ตอนที่ 554
บทที่ 555 หลี่มู่มาถึง
October 22, 2026
หลี่มู่ตกใจมาก ครั้งนี้เขาเพียงแต่บรรลุ ‘จิตกระบี่ลํานําจอมยุทธ์พเนจร’ เท่านั้น นี่ เป็นการเข้าใจกระบวนท่า วีรกรรมและจิตสูงสุดวิถียุทธ์เท่านั้น ไม่เพิ่ม พลังฝึกตน แต่เหตุใดกลับก้าวสู่ขั้นทะลวงสวรรค์โดยไม่รู้ตัวเล่า? อีกทั้ง ก้าวสู่โลกทะลวงสวรรค์ว่ากันตามหลักแล้วจะต้องมีเคราะห์ สวรรค์ ทั้งยังเป็นเคราะห์สวรรค์ที่น่ากลัวมากๆ อีกด้วย แล้วเคราะห์สวรรค์ขั้นทะลวงสวรรค์ของตนเล่า? ไม่เกิดขึ้นนี่นา นี่มันเรื่องอะไรกัน? หลี่มู่รู้สึกเลาๆ ว่า นี่อาจจะเกี่ยวกับที่ตนถูกฟ้าผ่าสิบวันสิบคืนที่ เขามังกรโฉดตอนนั้น นั่นเป็นเคราะห์สวรรค์ในการทะลวงขั้นอย่างนั้น หรือ ตนผ่านมาได้โดยไม่รู้ตัวอย่างนั้นรึ? เหมือนว่าจะเข้าใจได้แบบนี้เท่านั้นแล้วแต่ว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สําคัญ ที่สําคัญคือ ตนเองในที่สุดก็ทะลวง ขั้นทะลวงสวรรค์ได้แล้ว นี่เป็นก้าวใหญ่ของเส้นทางวิถียุทธ์ ในโลกฝึกฝนวิถียุทธ์ห้วงดาราสมุทร หลังจากทะลวงสวรรค์แล้วถึง จะนับว่าก้าวสู่ครรลองของผู้ฝึกฝนที่แท้จริง อีกทั้งยังเป็นเพียงการ เริ่มต้นของการฝึกฝนเท่านั้น ประหนึ่งแมลงในสรรพชีวิตทั้งหลายแห่ง จักรวาลเวิ้งว้าง แค่พอจะมีความสําคัญก็เท่านั้น ดังนั้นจึงเรียกว่าขั้น แมลง ก่อนจะเป็นโลกขั้นทะลวงสวรรค์ ในเส้นทางผู้ฝึกฝนเวิ้งว้าง แม้แต่ เป็นแมลงยังนับไม่ได้ หากใช้คําศัพท์ทางวิทยาศาสตร์บนโลกมาเรียก ก็ คงจะเป็น ‘เซลล์’ แค่นั้นล่ะมั้ง หลี่มู่สัมผัสพลังในกายอย่างละเอียด กระตุ้นปราณแท้ วาดแขนไป ในอากาศข้างๆ มั่วๆ เสียงแคว่กดังขึ้น อากาศเหมือนกระดาษถูกฉีก ขาดเป็นรอยสีดํามืดสนิททางหนึ่ง แรงดึงดูดแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่งแผ่ออกมาจากห้วงท้องฟ้า เหมือนจะดูดหลี่มู่เข้าไปในรอยแยกนี่อย่างไรอย่างนั้นส่วนจุดลึกในใจของหลี่มู่ก็เกิดความรู้สึกอยากจะมุดเข้าไปในรอย แยกสีดํานั้นขึ้นมาชั่ววูบ โลกเบื้องหลังรอยแยก มีแรงดึงดูดอย่างยากจะ อธิบายต่อจิตวิญญาณของเขา นี่ก็คือทะลวงสวรรค์อย่างนั้นหรือ? ที่แผ่นดินใหญ่เสินโจว ทะลวงสวรรค์นั้นหมายถึงบรรลุเป็นเซียน สามารถไปจากโลกเดิมได้ ประดุจวิหคโบยบินไปจากกรงพันธนาการ บินไปสู่โลกใหม่ไร้ขอบเขต ที่แท้ คําว่าบรรลุที่ว่าก็คือก้าวเข้าไปในรอยแยกที่แหวกออกนี่เอง แต่ว่า ข้างหลังรอยแยกนี้จะมีอะไรอยู่นะ? เป็นโลกใบใหม่? หรือว่า จะใช้วิธีนี้ออกไปจากดาวดวงเดิม เข้าไป ยังเขตดาราเทพวีรชน? ระหว่างที่หลี่มู่ครุ่นคิด รอยแยกมิตินั่นก็หายไปอย่างรวดเร็วจาก ผลของกฎแห่งธรรมชาติ ยังไปจากโลกดาวทุรกันดารไม่ได้ หลี่มู่ไปจากสระบัวมรกตเขาจะต้องรู้ก่อนว่า ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ศึกประลองสิบยก ระหว่างมารและธรรมะ ตอนนี้ดําเนินไปถึงขั้นไหนแล้ว …… “ถึงเวลาแล้ว มันจบแล้ว” ในที่สุดก็ถึงเวลาหนึ่งชั่วยาม ถานหรูซวงหัวเราะเสียงเย็น กระบี่เงาทะเลในมือพลันประหนึ่งงู พิษ เพียงสะบัด แค่เฉียดผ่าน พลังเหนือกว่าขั้นทะลวงสวรรค์ก็ระเบิด ออกประหนึ่งน�าพุทะลักออกมา บึ้ม! กระบองดอกกุ้ยสะเทือนกระเด็นหลุดลอยออกไป ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ แสงกระบี่ราวงูพิษ ลากรอยเลือดเป็นทางๆ ไปบนร่างของเยี่ยเฮิ่นเจ้าสํานักชําระดาบร่างของเยี่ยเฮิ่นกระเด็นออกไปกระแทกเข้ากับขอบค่ายกลเกราะป้องกันเวทีประลองลอยฟ้าเข้าอย่างจังเคร้ง!เสียงกระบองดอกกุ้ยร่วงกระทบพื้นดังขึ้นร่างของเยี่ยเฮิ่นไถลลงมาจากขอบค่ายกลป้องกัน เลือดไหลอาบร่างมีใจหมายปราบโจร แต่สุดทานลิขิตสวรรค์ใบหน้าของเยี่ยเฮิ่นแฝงรอยเจ็บใจตอนนี้ สติของนางเริ่มรางเลือนเป็นระลอก ผลข้างเคียงของฝันมายาพรายเริ่มออกฤทธิ์ เลือดเริ่มบดบังครรลองสายตา ในช่วงรางเลือนนางมองเห็นถานหรูซวงยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางเดินทางหาตนราวภูตผีปีศาจ“ยายแก่อายุร้อยกว่าปีแต่กลับงดงามได้ถึงเพียงนี้ เหอะๆ มารลัทธิมารชอบพวกวิชาพรรค์นี้จริงๆ แต่ไม่รู้ว่าภายใต้ชุดเขียวของเจ้าจะอ่อนเยาว์เหมือนกับใบหน้านี่รึเปล่า?”ในดวงตาของถานหรูซวงฉายแววเหี้ยมโหดกระบี่ของเขาเกี่ยวอาภรณ์ของเยี่ยเฮิ่นช้าๆ คิดจะกรีดเสื้อให้ขาดใช้วิธีนี้มาหยามหมิ่นเยี่ยเฮิ่น และจงใจท้าทาย ยั่วคนของภูเขาสู่เยี่ยเฮิ่นอยากจะขัดขืนแต่ผลข้างเคียงของฝันมายาพรายทําให้สติของนางเลือนรางร่างกายเริ่มไม่ฟังคําสั่ง“ไร้ยางอาย หยุดนะ” บนกระสวยแสงเทพ พวกอาจารย์สุ่ยเยวี่ยดวงตาแทบจะทะลักออกจากเบ้าคิดไม่ถึงเลยว่า ถานหรูซวงเป็นถึงผู้แข็งแกร่งขั้นทะลวงสวรรค์แห่งยุคแต่กลับไม่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเลยแม้แต่น้อย ไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้ต่อหน้าธารกํานัลยังกล้าใช้วิธีชั่วช้าสารเลวแบบนี้ออกมา“ฮ่าๆ ผู้อ่อนแอไม่มีสิทธิ์ตําหนิคนอื่น”ถานหรูซวงหัวเราะอย่างได้ใจกระบี่ยาวของเขาแตะไปบนกระโปรงของเยี่ยเฮิ่น กรีดมันทีละน้อยๆ“ไร้ยางอาย เสียทีที่เป็นคน”‘คุณชายกระบี่เพลงพิณ’ ผู้สืบทอดของสํานักเงาจันทร์อดทนไม่ได้อีกต่อไป พุ่งตัวออกไปร่อนตัวลงต�าบนเวทีประลองลอยฟ้า ก่อนจะชักดาบออกมาแล้วโรมรันออกไป“ฮ่าๆ อดทนไม่ไหวแล้วอย่างนั้นรึ? นี่นับว่าเป็นยกที่หกแล้วกระมัง?” ถานหรูซวงเก็บกระบี่กลับมาจากเยี่ยเฮิ่น ก่อนจะมองไปทางคุณชายกระบี่เพลงพิณ หัวเราะหึๆ แล้วเอ่ยขึ้น “น่าเสียดาย อายุน้อยๆงดงามดุจมาลีดุจหยกเช่นนี้ กลับต้องมาตาย ลัทธิมารไม่มีใครแล้วหรืออย่างไร ถึงได้ส่งผู้หญิงออกมาให้ครบๆ จํานวนไปอย่างนั้น”เขาเป็นคนในยุทธจักรเก่าแก่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าคุณชายกระบี่เพลงพิณผู้นี้เป็นสตรีปลอมเป็นชาย ที่จริงเป็นเด็กสาวอายุสิบแปด“สู้ตายกับเจ้าแล้ว”คุณชายกระบี่เพลงพิณพุ่งไปหาถานหรูซวงอย่างบ้าคลั่ง“อ่อนแอเหลือเกิน ไม่ใช่คู่มือของข้าเลย”ถานหรูซวงสะบัดกระบี่ไปง่ายๆ คุณชายกระบี่เพลงพิณก็กระเด็นออกไป บุคคลโดดเด่นในรุ่นคนหนุ่มสาว เมื่ออยู่ต่อหน้าถานหรูซวงที่เล่นยาก็ยังอ่อนหัดเกินไปคุณชายกระบี่เพลงพิณสายตาเหี้ยมเกรียม จ้องถานหรูซวงเขม็ง“ไม่ต้องใช้สายตาแบบนั้นมองข้า ไม่มีประโยชน์อะไรแม้แต่น้อยผู้หญิงก็ไม่ควรกวัดไกวกระบี่อยู่แล้ว อยู่ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง แค่คุกเข่าโค้งคํานับคอยรับใช้ปรนเปรอก็พอแล้ว”ในแววตาของถานหรูซวงฉายแววชั่วร้ายสตรีชุดผ้าโปร่งบางสีดําสั่งให้เขาลงมือโดยไม่ต้องเลือกวิธี ยั่งยุคนของลัทธิมาร และเขาก็ถลําลึกลงไปไม่หยุดจากการแอบทําลับหลังและรับคําสั่งเช่นนี้ จิตใจเริ่มบิดเบี้ยวโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวแสงกระบี่ส่องประกายวูบแคว่ก