ตอนที่ 552
บทที่ 553 ศึกที่ห้า
October 22, 2026
ในโลกใบเล็กแห่งสระบัวคราม หลี่มู่กําลังดําดิ่งอยู่ในทะเลจิตกระบี่ แห่ง ‘จริยะบุรุษ’ ในฐานะที่เป็นกวีใหญ่แห่งจีนโบราณที่ยึดเอาอารมณ์และ ความรู้สึกเป็นสิ่งสําคัญ ทั้งชีวิตของหลี่ไป๋ล้วนถูกคนมากมายเทิดทูน และกราบกราน ในบทกวีของเขายังเต็มไปด้วยปัจจัยแห่งจินตนาการที่ สวยงาม ราวกับเทพเซียนบนฟ้าก็มิปาน บทกวีมากมายก็มีเพียงหลี่ไป๋ คนเดียวเท่านั้นที่จะเขียนความรู้สึกและท่วงทํานองอันสง่างามเช่นนั้น ออกมาได้ ‘จริยะบุรุษ’ เป็นผลงานตัวแทนของหลี่ไป๋ ปลิดชีพกลางธุลีแดง เร้นกายลับอย่างสง่า กวีบทนี้ ปราณกระบี่น่าสะพรึง มีสีสันที่เต็มไปด้วยอารมณ์และ ความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ของหลี่ไป๋ แก่นสารของจิตกระบี่จริยะบุรุษอยู่ในบทกวีบทนี้นั่นเอง หากคิดจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ก็จําต้องซาบซึ้งในบทกวีเสียก่อนรอบกายของหลี่มู่ ทุกตัวอักษรของบทกวี ‘จริยะบุรุษ’ ไหลเวียน ลอยล่อง อักษรสีเงินราวกับอักขระวิถีสวรรค์ ทุกขีดทุกเส้นล้วนแฝงไป ด้วยจิตแท้แห่งวิถีกระบี่ หลี่มู่นั้นฝึกฝนวิชาดาบ เขาชอบดาบมาตั้งแต่ยังเด็ก ประเทศจีนโบราณสํานวนยุทธ์เคยว่าไว้ ‘กระบี่คือสุภาพบุรุษแห่ง ศาสตราวุธ ดาบนั้นไซร์เป็นราชาแห่งศาสตราวุธ’ หลี่มู่ไม่เคยคิดว่าตนเองเป็นสุภาพบุรุษอะไร เขาชื่นชอบความมี อํานาจของราชามากกว่า วิชาดาบตรงไปตรงมา ฟาดลงฟันขวาง ไม่ อ้อมค้อมที่สุด แต่สิ่งที่เรียกว่าสูงสุดสู่สามัญ ดาบและกระบี่บนขอบเขตยุทธจักร ก็มีเพียงส่วนที่เหมือนกันเท่านั้น หลี่ไป๋เองก็พูดไว้แล้ว อยากจะให้หลี่มู่ได้ดูดซับเอาแก่นสารในจิต กระบี่จริยะบุรุษ แล้วผสานเข้าสู่วิชาดาบ ดังนั้นหลี่มู่จึงไม่ได้คิดที่จะทิ้ง ดาบเพื่อฝึกกระบี่ เขากําลังทําความเข้าใจส่วนที่เหมือนกันของกระบี่ และดาบ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลี่มู่จมดิ่งอยู่ในโลกแห่งจิตกระบี่ ‘จริยบุรุษ’ ทั้งบทมียี่สิบสี่วรรค หนึ่งร้อยยี่สิบตัวอักษร แต่ละ ตัวอักษรได้กลายเป็นอักขระจิตกระบี่อันมหัศจรรย์ แฝงเอาไว้ด้วยจิต แท้แห่งวิธีกระบี่ หลี่มู่ใช้งานเนตรสวรรค์ พลังจิตลอยขึ้นมาจับตัว อักขระจิตกระบี่เหล่านี้อย่างต่อเนื่องราวกับหนวดปลาหมึก จากนั้นจึง ตรัสรู้เข้าใจ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร่างของหลี่มู่ กระตุ้น ‘วิชาก่อนกําเนิด’ ขึ้นเอง ดูซับเอาปราณ สมบัติบัวคราม เวลาเดียวกันจิตใจได้ดําดิ่งอยู่ในโลกแห่งจิตกระบี่จริยะ บุรุษ ซาบซึ้งต่อจิตแท้วิธียุทธ์เหล่านั้น ผสมผสานเข้าสู่วิถีดาบของ ตนเอง การฝึกอย่างไม่รู้วันคืน เวลาผ่านไปราวสายน�าไหล … … ริมสระบัวครามเจ้าสํานักชําระดาบเยี่ยเฮิ่นนั่งขัดสมาธิ ไม่ขยับเขยื้อน นางถูกลอบโจมตีด้วยวิชาที่มีเฉพาะในภูเขาสู่ สกัดกั้นปราณแท้ใน ร่างกายไม่ให้ขยับเขยื้อนได้ “เฮ้อ ช่างน่าทุกข์ทนเสียนี่กระไร” เยี่ยเฮิ่นใช้วิธีมากมายแต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้ ในใจร้อน รุ่มนางเข้าใจว่าเพราะอะไรตนเองถึงถูกลอบโจมตีและเข้าใจว่า อีกฝ่ายโจมตีตนเองเพราะอะไรนางไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่รู้สึกเสียใจเสียใจอย่างมากเพื่อนเก่าแก่อีกคนกําลังจะตายลงอีกแล้วเป็นคนที่ไปตายแทนนางอีกด้วย……ฟ้ากลางวันราวกับสีเลือดสายลมหวีดหวิว“ท่านพ่อ…”‘คุณชายหยก’ โอวหยางอวี้ยืนอยู่บนกระสวยแสงเทพ สีหน้าหมดหวังและโศกเศร้า น�าตาไหลอาบลงมาอย่างยั้งไว้ไม่อยู่ จากนั้นขาทั้งสองหมดเรี่ยวแรงทิ้งตัวลงคุกเข่าลงไปทางเวทีลอยฟ้ายอดฝีมือภูเขาสู่บนกระสวยแสงเทพ ล้วนมีสีหน้าโกรธขึ้นและเจ็บปวด“ฮ่าๆๆ แค่ทีเดียวก็ทานไว้ไม่ได้”‘หนึ่งกระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวงเงยหน้าหัวเราะร่าการต่อสู้สิ้นสุดลง มือของเขาหิ้วศีรษะเปื้ อนเลือดเอาไว้ และใต้เท้าของเขา ร่างไร้ศีรษะของจ้าวศาลาเหนือฟ้าโอวหยางฮ่วนอวี่นอนจมกองเลือดอยู่ ถูกเขาเหยียบเอาไว้ใต้ฝ่าเท้าศึกบนเวทีสิบสนามศึกที่สี่ได้ปิดฉากลงแล้วโอวหยางฮ่วนอวี่ตัวแทนฝ่ายภูเขาสู้จนตัวตายชัยชนะอีกครั้งของเก้าสํานักทั้งสองฝ่ายชนะสองแพ้สอง เสมอกันแต่สําหรับฝ่ายภูเขาสู่แล้วกลับอยู่ในสถานการณ์ที่เกือบจะสิ้นหวังผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์อย่างนิรนามและโอวหยางฮ่วนอวี่ รบจนตัวตายด้วยวิธีบดขยี้อย่างน่าอัปยศ และฝ่ายภูเขาสู่ก็ยังคงหาวิธีที่จะเอาชนะ ‘หนึ่งกระบี่ทะเลประจิม’ ถานหรูซวงที่ ‘จู่ๆ พลังได้ทะลวงออกมาอย่างกะทันหัน’“ที่เหลืออีกหกสนาม ข้าคิดว่าคงไม่ต้องสู้แล้ว พวกเจ้าไม่มีคนที่จะมาเป็นคู่มือข้า สู้ยอมแพ้แล้วอัปเปหิตนเองออกจากเมืองไป๋ตี้เสียดีกว่ายังสามารถรักษาชีวิตของพวกเจ้าเอาไว้ได้นะ”ถานหรูซวงเอ่ยขึ้นอย่างจองหองเขาโยนศีรษะของโอวหยางฮ่วนอวี่ลงบนพื้น ยกเท้าขึ้นเหยียบ เอ่ยขึ้นอย่างด้านชาไร้ความรู้สึกโอวหยางอวี้คิดจะบุกเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง แต่ถูกพวกของสํานักเงาจันทร์รั้งเอาไว้ถานหรูซวงยังคงเหน็บแนมต่อ ต้องการจะกระตุ้นคนของภูเขาสู่ให้ขึ้นมาบนเวทีลอย แล้วจัดการให้ตายอย่างอนาถ“เหอๆ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าโกรธมาก และเจ็บปวดอย่างมาก เรียนรู้มันเสีย นี่คือความโศกเศร้าของผู้อ่อนแอ” ถานหรูซวงจงใจสาดเกลือลงบนบาดแผลของผู้คนจากภูเขาสู่ “ความตายก็ไม่ใช่การหลุดพ้น แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นของความอัปยศเท่านั้น”ในที่สุดเขาได้สั่งคนให้นําเอาร่างของโอวหยางฮ่วนอวี่กลับไปบนเรือเหาะ เสียบตะขอเข้ากับหัวไหล่ แขวนเอาไว้กับเสากระโดงเรือภายใต้แสงตะวันอันร้อนแรง“นี่คือจุดจบพวกศัตรูของเก้าสํานัก ตายไปก็ไม่สงบ”ถานหรูซวงหัวเราะเย็นชาคนจากภูเขาสู่โมโหจนอวัยวะภายในแทบแผดเผา“ถานหรูซวง เจ้าจะมากเกินไปแล้ว เดิมทีเป็นศึกบนเวทีที่ยุติธรรมเจ้ายืมพลังภายนอกมาก็เกินพอแล้ว ทําไมจะต้องสร้างความอัปยศให้แก่คนตายอีก?” คุณชายเงาจันทร์เอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาล “สํานัก