ตอนที่ 536
บทที่ 537 ผู้สืบทอดฝืนชะตา
October 22, 2026
“อะไรนะ? พวกเจ้าตอนนี้กลายเป็นศิษย์ชั้นเยี่ยมของภูเขาสู่แล้ว หรือ?” นอกเมืองไป๋ตี้ในสถานที่ลับตา หลังจากหลี่มู่ฟังพวกเซี่ยวตง ลั่ว เสวียนซินเล่าจนจบ รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ทั้งสี่คนได้เข้าช่วยเหลือเทพธิดาเยี่ยอู๋เหินแห่งสํานักชําระดาบ จน จับพลัดจับผลูเข้าไปอยู่ในเมืองไป๋ตี้ที่ขั้วอํานาจฝ่ายธรรมมะทั้งเก้าใช้ ร้อยแปดพันวิธีก็ยังเข้าไปไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากวันนั้นมีการปะทุ ของปราณล�าค่าบัวเขียว ทั้งสี่คนดูดซับปราณล�าค่าได้อย่างรวดเร็ว สร้างความตกตะลึงแก่ลัทธิมาร จากนั้นได้เข้ารับการทดสอบและถูก พิสูจน์ว่ามีสายเลือดบริสุทธิ์ของลัทธิมาร ดังนั้นจึงกลายมาเป็นศิษย์ชั้น เยี่ยมของลัทธิมารแห่งภูเขาสู่ และได้เข้าสู่เมืองไป๋ตี้เพื่อฝึกบําเพ็ญ ดังนั้น พลังของพวกเขาจึงทะยานไปอย่างรวดเร็ว เข้าสู่ขั้นฟ้า ประทานแล้ว หลี่มู่ฟังจบ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยทีเดียว นี่ถือว่าเป็นโอกาสใช่ไหม?แต่ว่า ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกเขาทั้งสี่คนแล้ว “อาจารย์ ท่านจะต้องเดาไม่ถูกแน่ว่าด่านการทดสอบของเมือง ไป๋ตี้ใช้วิธีอะไร?” ลู่ซุนเอ่ยขึ้นอย่างยินดี “พวกเราทั้งหมดก็ตะลึงงันไป เลย คิดว่ามีคนมาล้อกันเล่นเสียอีก” หลี่มู่หัวเราะตอบว่า “คงไม่ได้ใช้บทกวีของหลี่มู่หรอกใช่ไหม?” ทั้งสี่คนอ้าปากค้างพร้อมกัน “อาจารย์ทําไมท่านจึงรู้ทุกเรื่องเลย?” ลู่ซุนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแห่ง ความพ่ายแพ้ เซี่ยวตงกลับเอ่ยขึ้นอย่างสมเหตุสมผล “ระดับอาจารย์ทําได้ทุก เรื่องอยู่แล้ว” ความเทิดทูนของเด็กคนนี้ไปถึงถึงระดับ ‘ป่วยจนเยียวยาไม่ได้ แล้ว’ “ที่แท้ลัทธิมารภูเขาสู่ ก็เป็นสิ่งที่กวีเอกหลี่ไป๋สืบสานเอาไว้นี่เอง หลี่ไป๋ในราชวงศ์ถังจากดาวโลกคนนั้น” ชิวสุ่ยหมิงเอ่ยอย่างทอดถอน เช่นกัน “คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหนึ่งพันปีก่อนจะมีคนที่ออกจากดาวโลก เหยียบย�าสู่ทางช้างเผือก หลี่ไป๋นี่เป็นเซียนกระบี่จริงๆ”“ใช่ๆ จากที่พวกเราคาดการณ์ไม่น่าจะเป็นแค่หลี่ไป๋เท่านั้น แต่ยัง มีคนโบราณอีกมากมายที่ออกจากดาวโลกเช่นกัน…” ลั่วเสวียนซินเป็น สาวงามจากดาวโลก โดดเด่นในบู๊ลิ้ม รูปร่างสูงยาวสะโอดสะอง มีความ องอาจที่หาได้ยากยิ่งจากหญิงสาว ระหว่างที่นางพูดก็รู้สึกความลิงโลด เช่นเดียวกัน “ว่ากันว่า ยังมีเส้นทางเซียนอีกเส้นทาง…” “ใช่ๆ เช่นนี้ก็พูดได้ว่าภูเขาสู่ก็คือสายเลือดเดียวกับดาวโลกของ เรานั่นเอง หรือว่าตํานานเกี่ยวกับเซียนกระบี่ภูเขาสู่บนดาวโลกสมัย โบราณจะเป็นเรื่องจริง?” ทั้งสี่คนดูดีใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่สุดก็ได้พบกับแบบอย่างในใจของตนเอง บนดาวดวงนี้ สําหรับพวกเขาแล้วถือเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรดียิ่งกว่า หลี่มู่หัวเราะหึหึมองพวกเขา ลั่วเสวียนซินตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง เอ่ยว่า “อาจารย์…ท่าน คงไม่ได้รู้ทั้งหมดอยู่แล้วใช่ไหม?” หลี่มู่หัวเราะร่า ทั้งสี่คนเอามือปิดหน้าทันทีพวกเขาทําเหมือนกับมอบสมบัติ มารายงานให้หลี่มู่ฟัง ที่แท้คนที่ ต้องมานั่งสํานึกภายหลังกลับเป็นพวกเขา “พวกเจ้าสามารถพาคนเข้าไปในเมืองไป๋ตี้ได้ไหม?” หลี่มู่ถามขึ้น เขาเล่าเรื่องที่พบกับพวกกู่ลั่งและสถานที่ออกมาเสียรอบหนึ่ง ลู่ซุนทั้งสี่คนฟังจบทั้งร้อนรนทั้งโมโห “เจ้าพวกที่เรียกตนว่าฝ่ายธรรมมะกลับมาเข่นฆ่าสังหารผู้คน สู้พวกลัทธิมาไม่ได้เลย”“แค้นนี้ไม่จบเท่านี้แน่”“สํานักกระบี่ทะเลประจิมช่างโฉดชั่วเสียจริง”หลี่มู่เอ่ยต่อ “หนี้แค้นนี้ค่อยชําระคราวหลังได้ แต่ว่าสิ่งสําคัญที่สุดตอนนี้คือพาพวกของผู้อาวุโสกู่ส่งไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยเสียก่อน ทั่วทั้งภูเขาสู่ก็มีเพียงเมืองไป๋ตี้ที่แข็งแกร่งยังไม่ถูกตีแตก สถานการณ์ในเมืองเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?”ลู่ซุนเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจว่า “ส่วนในภูเขาสู่สามัคคีกันอย่างมาก ทั้งสี่ฝ่ายล้วนวางความโกรธแค้นในอดีตลงหมดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นทางเซียนถังและเขาหลี่ที่ถูกทําลายไปแล้ว ก็ยังปรากฏตัวของผู้สืบทอดขึ้น”โอ้ ยังมีเรื่องเช่นนี้ด้วย?เซียนถังและเขาหลี่ก็ยังมีผู้สืบทอดปรากฏตัวออกมาดูท่าเรื่องในของลัทธิมารจะลึกเสียยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้อีกเพียงแต่ว่าผู้สืบทอดของฝืนชะตา ทําไมจึงยังไม่ปรากฏตัว?ความคิดเหล่านี้เข้ามาแล้วก็ผ่านไปในสมองของหลี่มู่ เขาถามต่อ“แล้วพวกเจ้าสามารถพาพวกของผู้อาวุโสกู่เข้าเมืองไป๋ตี้ได้หรือไม่?”“น่าจะไม่ใช่ปัญหา” ลู่ซุนตอบ “แต่ว่า ก็ยังต้องเจรจากับเจ้าสํานักของแต่ละสายเสียก่อน ตอนนี้การคุ้มกันในเมืองไป๋ตี้เข้มงวดมาก กลัวว่าจะมีสายของฝ่ายธรรมมะลอบเข้าไป ดังนั้นทางเข้าลับต่างๆ จึงมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด”หลี่มู่พยักหน้าเรื่องนี้ก็มีเหตุผลอยู่เมื่อครู่เขากําลังจะพูดอะไร จู่ๆ สีหน้าได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย มองไปยังด้านหลังร่างเงาประดุจแสงลอยผ่าน ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ร่างในชุดสีเขียวสีมรกต งดงามจับตา ประกอบกับผมยาวสีเขียวอ่อน มีเสน่ห์ราวกับภูตในป่าลึก มีความงามจับจิตสั่นคลอนวิญญาณเทพธิดาเยี่ยอู๋เหินแห่งสํานักชําระดาบนั่นเอง“เป็นเจ้าเองหรือ?” เยี่ยอู๋เหินจ้องมองหลี่มู่ จากนั้นมองไปยังชุดทํางานที่มีสัญลักษณ์ของสํานักกระบี่ทะเลประจิมบนตัวหลี่มู่ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาราวน�าแข็งขึ้นทันควัน “เจ้าไม่ใช่คนดีเด่อะไรจริงๆด้วย ที่แท้ก็เป็นพวกสายของเก้าสํานักฝ่ายธรรมมะนี่เอง”หลี่มู่ตอบ “จริงๆ เรื่องราวไม่ได้เหมือนที่เจ้าคิดหรอกนะ…”ประโยคอันแสนจะคุ้นเคยแต่เยี่ยอู๋เหินไม่อยากจะฟังหลี่มู่เถียงข้างๆ คูๆ อย่างชัดเจนเขาเหลือบตามองพวกของลู่ซุนทั้งสี่คน เอ่ยต่อว่า “พวกเจ้ากล้ามาอยู่กับสายเช่นนี้ หรือว่าก็จะเป็นพวกฝ่ายธรรมมะลอบเข้ามาเหมือนกัน? พวกเจ้าละอายต่อสายเลือดลัทธิเทพในตัวเองบ้างไหม?”ทั้งสี่คนไม่รู้ว่าจะพูดออกมาอย่างไรหลี่มู่กลับอยู่ในท่าทีสมเหตุสมผล เอ่ยต่อว่า “เจ้ามาก็ดีแล้ว ว่าจะรบกวนเจ้าให้ช่วยพาคนบางส่วนเข้าไปในเมืองไป๋ตี๋เสียหน่อย ด้วยฐานะของเทพธิดาสํานักชําระดาบแล้วคงจะไม่ใช่เรื่องยากกระมัง?”เยี่ยอู๋เหินถลึงตากลมโต รู้สึกตามปฏิกิริยาของหลี่มู่ไม่ทันไปชั่วขณะข้ายังไม่ได้สืบสวนกับเจ้าเลยนะ นี่เจ้ากล้ามาขอร้องกันแล้วหรือ?นางเอ่ยขึ้นด้วยความโมโห “เจ้าล้อข้าเล่นอยู่หรือไร? สายอย่างเจ้ายังคิดจะให้ข้าพาเข้าเมืองไป๋ตี้อีกหรือ บ้าไปแล้วหรือไรกัน?”หลี่มู่หัวเราะ “ถ้าเจ้าช่วยข้าพาคนเหล่านี้ไปปกป้องในเมืองไป๋ตี้ข้าก็จะช่วยพวกเจ้ารับมือกับพวกเก้าพรรคฝ่ายธรรมมะ”เยี่ยอู๋เหินร้องเชอะขึ้น ลงมือทันที‘ดาบชําระจันทรา’ ฟาดฟันลงมาราวสายฟ้าหลี่มู่สั่นศีรษะยกมือขึ้น คีบเอาคมดาบเอาไว้ระหว่างนิ้ว ไม่ว่าเยี่ยอู๋เหินจะกระตุ้นพลังดิ้นรนอย่างไรก็สลัดไม่หลุด นางจ้องมองหลี่มู่อย่างตกตะลึง “เจ้า…ที่แท้พลังของเจ้าก็แข็งแกร่ง ก่อนหน้านี้แค่แสร้งทํา