ตอนที่ 540
บทที่ 541 การสังหารผลิบาน
October 22, 2026
“พูดดีดี เจ้าเป็นใครกันแน่?” ติงอี้คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ตนเองมาถูก คนอื่นสวมรอย “ข้าคือผู้สืบทอดฝืนชะตาต้วนสุ่ยหลิวไง” หลี่มู่เอ่ยขึ้นอย่างหน้า หนาหน้าทน ถึงอย่างไรตนเองก็สวมรอยเป็นผู้สืบทอดฝืนชะตาต่อหน้าเยี่ยอู๋ เหินไปแล้ว ก็สวมมันไปให้ถึงที่สุดเลยแล้วกัน ตนเองตอนนี้ก็ถือว่าเป็น ส่วนหนึ่งของลัทธิมารอยู่แล้ว ติงอี้เอ่ยขึ้นอย่างหมดคําจะพูด “เช่นนั้นแล้วข้าจะเป็นใคร?” “ท่านคือ…” หลี่มู่ในมีความคิดวูบหนึ่งแล่นเข้ามาในสมอง งงงันไป ในทันที พูดลิ้นพันกันขึ้นมาว่า “พี่ติงอย่าบอกนะว่า…พี่เป็นผู้สืบทอด ของฝืนชะตา?” ติงอี้ร้องชิขึ้นอย่างจําใจ “เจ้าว่าอย่างไรล่ะ?” หลี่มู่รู้สึกมึนงงขึ้นมากะทันหัน ไปสวมรอยเป็นคนตรงหน้านี้ได้อย่างไรกันนี่?“เหอๆ จริงๆ แล้วข้าก็เป็นคนจากลัทธิเทพ แค่ยังไม่ได้เข้าไปใน เมืองไป๋ตี้เท่านั้น” หลี่มู่เปลี่ยนคําพูดทันที จะอธิบายอย่างไรดี ตอนนี้ไม่เหมาะที่จะพูดเรื่องดาวโลกเสียด้วยสิ ติงอี้ยิ่งไร้ซึ่งคําพูดมากกว่าเดิม “ชิ ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ล้วนเป็นพวกกากเดนลัทธิมารทั้งนั้น วันนี้ พวกเจ้าใครก็อย่าได้คิดหนี ข้าจะทําให้พวกเจ้าอยากตายก็ไม่ได้อยาก เป็นก็ไม่ได้เลยทีเดียว” ชวีเสวี่ยหนิงที่ถูกเจ้าเมืองธารเหมันต์ชวีอี้ ประคองขึ้นมา อยู่ใต้การคุ้มครองอย่างแน่นหนาจากผู้แข็งแกร่งเมือง ธารเหมันต์เอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาล ขาทั้งสองของเขาที่ถูกตัดออกได้ต่อกันแล้ว พลังระดับขั้นเทวะ แขนขาขาดนํามาต่อใหม่ไม่ใช่เรื่องยากเย็น ขอแค่ปราณเลือดแข็งแกร่ง พอ แขนขาขาดไปจะงอกใหม่ก็ยังทําได้ ติงอี้ได้รับการช่วยเหลือจากหลี่มู่ อาการบาดเจ็บในร่างฟื้ นฟูขึ้นมา อย่างรวดเร็วเขามองหลี่มู่ “ช่างเถอะ ไม่ถามตัวตนเจ้าแล้ว ตอนนี้พวกเราเสมอ กันแล้วนะ ตอนนี้มาร่วมมือกันสังหารให้เลือดนองเป็นแม่น�าดีกว่า ไหม?” หลี่มู่ตอบ “ข้าสังหารเอง ท่านมองก็พอ” ทั้งสองคนหัวเราะร่าขึ้นมา “ชิ ไม่รู้จักตายเสียแล้ว” ชวีเสวี่ยหนิงเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาด้วย ความโกรธและอับอาย “ตอนนี้ทั่วทั้งภูเขาสู่ก็เหมือนกับตาข่ายผืนใหญ่ แล้ว ขั้วอํานาจทั้งเก้าจัดวางเอาไว้ตั้งเนิ่นนาน พวกลัทธิมารจะต้องตาย ทั้งหมด แค่พวกเจ้าสองคน ตอนนี้อยู่ในวงล้อมแน่นหนาเช่นนี้ก็ยังคิด จะสร้างคลื่นสร้างลม ไม่รู้จักตายจริงๆ” ติงอี้เอ่ยขึ้น “เอะอะเหลือเกิน” หลี่มู่พยักหน้า “อืม อย่างกับตัวตลกไร้ค่า” ติงอี้เสริมต่อ “ทําไมคนโง่ที่ไม่ได้มีฝีมืออะไร เพียงแค่เกิดมาฐานะ ดีหน่อย ถึงได้หยิ่งทะนงในตัวเองขนาดนี้? ไม่ได้รู้จักประมาณตัวเองเลย ใช่ไหมเนี่ย?” หลี่มู่หัวเราะทับมาอีก “พี่ก็บอกแล้วนี่ว่าเป็นคนโง่ จะไปรู้จัก ประมาณตัวเองได้อย่างไรกัน?”“ก็จริงนะ” ติงอี้ปิดท้าย ทั้งสองคนรับส่งกันอย่างเข้าคอ ชวีเสวี่ยหนิงอีกด้านโมโหจนแทบบ้า เขาเป็นถึงคุณชายแห่งเมืองธารเหมันต์ เป็นผู้เฉลียวฉลาดเกินคน สติปัญญาและแผนการเป็นหนึ่งไม่มีสอง ตําแหน่งและชื่อเสียงใน ปัจจุบัน ทั้งหมดล้วนมาจากสติปัญญาและความพยายามของตนเองเป็นคนที่ดูถูกพวกมุทะลุเอาแต่คอยต่อสู้เข่นฆ่ามาแต่ไหนแต่ไร เมื่อไรกันที่ต้องมาถูกเหยียดหยามและกลายเป็นตัวตลกเช่นนี้?“สังหารพวกเขา สังหารพวกเขาเสีย”ชวีเสวี่ยหนิงเดือดดาลจนแทบจะคุมตนเองไม่อยู่ คํารามขึ้นอย่างเหลืออดทว่าตอนนี้เอง หลี่มู่ได้ลงมือไปแล้วแสงดาบในมือราวสายอัสนี แสงขาวประดุจทางช้างเผือกไหลเวียนในพริบตา กลายสภาพเป็นน�าตกหลั่งไหลลงมาจากเก้าชั้นฟ้าแสงดาบซ้อนทับเป็นชั้นวูบวาบ พุ่งเข้าฟาดฟันยอดฝีมือมากมายจากสํานักกระบี่ทะเลประจิมและเมืองธารเหมันต์ ศัสตราวุธแตกหักสะบั้น เสียงระเบิดของแขนขาดังขึ้นถี่ยิบ เลือดสาดซ่านกระเซ็นพริบตาเดียวไม่รู้ว่ามีคนเท่าใดกลายไปเป็นวิญญาณปลายคมดาบ“เจ้าโจรชั่วแกกล้าดีอย่างไร”“ไอ้หนุ่ม”‘หนึ่งกระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวงและเจ้าเมืองธารเหมันต์ชวีอี้เดือดดาลพวกเขาคิดไม่ถึงว่าหลี่มู่บอกจะลงมือก็ลงมือเลย ยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่มาท้าดวลกับพวกเขาทั้งสอง แต่กลับลงมือไปยังคนอื่น ตอนที่สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งดาวทุรกันดารมารับแสงดาบของหลี่มู่ ทั้งสองสํานักได้สูญเสียคนไปมากกว่าสามสี่สิบคนแล้ว นี่ล้วนเป็นยอดฝีมือชั้นเยี่ยมของทั้งสองสํานักเลยนะ ฝึกฝนมาถึงหลายสิบปีเสียหายอย่างหนัก“กระบี่จงมา”‘หนึ่งกระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวงคําราม พลิกมือจับคว้าความว่างเปล่า กระบี่ยาวมหัศจรรย์เล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือกระบี่เล่มนี้ประกายคมกริบไหลเวียน คมกระบี่บางเฉียบราวกับไร้รูปไร้เงาอย่างไรอย่างนั้น นี่คือกระบี่เงาทะเลอาวุธเทพแห่งสํานักกระบี่ทะเลประจิม ของชั้นเยี่ยมแห่งสมบัติเต๋า“เจ้าเด็กชั่ว ตายเสียเถอะ”เจ้าเมืองธารเหมันต์ใช้วิชา ‘ธารเหมันต์ผนึกฟ้า’ ฝ่ามือพร่างพรายเต็มนภา โดยเฉพาะสองฝ่ามือของเขามีแสงอ่อนประกายฟ้าแผ่ออกและได้สวมเอา ‘ถุงมือธารเหมันต์’ สมบัติแห่งเมืองธารเหมันต์ไว้แล้วภายใต้การปลุกเสกของถุงมือ พลานุภาพของฝ่ามือรุนแรงขึ้นถึงสามสี่เท่าจากการลงมือก่อนหน้าผู้แข็งแกร่งระดับสูงจากดาวทุรกันดารทั้งสอง ได้ยอมรับว่าหลี่มู่เป็นคู่มือที่อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องออมมือออมแรงใดๆอีกแต่ทว่าครั้งนี้หลี่มู่กลับไม่เข้าปะทะซึ่งๆ หน้าอย่างชายชาตรีเขาหัวเราะร่า ร่างไหววูบราวกับภูตผี เข้าจู่โจมกลุ่มศิษย์ ผู้อาวุโสของทั้งสองสํานักใหญ่อย่างไม่หยุด เลือดสาดกระเซ็น แสงดาบไร้ความปรานี ฟาดฟันตัดชีวิตอย่างต่อเนื่องสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งดาวทุรกันดารอับอายและโมโหเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับทําอะไรไม่ได้“จู่โจมติงอี้ สังหารติงอี้เสีย”ชวีเสวี่ยหนิงตะโกนคํารามขึ้นจากอีกด้านติงอี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยิ่งไปกว่านั้นพลังยังห่างชั้นกับหลี่มู่ นี่ถือเป็นจุดอ่อน สามารถบีบให้หลี่มู่มาเผชิญหน้าตรงๆ ได้ถานหรูซวงและชวีอี้ดวงตาเปล่งประกายพร้อมกันแต่ว่าหลี่มู่จะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้อย่างไร?ด้วยความเร็วของวิชาขี่เมฆาเหินฟ้า ในพริบตาที่เสียงของชวีเสวี่ยหนิงดังขึ้น หลี่มู่ก้ได้เข้าไปอยุ่ข้างเขาแล้ว ก่อนหน้าที่เข้าไปสังหารคนอื่นๆ จากทั้งสองสํานัก ก็เพื่อให้พวกเขามือไม้สับสน เป้าหมายของหลี่มู่