ตอนที่ 533
บทที่ 534 สามฉื่อ
October 22, 2026
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ” หลังจากที่หลี่มู่ได้ฟังการบอกเล่าของกู่ลั่ง รู้สึกยากที่จะเชื่อหูของ ตัวเองจริงๆ แดนเซียนภูเขาสู่ที่โลกเปิดออก แล้วส่งคนเหล่านี้มาบนดาว ทุรกันดาร หรือว่าภูเขาสู่บนดาวโลกกับภูเขาสู่บนดาวดวงนี้ จริงๆ แล้ว มีความเกี่ยวข้องกันอย่างมหัศจรรย์อยู่ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่หลี่ไป๋คิดถึง บ้านเกิดแล้วนํามาตั้งชื่อเท่านั้น? ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งกว่า จากดาวโลกมาถึงดาวทุรกันดาร ว่ากันตามหลักการแล้ว คนอย่าง พวกกู่ลั่งจะต้องกระตุ้นทัณฑ์สวรรค์ขึ้นมาแน่นอน ถึงแม้พลังของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่ง แต่ระหว่างโลกที่แตกต่าง กัน เมื่อปราณทัณฑ์ถูกกระตุ้นจะต้องเกิดทัณฑ์สวรรค์ลงมา เพียงแค่ จํานวนทัณฑ์อาจจะอ่อนแรงลงบ้างเท่านั้น ทว่าพวกของกู่ลั่งกลับไม่พบกับทัณฑ์สวรรค์เลยเกิดอะไรขึ้นกันแน่? แต่สิ่งที่ทําให้หลี่มู่กังวลมากกว่าก็คือ ในเมื่อเซี่ยวตง ลั่วเสวียนซิน ลู่ซุนและชิวสุ่ยเยวี่ยทั้งสี่คน ก็เข้าสู่แดนเซียนภูเขาสู่มาเช่นกัน จะพบ กับอันตรายด้วยหรือไม่นะ? ทั้งสี่คนนี้เป็นผู้พิทักษ์ที่เขาคัดเลือกจากดาวโลก ล้วนเป็นพวกมี พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ฝึกบําเพ็ญปกติ การที่ภายภาคหน้าเข้าสู่ขั้น ทะลวงสวรรค์ กระทั่งไปยังขั้นที่สูงกว่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หาก ต้องมาถูกข้าศึกยึดตัวไปที่ภูเขาสู่ ถือเป็นเรื่องได้ไม่คุ้มเสีย สถานการณ์ไม่คาดคิดที่มาอย่างกะทันหัน ทําเอาแผนของหลี่มู่ วุ่นวายไปหมด “ต้องคิดหาวิธี นําคนทั้งหมดไปอยู่ยังสถานที่ที่ปลอดภัย มิเช่นนั้น ด้วยพลังของพวกเขา ถ้าถูกตราหน้าว่าเป็นกากเดนลัทธิมารล่ะก็ คงจะ ต้านทานการล้อมโจมตีของฝ่ายธรรมมะไม่ไหวแน่” สภาพอารมณ์ของหลี่มู่ตอนนี้หนักหน่วงมาก เสียหายมากเกินไปแล้ว คนของพันธมิตรยุทธ์ชาวจีนและฝ่ายทหารที่เลือกมา ล้วนเป็นหัว กะทิของหัวกะทิ สูญเสียไปหนึ่งคน สําหรับประเทศชาติและประชาชนแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยากยิ่ง แล้วครั้งนี้สูญเสียไปนับสิบคน นี่ มันหายนะชัดๆ เขาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างยอดเขาที่ห่างออกไป มีลําแสง เปล่งวิบวับ แสงกระบี่เป็นสาย ราวกับตั๊กแตนผ่านเลนส์อย่างไรอย่างนั้น วิ่ง ทะยานในหุบเขาพุ่งตรงเข้ามาทางด้านนี้แล้ว “ไล่มาแล้วหรือ? ไวขนาดนี้เชียว?” หลี่มู่เลิกคิ้ว ปฏิกิริยาของสํานักกระบี่ทะเลประจิมไวกว่าที่เขาคิดเอาไว้หลาย เท่า ยิ่งไปกว่านั้นยังสังเกตร่องรอยได้รวดเร็ว กวาดหาที่ซ่อนตัวของทุก คนเข้ามา ดูท่าอีกฝ่ายจะมีวิชาติดตามตัวที่พิเศษบางอย่าง เวลาเดียวกัน พวกกู่ลั่งก็ได้เห็นลําแสงฉวัดเฉวียนไปมาเต็มท้องฟ้า กระบี่สังหารโบยบิน?! ในใจของพวกเขา นี่คือวิชาแห่งเซียนกระบี่ในตํานานนะ เพียงครู่เดียวคนทั้งหมดล้วนหน้าเปลี่ยนสีหลี่มู่ตอนที่ไร้เทียมทานบนดาวโลก หนึ่งในเอกลักษณ์ที่เป็น ตัวแทนของเขาก็คือวิชากระบี่สังหารโบยบิน บินทะยาน ถูกมองเป็นชื่อแทนของคําว่าแข็งแกร่ง แล้วผู้แข็งแกร่งตรงหน้าสามารถใช้วิชากระบี่สังหารโบยบินตั้ง มากมาย พวกของกู่ลั่งล้วนเข้าใจจากจิตใต้สํานึก ว่าคนที่ไล่ตามมากว่า ร้อยนั้น ทุกคนล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกับหลี่มู่ทั้งหมด ความรู้สึกอันตรายขนาดมโหฬารกลบทับพวกเขาในพริบตา “ข้าจะไปล่อพวกเขาเอง” อาการบาดเจ็บบนตัวกู่ลั่งฟื้ นคืนมาบ้างส่วน ดิ้นรนลุกขึ้นยืนเอ่ยว่า “คนหัวหงอกอย่างข้า จะตายลงที่นี่ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าเสี่ยวมู่ เจ้าพากทุกคนหนีไปก่อน จะต้องรักษาคนหนุ่มสาวเหล่านี้เอาไว้ พวกเขาเป็นอนาคตของประเทศจีน จะตายอีกไม่ได้แล้ว”ในใจของเขา เต็มไปด้วยความผิดบาปในใจเป็นถึงผู้รับผิดชอบกลุ่มเข้าแดนเซียนภูเขาสู่ แต่กลับต้องยืนจ้องมองคนมากมายเสียสละ ภายในใจเหมือนถูกกรีดเลือด“อาจารย์ ไม่ ท่าน….” ติงเค่อร้อนรนขึ้นมาเขาเป็นเด็กกําพร้า ถูกกู่ลั่งรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก พาเข้าสู่สํานักคีรีบรรพกาล มองกู่ลั่งเป็นดั่งบิดา“ให้พวกเราไปล่อคนเหล่านี้เถิด…ที่ปรึกษาหลี่ เรื่องอื่นก็ฝากท่านด้วย” ผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารที่ชื่อเฝิงจวิน ชื่อที่แสนจะธรรมดาหน้าตาก็ธรรมดา ผอมแห้งใส่แว่นตา รูปร่างไม่สูงแต่กลับเย็นชาสุขุมยิ้มขึ้นอย่างไม่กังวลเอ่ยว่า “นักรบรู้เพียงต้องสู้รบเพื่อประเทศชาติ ไฉนเลยจักต้องคิดเรื่องส่งศพสู่บ้านเกิด…พวกเราคือทหาร”หลี่มู่ยืนขึ้น เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสงบ “ไม่ต้อง รีบมือกับปลาเล็กปลาน้อยเหล่านี้เสียก่อน ยังไม่ต้องหนี…พวกเจ้ารอสักครู่ ข้าจะออกไปคิดบัญชีเสียหน่อย เลือดของพวกเราจะต้องไม่หลั่งอย่างสูญเปล่า”เสียงยังไม่ทันขาดเขาเปลี่ยนเป็นลําแสงสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปแสงดาบอันเจิดจ้าราวกับตัดขาดทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ลําแสงมากมายเปล่งออกมาจากตัวหลี่มู่ เพียงพริบตาได้ฟาดฟันลําแสงฉวัดเฉวียนที่ปิดเดือนปิดตะวันบนฟากฟ้าขาดออกเป็นสองท่อน“เทวะฝ่ายไหนกัน กล้ามาลอบโจมตีสํานักกระบี่ทะเลประจิมของพวกข้า?เสียงหนึ่งดังขึ้นสะเทือนหุบเขา พลังอันบ้าคลั่ง ปราณกระบี่ดุจหิมะถล่มไหลเวียน ชุดผ้าไหมสีทองเปล่งแสงประกาย เป็นอุปกรณ์เต๋าอันยอดเยี่ยมชิ้นหนึ่ง คนที่พูดคือผู้อาวุโสชุดผ้าไหมคนหนึ่งจากสํานักกระบี่ทะเลประจิม”สิ่งที่ตอบเขา คือแสงดาบปลิดชีพที่เหมือนกับดาวตกพร่างพรายเต็มท้องฟ้า“อ๊า….”“ไม่!“ทานเอาไว้ ทานเอาไว้!”เหล่าผู้แข็งแกร่งขั้นฟ้าประทานของสํานักกระบี่ทะเลประจิม ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อสกัดกั้นบนท้องฟ้ายอดเขา เลือดสาดซ่านกระเซ็นแสงดาบไหลเวียน ศิษยขั้นฟ้าประทานที่พลังอ่อนแอบางส่วนไม่สามารถรับมือได้ ถูกสังหารกลายเป็นฝุ่นเลือดในพริบตา“ให้ตายสิ” ผู้อาวุโสชุดผ้าไหมเดือดดาล ในมือเปล่งแสงประกายกํากระบี่เทพเล่มหนึ่ง ปราณกระบี่ระเบิดปะทุประดุจดอกบัวเบ่งบานเต็มฟากฟ้า สั่นสะเทือนแสงดาบที่พุ่งมาหมายสังหารจนสลายไป ร่างไหววูบกลายเป็นเงาผี พุ่งตรงเข้าสังหารหลี่มู่ “ตาย”หลี่มู่ไม่ถอยแต่พุ่งเข้าหา ดาบถลาลมหนึ่งร้อยแปดเล่มมารวมกันที่มือในพริบตา เปลี่ยนสภาพเป็นดาบวัฏจักรเล่มยักษ์ ฟาดฟันแนวตั้งออกไปชิ้ง!ร่างเงาตัดผ่านกันร่างของผู้อาวุโสชุดผ้าไหม รวมไปถึงกระบี่ในมือ ถูกตัดออกเป็นสี่ท่อนเลือดกระเซ็นเต็มท้องฟ้าจนกระทั่งตายเขาก็คิดไม่ถึง ว่าตนเองจะรับมือไม่ไหวแม้แค่กระบวนท่าเดียวหลี่มู่โบกดาบอย่างรวดเร็ว ดาบวัฏจักรฟาดฟันออกไป แสงดาบประดุจวงกลมตัดอากาศศิษย์สํานักทะเลประจิมนับสิบคน ถูกฟันช่วงเอวขาดเป็นสองท่อน