัดว่า เคร่งเครียดมาก “ตลอดทางที่ผ่านมาพวกเราเจอศพไม่ใช่แค่หลายร้อย ร่างเท่านั้นแล้ว ผู้แข็งแกร่งฟ้าประทานมากมายขนาดนี้ สิ่งที่สังหาร พวกเขาได้จะต้องเป็นคนที่น่ากลัวมากแน่นอน หากพวกเราเจอเข้าล่ะก็ เคราะห์ร้ายมากกว่าดีแน่” “จะเป็นโลกที่อาจารย์เคยบรรยายไว้ไหม?” เซียวตงเอ่ยคล้าย ครุ่นคิด เพราะได้รับการสั่งสอนด้วยตัวเองจากหลี่มู่ ดังนั้นหยกทั้งสี่แห่ง ยุทธจักรจีนจึงเรียกหลี่มู่ว่าอาจารย์ กําลังพูดอยู่ ข้างหลังผาสูงที่อยู่ด้านหน้าก็พลันมีเสียงครางต�าทุ้ม ดังลอยมา เหมือนเป็นเสียงของผู้บาดเจ็บหนักส่งเสียงร้องออกมาโดย ไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสี่ใจเย็นวาบมีคนมีชีวิต?จ้องตาซึ่งกันและกันแวบหนึ่ง พลังยุทธ์โคจรจนถึงขีดสูงสุด ทั้งสี่อ้อมผาสูงไปอย่างระแวดระวัง มองเห็นด้านหลังหินผาก้อนมหึมามีซากศพระเนระนาดมีเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวคนหนึ่ง ที่ไหล่ซ้ายและขาทั้งสองล้วนบาดเจ็บสาหัส สลบไสลไม่ได้สติ ปากส่งเสียงร้องครวญครางอย่างไม่ได้ตั้งใจ เลือดไหลย้อมกระโปรงเขียวแดงฉานไปครึ่งหนึ่งสวยจริงๆสามคํานี้แทบจะเป็นปฏิกิริยาแรกที่ผุดขึ้นเมื่อทั้งสี่ได้เห็นเด็กสาวคนนี้ราวกับเทพธิดาในภาพวาดอย่างไรอย่างนั้นในบรรดาคนทั้งที่ ลั่วเสวียนซินก็นับว่าเป็นหนึ่งในสาวงามของโลกแต่เมื่อเทียบกับหญิงสาวคนนี้ก็ยังสู้ไม่ได้เหมือนจะสัมผัสได้ว่ามีคนเข้าใกล้ เด็กสาวที่สลบไสลก็พลันลืมตาขึ้น……“ได้ยินแล้วหรือยัง? สมาพันธ์ความร่วมมือฝ่ายธรรมะตัดสินใจจะประลองกับลัทธิมารอย่างยุติธรรมแล้ว”ติงอี้เป็นคนที่ข่าวสารข้อมูลรวดเร็วแม่นยําที่สุด“การประลองอย่างยุติธรรม?” หลี่มู่มองมาทางเขา “หรือก็คือสมาพันธ์ความร่วมมือฝ่ายธรรมะคิดว่าการประลองก่อนหน้านี้ไม่ยุติธรรม?”“พรวด…” น�าชาที่ติงอี้เพิ่งดื่มเข้าไปพุ่งออกมา จากนั้นก็ทําท่าทางระมัดระวัง กลัวเรื่องกลัวราว “เจ้านี่นิ่ อย่าเที่ยวพูดเพ้อเจ้อ หากคนอื่นได้ยินเข้าล่ะก็ เจ้าคงโดนแปะว่าเป็นพรรคพวกลัทธิมาร”หลี่มู่ทําท่าหวาดกลัวเมื่อสามวันก่อน จากการมาเยือนของ ‘กระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวง เจ้าสํานักคนปัจจุบันของสํานักกระบี่ทะเลประจิมมารักษาการณ์ที่ยอดเขาจัวเฟิง เงาร่างสีเงินนั้นก็ไม่ปรากฏขึ้นอีกเลยคุกถ�าหินก็ไม่เกิดเหตุการณ์นักโทษแหกคุกอีกเห็นได้ชัดว่า ‘กระบี่ทะเลประจิม’ หนึ่งในเจ็ดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสยบยอดฝีมือลัทธิมารในเงามืดจนไม่กล้าปรากฏตัวขึ้นอีก เจ็ดผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายธรรมะแห่งยุคล้วนมีพลังฝึกตนขั้นทะลวงสวรรค์ เซียนไม่ปรากฏตัวใครจะสู้กับพวกเขา?แต่ปัญหาอยู่ที่ลัทธิมารหดหัวอยู่ในเมืองไป๋ตี้ ฝ่ายธรรมะร่วมมือกันโจมตีอยู่หลายเดือนก็ไม่สามารถทะลวงเข้าไปได้ ‘หนึ่งคือพลัง สองเสื่อมโทรม สามสิ้นสุด’ ขวัญกําลังใจทหารมีแนวโน้มลดต�าลง ดังนั้นหัวหน้าใหญ่ฝ่ายธรรมะต่างๆ จึงตัดสินใจที่จะท้าประลองลัทธิมารซึ่งหน้า ทั้งสองฝ่ายต่างส่งผู้แข็งแกร่งออกมาสิบคน ประลองกันอย่างยุติธรรม หากฝ่ายธรรมะชนะ เช่นนั้นฝ่ายลัทธิมารก็ต้องถอยออกไปจากเมืองไป๋ตี้ ภายในสิบปีฝ่ายธรรมะและมารพักการต่อสู้ หากฝ่ายลัทธิมารชนะ ฝ่ายธรรมะจะปล่อยผู้แข็งแกร่งลัทธิมารที่จับมา ถอยทัพอีกทั้งยังจะจ่ายค่าชดเชยให้กับลัทธิมารอีกด้วย“นี่ คนลัทธิมารนอกจากสมองจะมีปัญหาเท่านั้น มิฉะนั้นแล้วไม่มีทางตกลงเด็ดขาดกระมัง”หลี่มู่ได้ฟังติงอี้บรรยายน�าลายแตกฟอง ก็เอ่ยอย่างตกใจลัทธิมารครอบครองเมืองไป๋ตี้ ฝ่ายธรรมะยังทะลวงเข้าไปไม่ได้เช่นนั้นก็อยู่ในสภาวะปลอดภัย ทําไมจึงจะเข้าร่วม ‘การประลองอย่างยุติธรรม’ ด้วย?