ตอนที่ 556
บทที่ 557 ปัญญาเทพ
October 22, 2026
กลับมาถึงเมืองไป๋ตี้ ข่าวได้แพร่ออกไป ผู้คนภูเขาสู่ทั่วทั้งเมืองจึง ได้ผ่อนลมหายใจลง แต่ว่าสถานการณ์ยังคงไม่สามารถมองในแง่ดีได้ เพราะพลังของโอสถ ‘ฝันมายาพราย’ ในกายของเจ้าสํานักชําระ ดาบเยี่ยเฮิ่นได้เริ่มกําเริบ จนสติปัญญาเลือนๆ ไม่ชัดเจนใกล้จะเป็นบ้า อยู่แล้ว อยู่ในสภาพที่ไม่มั่นคงเอามากๆ ผู้สืบทอดเขาหลี่หลี่เนี่ยนเห่า เข้ามาตรวจการรักษาในทันที ใช้โอสถให้เยี่ยเฮิ่นอยู่ในสภาพหลับใหล เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ ส่วนหลี่มู่ก็สาละวนไปมาอยู่ในเมืองไป๋ตี้ เริ่มวางค่ายกลเรียก วิญญาณ เตรียมทดลองเรียกวิญญาณ ดูว่าสามารถที่จะดึงเอาวิญญาณ ของโอวหยางฮ่วนอวี่ที่ตายไปหลายวันแล้วกลับมาได้หรือไม่ ข่าวดีก็คือ ภูเขาสู่ในโลกทุรกันดารนี้ เดิมทีก็เป็นพื้นที่ของพลัง วิญญาณฟ้าดินอยู่แล้ว มิเช่นนั้น เซียนกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่หลี่ไป๋คงไม่เลือก ที่นี่แล้วก่อตั้งพรรคภูเขาสู่ขึ้น และเมืองไป๋ตี้ก็ถือว่าเป็นแดนเซียน ศักดิ์สิทธิ์ของภูเขาสู่อยู่แล้ว ชีพจรแผ่นดินรวมตัวกัน เป็นแผ่นดินฮวง จุ้ยที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติหลี่มู่วางค่ายกล ใช้เวลาไปถึงสามชั่วยามเต็ม ตาค่ายกลอยู่ใจกลางวิหารเซียนทะยาน บรรยากาศเคร่งขรึม พลังแห่งชีพจรแผ่นดินไหลเวียน อักขระ โบราณแปลกประหลาดลอยวนอยู่กลางอากาศ พวกของ ‘คุณชายอวี้’ โอวอยางอวี้ล้วนรออยู่ด้านนอกวิหารด้วย ความร้อนรน กลิ่นอายที่ลอดออกมาจากกลางวิหารเซียนทะยาน ช่างแปลก ประหลาดอย่างอธิบายไม่ได้ ราวเป็นเสียงต�าของเหล่าวิญญาณที่มา จากนรกอเวจี และเหมือนกับเป็นเสียงขับขานของเทพมารโบราณ เต็ม ไปด้วยความลี้ลับและดํามืด หนึ่งชั่วยามเต็มต่อมา หลี่มู่เดินออกมาจากวิหารใหญ่ “จ้าวลัทธิ เป็นอย่างไรบ้าง?” โอวหยางอวี้เข้ามารับด้วยสีหน้าเฝ้า รอ หลี่มู่พยักหน้า “โชคดีที่ไม่ทําเจ้าผิดหวัง วิญญาณของจ้าวศาล เหนือฟ้าได้รวมตัวกันแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาชุบเลี้ยงสักระยะในโลง เพาะวิญญาณ จึงสามารถฟื้ นฟูปัญญาเทพกลับมาได้” หลี่มู่ยื่นตราหยกโลงศพออกมาส่งให้กับโอวหยางอวี้ จากนั้นได้ถ่ายทอดวิชาเพาะ วิญญาณบางส่วนให้แก่เขา “ขอบคุณท่านจ้าวลัทธิ” โอวหยางอวี้รับตราหยกโลงศพมา ดีใจ จนน�าตาไหล ศิษย์ของศาลาเหนือฟ้า คุกเข่าลงแสดงความขอบคุณที่ได้รับ กรุณาจากจ้าวลัทธิคนใหม่อย่างหลี่มู่ บารมีของโอวหยางฮ่วนอวี่นั้นสูง มากในสํานัก ตอนนี้มีโอกาสที่จะรอดชีวิตกลับมา คนทั้งหมดจึงมองห ลี่มู่เป็นเหมือนผู้มีบุญคุณ หลี่มู่ไปต่อยังสํานักชําระดาบ เพื่อไปดูอาการของเจ้าสํานักชําระ ดาบเยี่ยเฮิ่นที่ยังไม่ได้สติอยู่ เพียงแต่ว่าอาการบาดเจ็บของเยี่ยเฮิ่น เป็นอาการตกค้างหลังจาก ที่กินโอสถ ‘ฝันมายาพราย’ ลงไป ไม่เหมือนกับอาการบาดเจ็บภายนอก อาการบาดเจ็บจากวิชา อาการบาดเจ็บจากพลังจิตทั่วไป ดังนั้นหลี่มู่ถึงแม้จะพอรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้าง ปราณไม้จักรพรรดิ เขียวแห่งคัมภีร์ห้าจักรพรรดิอมตะก็เป็นพลังแห่งชีวิต ทว่าสําหรับ สถานการณ์เช่นนี้ก็ยังต้องยกมือยอมแพ้จากการนําพาของผู้อาวุโสสํานักชําระดับและสาวใช้ของเยี่ยอู๋เหิน ฉิงเอ๋อร์ หลี่มู่ได้มาถึงด้านหน้าของสระบัวคราม และได้ตรวจสอบที่ศพ ของดาบรับใช้นิรนามที่จมอยู่ในสระบัวคราม “เหมือนกับของท่านโอวหยาง ยังมีวิญญาณอยู่ สามารถรวมเข้า ด้วยกันได้” หลี่มู่ตรวจสอบไปรอบหนึ่งจึงถอนใจโล่งออกมาหลังจากเข้าสู่ขั้นทะลวงสวรรค์ ชีวิตของผู้แข็งแกร่งวิถียุทธ์ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยเฉพาะทางด้านวิญญาณที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก นี่อาจจะเกี่ยวข้องกับการหล่อหลอมโดยทัณฑ์สวรรค์ก็เป็นได้ดังนั้นหลังจากที่ร่างกายตายไป กลับยังสามารถคงอยู่วิญญาณได้อีกระยะหนึ่ง เรื่องนี้คุ้มค่าให้หลี่มู่ค่อยๆ ไปทําการค้นคว้าวิจัยค่ายกลเรียกวิญญาณกลางวิหารเซียนทะยานเป็นแบบสําเร็จรูปหลี่มู่นําร่างของดาบรับใช้นิรนามกลับไปยังวิหารเซียนทะยานหลังจากที่ทําการเรียกวิญญาณแล้ว ก็ได้ทําการควบรวมวิญญาณของนิรนามนําใส่เข้าไปในโลงเพาะวิญญาณ จากนั้นมอบให้กับสาวน้อยฉิงเอ๋อร์ ให้นางดูแลมันอย่างดี จําเป็นต้องใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่ง วิญญาณของนิรนามจึงจะควบรวมกันสมบูรณ์ ฟื้ นฟูความทรงจําและจิตใต้สํานึกของวันวานกลับมาสําหรับคนของสํานักชําระดาบ ไม่มีอะไรดีไปกว่าผลลัพธ์นี้แล้วหลังจากบํารุงขวัญคนของสํานักชําระดาบเรียบร้อย หลี่มู่ได้ตรงไปยังเขาราชันมังกรต่อ เพื่อดูอาการบาดเจ็บของหลงอู่หลี่มู่สัมผัสได้ถึงงานที่รัดตัวของเจ้าลัทธิได้อย่างชัดเจน เป็นการทํางานหามรุ่งหามค�าอย่างแท้จริงดีที่อาการบาดเจ็บของหลงอู่ ถูกจิตกระบี่ ‘ตะวันลับฟ้า’ จากการทําศึกกับเจ้าเมืองตะวันลับฟ้าหร่านกวงเย่าจนได้รับบาดเจ็บ อาการบาดเจ็บนี้สําหรับหลี่มู่แล้วไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หลังจากผ่านการรักษาหลงอู่เมื่อฟื้ นขึ้นมาก็ลุกเดินเหินได้ปกติเขาราชันมังกรเต็มไปด้วยความยินดีปรีดาเสี่ยวหลงโส่วรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาต่อหลี่มู่จ้าวลัทธิคนใหม่อย่างสุดหัวจิตหัวใจและเมื่อได้รู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมาในช่วงที่เขาสลบไสลไปหลายวันนี้หลงอู่ได้ทอดถอนใจอย่างสุดแสน“โชคดีที่จ้าวลัทธิออกจากด่านทันเวลา มิเช่นนั้นผลลัพธ์คงจะเลวร้ายกว่าที่คิด” คุณชายเงาจันทร์ก็รู้สึกสั่นสะพรึงในตอนหลัง วันนี้บุตรสาวของตนเองก็เกือบที่จะตายบนเวทีลอยไปแล้ว“รีบแจ้งแก่ลัทธิทั้งหมดให้ชัดเจน จ้าวลัทธิรับตําแหน่งแล้ว นับจากนี้ไป ต้วนสุ่ยหลิวคือจ้าวลัทธิภูเขาสู่ของพวกเรา เพียงแต่หากจะยึดตามประเพณีที่สืบทอดมา การจะจัดพิธีสืบทอดตําแหน่งในตอนนี้ก็ค่อนข้างจะฉุกละหุกเกินไป” หลงอู่ขมวดคิ้วเอ่ยขึ้นหลี่มู่เอ่ยตอบ “ศัตรูอยู่ต่อหน้าเช่นนี้ ใช้วิธีที่รวบรัดที่สุด ไม่จําเป็นต้องมีพิธีซับซ้อน”หลงอู่พยักหน้าคุณชายเงาจันทร์เอ่ยต่อ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อาจจะเอิกเกริกไปหน่อย แต่ว่าพรุ่งนี้ก็จะมีศึกใหญ่แล้ว…” เขามองไปยังหลี่มู่ ในน�าเสียงมีแววกังวล เอ่ยต่อว่า “พลังของถานหรูซวงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จะต้องควบคุมโดยผู้บําเพ็ญนอกพิภพเป็นแน่ ตอนนี้เขาถูกท่านจ้าวลัทธิสังหารไป พวกผู้บําเพ็ญนอกพิภพเหล่านั้นจะต้องมีแผนการอะไรต่อแน่นอน น่ากลัวว่าอีกสี่ศึกที่เหลือต่อจากนี้จะไม่ได้ง่ายดายนัก ท่านจ้าวคงต้องระมัดระวังให้มาก”หลงอู่พยักหน้าเอ่ยต่อ “เป็นจริงเช่นนั้น ผู้บําเพ็ญนอกพิภพเหล่านี้ไร้ยางอายที่สุด ตอนที่รับมือกับท่านจ้าวตอนแรก ก็ใช้แผนการกลับกลอกมากมาย ตนเองใช้ชื่อว่าฝ่ายธรรมะ แต่จริงๆ แล้วก็เป็นเพียงพวกคนไร้ค่าที่จะเอ่ยถึงทั้งนั้น เรื่องเลวแค่ไหนก็ทําออกมาได้”หลี่มู่หัวเราตอบกลับ “ไม่เป็นไร ทหารมาก็รับมือ น�ามาก็กั้นคันดินเสีย(มาอย่างไรก็รับมืออย่างนั้น)”เขาเข้าสู่ขั้นทะลวงสวรรค์ ความมั่นใจเต็มร้อยแต่ว่า ผู้ยิ่งใหญ่เคยสั่งสอนพวกเรามา ในขั้นยุทธศาสตร์ให้เหยียดหยามศัตรู บนวิชาการรบจงให้ความสําคัญกับศัตรูดังนั้นก่อนหน้าทําศึก หลี่มู่จึงจําเป็นต้องปิดด่านเพื่อปรับสถานการณ์