ตอนที่ 532
บทที่ 533 เหตุการณ์ที่เกินคาด
October 22, 2026
“เอ๋? นี่มัน…” ใต้ยอดเขาโต๊ะ หลี่มู่ที่กําลังแอบซุ่มบําเพ็ญวิชาอยู่ด้านในถ�า ธรรมชาติแห่งหนึ่ง จู่ๆ เลือดในกายสูบฉีด หยุดการฝึกลง เขาสัมผัสได้ ถึงคลื่นพลังที่คุ้นเคยเป็นอย่างมากมาจากทางด้านทิศตะวันออก “เป็นไปไม่ได้น่า” สีหน้าของหลี่มู่รู้สึกตกใจอย่างมาก คลื่นพลังนี้ เป็นตราหยกรักษาชีวิตที่หลี่มู่มอบให้กับคนสําคัญของ พันธมิตรยุทธ์ชาวจีนที่ดาวโลกในตอนนั้น เมื่อพบเข้ากับอันตราย เพียง กระตุ้นตราหยกก็จะสามารถกลายเป็นเกราะคุ้มกันขึ้นมารับมือได้ระยะ หนึ่ง และสามารถแจ้งบอกเขาอย่างรวดเร็วอีกด้วย “มีคนกําลังกระตุ้นตราหยก ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ใกล้เอามากๆ เป็นไปได้อย่างไรกัน?” พลานุภาพของตราหยกขณะอยู่ที่โลกถือว่าแข็งแกร่งอย่างมาก ไม่ ว่าจะเป็นมุมไหนของดาวโลก เพียงแค่กระตุ้น หลี่มู่ก็จะสัมผัสได้ทันที ทว่าดาวทุรกันดารตอนนี้อยู่ห่างจากดาวโลกอย่างน้อยก็ต้องหนึ่งพันสามร้อยล้านปีแสงเชียวนะ จากหลักการแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะ สัมผัสถึง แปลก แปลกประหลาดจริงๆ หลี่มู่ก็ยังรู้สึกไม่เข้าใจ “ไปดูเสียหน่อยดีกว่า” หลี่มู่หยุดการบําเพ็ญ ร่างพุ่งเป็นลําแสงออกจากถ�า ใช้วิชากระบี่ เหินหาวพุ่งตรงไปยังทิศทางของคลื่นตราหยกด้วยความเร็วสูง … … “ถอย รีบถอย” เจ้าสํานักคีรีบรรพกาลหนึ่งในเจ็ดสํานักศักดิ์สิทธิ์กู่ลั่ง ดวงตาเบิก โพลงตะโกนคํารามขึ้น สําลักลิ่มเลือดออกมา ด้านหลังของเขา ยอดฝีมือสิบกว่าคนจากพันธมิตรยุทธ์ชาวจีน และยังผู้แข็งแกร่งฝ่ายทหาร แต่ละคนบาดเจ็บ มีสู้จนตัวตายไปบ้าง บางส่วนปังๆๆ อาวุธร้อนในมือของผู้แข็งแกร่งฝ่ายทหาร สาดพ่นออกมาอย่างบ้า คลั่ง อาวุธร้อนที่สั่งทําขึ้นพิเศษ พลานุภาพมหาศาล พ่นยิงออกมาจน กลายเป็นตาข่าวพลังไฟ เผชิญหน้ากับร่างเงามากมายที่โถมเข้ามา เสียงปักดังขึ้น เลือดเนื้อบนร่างสาดกระจายลอยปลิวออกไป กลุ่มคนที่ เพิ่งจะสั่งให้บุกเข้ามาเริ่มมีความหวั่นวิตกขลาดกลัว “ระวัง อาวุธของพวกลัทธิมารแปลกประหลาด” “ล้อมพวกเขาเอาไว้” “โล่ ต้องการโล่…” กลุ่มคนที่ล้อมโจมตี เป็นผู้แข็งแกร่งจากสํานักกระบี่ทะเลประจิม หนึ่งในสามสํานักกระบี่ยิ่งใหญ่บนดาวทุรกันดาร ชั่วสิบอึดใจก่อนหน้า หลังจากที่มาพบกับกลุ่มคนที่มาจากดาวโลก โดยบังเอิญ คนของสํานักกระบี่ทะเลประจิมก็รีบตัดสินทันที เข้าใจว่า คนเหล่านี้คือพวกลัทธิมาร พอพบหน้าก็เปิดฉากโจมตี ส่วนกลุ่มชาวจีน จากดาวโลกที่ไม่ทันระวังตัว จึงได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงเมื่อเผชิญหน้ากับอาวุธร้อนที่ไม่คุ้นเคย ประกอบกับการที่ศิษย์ขั้น ยอดปรมาจารย์ของสํานักหลายคนล้มตายติดๆ กัน ร่างจึงไหววูบ กระโดดไปมาเหมือนกระต่ายหนีเหยี่ยว คอยเปลี่ยนตําแหน่งอยู่ตลอด ด้วยความเร็วราวสายฟ้า จนอาวุธร้อนฝ่ายทหารไม่สามารถเล็งได้อย่าง แม่นยํา แต่ว่า การปะทุขึ้นของอาวุธร้อนก็ยังพอสามารถต้านทานการบุก สังหารของสํานักกระบี่ทะเลประจิมได้ ผู้แข็งแกร่งพันธมิตรยุทธ์สองคน รับตัวเจ้าสํานักคีรีบรรพกาลกู ล่างที่ได้รับบาดเจ็บจากการรับการโจมตีของอีกฝ่ายเพื่อปกป้องคน ก่อนหน้ากลับมา “พวกเจ้าเป็นใครกัน?” กู่ลั่งตะโกนขึ้นอย่างเดือดดาล “ทําไมต้องโจมตีพวกเราด้วย?”พวกเขาที่มาพบกับการจู่โจมอย่างกะทันหัน ยังไม่ทันได้ตั้งตัวดี จึงรู้สึกไม่เข้าใจต่อความเป็นศัตรูและการไล่สังหารเช่นนี้ได้เสียงตะโกนกู่ก้อง ดังขึ้นมาจากฝั่ งตรงข้ามราวกับตอบรับแต่ทว่าอีกฝ่ายตะโกนอะไรมา กู่ลั่งฟังไม่เข้าใจอุปสรรคด้านภาษาทว่าดูจากท่าทีแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะมีการประนีประนอมเลย ยังคงเป็นท่าทีไล่สังหารบี้เข้ามาไม่นาน เหล่าพันธมิตรยุทธ์และฝ่ายทหารชาวจีนได้เสียหายไปกว่าครึ่ง เหลืออยู่เพียงยี่สิบกว่าคน ถูกล้อมเอาไว้ใต้ผาที่สูงชัน อาศัยเพียงการป้องกันจากอาวุธร้อน สกัดไม่ให้อีกฝ่ายบุกเข้ามาได้ แต่ทว่าพวกเขาก็บุกออกไปไม่ได้เช่นกันฉึก!อาวุธลับเล่มหนึ่งพุ่งเป็นลําแสงยิงเข้ามาทหารหนุ่มที่กําลังตั้งท่าเล็งคนหนึ่ง เสียงอึกดังขึ้น หน้าผากถูกกระบี่เล่มหนึ่งเสียบเข้ามา ล้มลงนอนกับพื้น“ทําอย่างไรดี?”กู่ลั่งจิตใจร้อนรนเหมือนโดนเผาการเผชิญหน้าในการสํารวจแดนเซียนครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ก่อนหน้า ได้มาเจอกับผู้แข็งแกร่งชาวพื้นเมือง ยิ่งไปกว่านั้นยังแข็งแกร่งจนน่ากลัวขนาดนี้ พลังเฉลี่ยแข็งแกร่งกว่าอย่างมากจะว่าไปแล้ว การร่วมมือกันของพันธมิตรยุทธ์ชาวจีนกับฝ่ายทหารบนดาวโลกนั้นถือว่าเป็นกลุ่มขั้วอํานาจอันดับหนึ่งเลยทีเดียว ไม่มีใครสามารถต่อต้านได้ และไม่มีขั้วอํานาจประเทศใดๆ ที่สามารถแย่งชิงความเป็นผู้นําไปได้แต่ว่า เมื่อมาพบกับอีกฝ่ายโดยบังเอิญกลับราบคาบแทบจะในทันทีผู้แข็งแกร่งขาวพื้นเมืองเหล่านี้ดูแล้วบ้าคลั่งเป็นอย่างมาก เต็มไปด้วยความปรารถนาในการสู้รบและเข่นฆ่า กะลังตะโกนอะไรกันอยู่ น่าเสียดายที่ฟังไม่ออก“เป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราคงพินาศกันหมดแน่”กูล่างเป็นเจ้าสํานักของหนึ่งในเจ็ดสํานักศักดิ์สิทธิ์บนดาวโลก และเป็นผู้รับผิดชอบกลุ่มการสํารวจแดนเซียนภูเขาสู่ของประเทศจีนในครั้งนี้ด้วย เมื่อเห็นเหล่านักรบหนุ่ม ชาวพันธมิตรยุทธ์ตรงหน้าล้มลงทีละคน ในใจของเขาก็รู้สึกละอาย จนดวงตาแทบปริแตกออกมาคนเหล่านี้ ล้วนเป็นต้นกล้าอันล�าค่าของประเทศชาติ ล้วนเป็นอัจฉริยะวิถียุทธ์ที่เพาะบ่มขึ้นมาอย่างยากลําบาก แต่กลับต้องมาถูกสังหารเหมือนต้นหญ้าที่ถูกฟันทิ้งเช่นนี้ ใจของเขากําลังร้องไห้เป็นสายเลือดถ้าหากสามารถสู้ได้สุดชีวิต เขาคงจะบุกสังหารออกไปนานแล้วฟิ้ วๆอาวุธลับลอยเข้ามาอย่างไม่หยุดกู่ลั่งยืนขึ้นที่ด้านหน้าของทุกคนอย่างไม่รักตัวกลัวตาย โบกกระบี่ในมือปัดป้องอาวุธลับ แต่บนร่างก็ถูกอาวุธลับเหล่านั้นเสียบเข้าไปอีกหลายแผลเขาก็ไม่รู้ว่าเอาพลังจากที่ไหน ที่ทําให้ตนเองยังยืนหยัดต้านทานกับความตายได้เช่นนี้ แต่ต่อให้เลือดจะไหลเหมือนเททิ้งลงพื้นเขาก็จะถอยไม่ได้“อาจารย์ อาจารย์….” ศิษย์ติงเค่อคิดที่จะดึงเขากลับเข้ามาอย่างสุดชีวิตการสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด“ไม่ต้องสังหารแล้ว จับเป็น”ห่างออกไป เสียงคํารามของหลินเจิ้นผู้อาวุโสภายนอกของสํานักกระบี่ทะเลประจิมดังขึ้นเขารู้สึกลิงโลดอย่างมาก จับคนแปลกประหลาดของลัทธิมารแล้วพากลับไปยังยอดเขาโต๊ะ รับรองว่าได้ตบรางวัลอย่างงามเป็นแน่ นี่มันก้อนเนื้อชิ้นใหญ่เลย“เหล่าทหารคุ้มครอง เหล่าพันธมิตรยุทธ์ เราตีฝ่าวงล้อมออกไป