ตอนที่ 534
บทที่ 535 อาวุธวิเศษบัวมรกต
October 22, 2026
เรื่องจริงพิสูจน์แล้วว่า คนของสํานักกระบี่ทะเลประจิมตึงเครียด นั้นมีเหตุผล เพราะวันที่สอง ยอดเขาจัวเฟิงก็สั่นไหวอีกครั้งและงอกสูงขึ้นอีก สามสิบจั้ง ตอนนั้นหลี่มู่ก็อยู่ที่ยอดเขาจัวเฟิงเช่นกัน เขาสัมผัสถึงพลังงานล�า ลึกลึกลับเป็นอย่างยิ่งกลุ่มหนึ่งแผ่กระจายออกมาจากเขาจัวเฟิงได้ อย่างชัดเจน ทั้งยอดเขาเหมือนมีชีวิต เติบโตเหมือนต้นไม้ ชั่วเวลาสั้นๆ แค่หนึ่งถ้วยชา หรือก็แค่ประมาณสิบห้านาที การเจริญเติบโตนี้ก็เสร็จ สิ้น จากนั้นพลังลึกลับก็สลายไป เรื่องน่าแปลก หลี่มู่เองก็ได้เปิดโลกเช่นกัน สํานักกระบี่ทะเลประจิมแตกตื่นอีกครั้ง ใช้วิธีต่างๆ นานาสืบหา เหตุผล แต่ก็ไร้ประโยชน์ กระทั่งว่าเชิญยอดฝีมือค่ายกลของสี่เมือง สามสํานัก สองตระกูล มาสืบหา แต่ก็ไม่เจอร่องรอยอะไรมีคนแนะนําให้สํานักกระบี่ทะเลประจิมถอนกําลัง เปลี่ยนฐานที่มั่น เพราะพลังลึกลับเช่นนี้มีภัยคุกคาม ยอดเขาจัวเฟิงเป็นสํานักของพวก ‘ฝืนชะตา’ ในตอนนั้น ในสาย ลัทธิมารทั้งเจ็ด พวก ‘ฝืนชะตา’ แปลกประหลาดนอกรีตนอกรอยที่สุด เรื่องเหลือเชื่อมากมายเกิดกับลัทธิ เป็นไปได้อย่างมากว่ายอด เขาจัวเฟิงจะแฝงด้วยอันตรายมหันต์ “หึ หากแม้นมีภัยร้ายก็ใช้กระบี่สยบมัน” ‘กระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวงองอาจมาก ยืนยันคําตอบ ตัดสินใจปฏิเสธที่จะย้าย เหตุผลนั้นง่ายมาก จะกลัวตั้งแต่ยังไม่ทันรบไม่ได้ หลายวันมานี้หลี่มู่ก็ไปตามเวลาและสถานที่ที่กําหนดนั่งเรือเหาะ มุ่งหน้าไปยังท้องฟ้าสูง ห่างจากเมืองไป๋ตี้ยี่สิบลี้ขนย้ายก้อนหิน วัสดุ ต่างๆ สร้างเวทีประลองกลางฟ้าและค่ายกลต่างๆ…แน่นอน ในสายตา ของทุกคนเขาเป็นแค่พวกไร้ประโยชน์ขั้นครึ่งรวมปราณที่แรงเยอะ หน่อยก็เท่านั้น งานที่ทําล้วนเป็นงานระดับต�า นอกจากติงอี้แล้วไม่มี ใครสนใจเขาเขาจัดการให้พวกกู่ลั่งอยู่ในถ�าเขาเจี้ยนเฟิงที่มิดชิดแห่งหนึ่ง ชั่วคราว อีกทั้งยังใช้ค่ายกลปิดครอบสกัดกั้นกลิ่นอาย แต่ ‘วิชากระบี่ค้นหา’ ของสํานักกระบี่ทะเลประจิมน่ากลัวเป็น อย่างมาก หลายครั้งล้วนสัมผัสอะไรได้ บีบจนหลี่มู่ต้องเคลื่อนย้ายคน ทั้งหมดก่อนเวลา “เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ต้องคิดหาวิธีจัดการปัญหาในครั้งเดียว” หลี่มู่ขนก้อนหินไปพลางขบคิดไป ‘พลังฝึกฝน’ ที่เขาฝึกฝนกลายเป็นสัญชาตญาณของร่างกายอย่าง หนึ่ง ระหว่างเดิน เคลื่อนไหวก็ฝึกฝนไปด้วย ดังนั้นจึงไม่เป็นการ เสียเวลาฟื้ นฟูพลัง เพื่อเป็นการเร่งการก่อสร้าง ดังนั้นการสร้างเวทีประลองกลาง อากาศจึงลงแรงและกําลังทรัพย์มหาศาล อีกทั้งไม่ได้สร้างให้สําเร็จโดย เพียงฝ่ายสี่เมือง สามสํานัก สองตระกูลเท่านั้น ลัทธิมารก็ส่งยอดฝีมือ ค่ายกลจากเขาราชันมังกรและศาลาเหนือฟ้ามา รับผิดชอบงานสร้าง เวทีประลองอีกครึ่งหนึ่ง…ทั้งสองฝ่ายต่างกังวลว่าอีกฝ่ายจะเล่นตุกติกวางกับดักแผนรับมือไว้ที่เวทีประลอง ดังนั้นจึงไม่กล้าปล่อยปละละเลยในเขตเวทีประลอง ทั้งสองฝ่ายกําหนดกันไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงไม่เกิดศึกใหญ่หลี่มู่กําลังขบคิดว่าจะจัดการพวกกู่ลั่งอย่างไร ก็มีเรือบินมาจากที่ไกลๆ สามสี่ลํา มีคนหนุ่มสาวลงมาจากบนนั้น ต่างสวมเสื้อไม่ธรรมดารัศมีอํานาจท่วมท้น แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นบุคคลชั้นยอดรุ่นหนุ่มสาวของขั้วอํานาจสายธรรมะทั้งเก้าจากสี่เมือง สามสํานัก สองตระกูล หลี่มู่กวาดสายตาไปคร่าวๆ ก็มองออกว่า คนหนุ่มสาวพวกนี้ล้วนมีพลังฝึกตนขั้นเทวะขึ้นไป ดูแคลนไม่ได้เลยหลายวันนี้ โดยพื้นฐานแล้วหลี่มู่ก็นับว่าเข้าใจที่มาที่ไปของผู้แข็งแกร่งในขั้วอํานาจฝ่ายธรรมะทั้งเก้าแล้วสี่เมืองหมายถึงเมืองธารเหมันต์ เมืองตะวันลับฟ้า เมืองกลางนภาและเมืองเป็นหนึ่ง เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดสี่เมืองทั้งดาวทุรกันดารดวงนี้เทียบเท่ากับสามจักรวรรดิบนแผ่นดินใหญ่เสินโจว สามสํานักกระบี่คือสํานักกระบี่ทะเลประจิม สํานักกระบี่ค�าฟ้า และสํานักกระบี่คีรีบูรพาล้วนแต่เป็นสายฝึกกระบี่ทั้งสิ้น ในโลกดาวทุรกันดารนิยมฝึกกระบี่ ล้วนแต่เกี่ยวกับสามสํานักใหญ่ ลูกศิษย์มีมากมาย ส่วนสองตระกูลใหญ่คือตระกูลค่ายกลสกุลจูและตระกูลหุ่นกลไกสกุลกงซุนพลังและพลังแฝงของขั้วอํานาจทั้งเก้าไม่ต่างกันเท่าไหร่ ต่างมีจุดเด่น ร่วมกันปกครองดาวทุรกันดารแน่นอน ตามคําบรรยายลับหลังของติงอี้ ‘จอมยุทธ์ผู้ชื่อเลื่องลือไปทั่วยุทธจักร’ ขั้วอํานาจทั้งเก่าก็แค่ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นเท่านั้น ผู้ที่ควบคุมพลังของทั้งดาวทุรกันดารนี้จริงๆ คือเซียนนอกพิภพ ต่อหน้าสํานักผู้ฝึกฝนนอกพิภพ ขั้วอํานาจทั้งเก้าก็แค่มดที่แข็งแกร่งขึ้นมานิดหน่อยก็เท่านั้น หากไม่เชื่อฟัง บอกว่าจะขยี้ก็ขยี้ทิ้งหลี่มู่พบว่าติงอี้เหมือนจะไม่ได้รู้สึกดีกับขั้วอํานาจทั้งเก้าสักเท่าไหร่นอกจากขั้วอํานาจทั้งเก้าแล้วยังมีสํานักอีกไม่น้อย ซึ่งก็คือสาขาย่อยของสี่เมืองสามสํานักสองตระกูล คอยทําตามคําสั่งของพวกเขาอย่างเคร่งครัดเทียบกันแล้วลัทธิมารเสียเปรียบกว่าเล็กน้อยครู่หนึ่ง เสียงสัญญาณจากเรือเหาะที่อยู่ไกลๆ ก็ดังมามีเรือเหาะขนาดใหญ่อีกหลายลําลอยแหวกทะเลเมฆมาผู้ที่มาคราวนี้คือเหล่าผู้กุมอํานาจขั้วอํานาจทั้งเก้าท่ามกลางฝูงชนรอบๆ เสียงแตกตื่นฮือฮาดังขึ้นเหล่ายอดฝีมือและลูกศิษย์สํานักใหญ่ต่างๆ ที่กําลังสร้างเวทีลอยฟ้าต่างลิงโลดกันขึ้น ใบหน้าตื่นเต้นยินดีจากเสียงวิพากย์วิจารณ์ หลี่มู่ก็เข้าใจถึงเหตุผล‘กระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวง ‘เจ้ากระบี่ค�าฟ้า’ หลี่มู่จื่อ ‘กระบี่โบราณ’ ตงฟางชิง เจ้าเมืองธารเหมันต์ฉวีอี้ เจ้าเมืองเป็นหนึ่งต้วนเฟิงเจ้าเมืองตะวันลับฟ้าหร่านกวงเย่า เจ้าเมืองกลางนภาลู่เทียนหวา ผู้นําตระกูลจู จูน่ง และผู้นําตระกูลกงซุน กงซุนเปี๋ ยหลี…ผู้นําฝ่ายธรรมะทั้งเก้ามาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันนี่มันเรื่องอะไรกัน?ทั้งเก้าคนนี้ยากนักที่จะรวมตัวอยู่ด้วยกัน“แสงกระบี่อาวุธวิเศษในเมืองไป๋ตี้ส่องประกายอีกครั้งแล้ว” ติงอี้ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน มากระซิบเสียงต�าทุ้มอยู่ข้างหูหลี่มู่ศึกธรรมะและอธรรมครั้งนี้ก็เพราะในหน้าผาลึกยอดเขาไป๋ตี้ข้างล่างเมืองไป๋ตี้มีแสงสีเขียวกลิ่นอายสมบัติหลายร้อยลี้พวยพุ่ง