ตอนที่ 558
บทที่ 559 สังหารให้สิ้นซาก
October 22, 2026
“ต้วนสุ่ยหลิว แกไอ้ฆาตกร สังหารวิถียุทธ์ฝ่ายธรรมะ เจ้าสํานัก คนในสํานักฝ่ายธรรมะตายด้วยเงื้อมมือเจ้ามากมายมหาศาล เจ้าไม่ รู้สึกผิดเลยหรืออย่างไร?” ต้วนเฟิงลุกยืนขึ้น ยืนอยู่บนหัวเรือ ใบหน้าทรงคุณธรรม เอ่ย กล่าวโทษเสียงดังอย่างผดุงความยุติธรรม หลี่มู่แค่นเสียงเย็นเอ่ยขึ้น “ชีวิตของพวกเจ้าเก้าสํานักคือชีวิต เช่นนั้นชีวิตคนภูเขาสู่ของข้าไม่ใช่ชีวิตหรืออย่างไร? ลูกศิษย์ภูเขาสู่ที่ ตายด้วยมือของเก้าสํานักไม่รู้ต่อเท่าไหร่ วันนี้ ข้าไม่ใช่เพียงแค่จะชนะ เท่านั้น แต่ยังจะคิดทีละบัญชี นับจากวันนี้ โลกดาวทุรกันดารมีเพียง ลัทธิภูเขาสู่ ไม่มีเก้าสํานักอีกต่อไป” คําพูดนี้พูดได้กําแหง เหี้ยมโหดนัก จิตสังหารทะลักล้น ต้วนเฟิงได้ยินดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสี ลูกศิษย์เก้าสํานักคนอื่นๆ ก็หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน นี่จะล้างเก้าสํานักหรือ?เจ้าลัทธิคนใหม่ของภูเขาสู่กําแหงถึงเพียงนี้เชียว? “ต้วนสุ่ยหลิว เจ้ามันเป็นคนเหี้ยมโหดอํามหิตจริงๆ คําพูดไร้ คุณธรรมเช่นนี้ยังพูดออกมาได้” ต้วนเฟิงโมโหหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะ เอ่ย “แต่ว่า อย่าคิดว่าเจ้านั้นไร้พ่ายจริงๆ เซียนบนสวรรค์ใช่ผู้ที่เจ้าจะ กําเริบด้วยได้เสียที่ไหน เจ้าก็อย่าได้ดูถูกพลังของยุทธ์จักรธรรมะของ เรานักเลย” หลี่มู่หัวเราะเสียงเย็น “เซียนหากลงมาเยือนข้าก็จะสังหารเซียน ลัทธิเทพภูเขาสู่รวบรวมยุทธจักรให้เป็นหนึ่ง” ต้วนเฟิงฟังแล้วอกสั่นขวัญแขวน เขาพลันตั้งสติกลับมาได้ ต้วนสุ่ยหลิวคนนี้เดิมก็เหมือนผู้ฝึกฝน ลัทธิมารอยู่แล้ว จะมากลัวอะไรกับเรื่องพวกนี้ สัมผัสได้ถึงสายยตาที่มองมาจากข้างหลัง ต้วนเฟิงรู้สึกเพียงหลัง เย็นยะเยือก เขารู้ นี่คือการบอกจากเซียนชุดดําว่าไม่พอใจที่ตัวเองรีๆ รอๆ จึงทําได้เพียงกดความรู้สึกกลัวลงไป ร่างพลันเหาะไปในอากาศพุ่ง ไปยังเวทีประลองลอยฟ้า เอ่ยปากกล้าขาสั่น “หลี่มู่ วันนี้ข้าจะจบชีวิต ชั่วช้าของเจ้าเสีย ฝ่ายธรรมะเก้าสํานัก ไม่มีทางทนถูกหยามหมิ่น” ฟังคําพูดนี้ของต้วนเฟิง คนของเก้าสํานักฝ่ายธรรมะต่างโห่ร้อง กึกก้องหลี่มู่กลับหัวเราะเสียงเย็น ตอนนี้เอง ต้วนเฟิงที่อยู่กลางอากาศก็พลันสะบัดมือ ฟุ่บ ฟุ่บ! แสงดําสองสายพุ่งไปทางหลี่มู่ อัสนีอเวจี! ต้วนเฟิงมองอย่างกระจ่าง ตัวเองต่อให้ใช้ ‘โอสถวาสนาหยกแดง’ กระตุ้นพลังอยู่เหนือสภาวะปกติหลายเท่า แต่ก็ยังคงไม่ใช่คู่มือของห ลี่มู่ หลี่มู่จื่อและจูน่งก็คือตัวอย่างที่ดีที่สุด ดังนั้น ทีแรกเริ่มก็ไม่คิดจะฝืน สู้กับหลี่มู่ เขายังไม่ทันร่อนลงถึงพื้นก็ชิงซัดไม้ตายออกไปก่อน หลี่มู่เพียงหรี่ตา แสงดํานั่นเร็วมาก แต่พลังสังหารไม่มาก สามารถใช้จิตดาบฟันได้ แต่ในเสี้ยวขณะที่เขาจะออกดาบ ในใจเขาก็เกิดลางสังหรณ์ขึ้น ทันที“มีแผนลวง!”หลี่มู่โน้มไหล่ลง ร่างหายไปในทันที ที่ตรงนั้นเหลือเพียงรอยเงาบึ้ม!แสงสีดําโจมตีไปบนพื้น แล้วระเบิดขึ้นทันที จากนั้นหมอกแสงสีน�าตาลประดุจทําลายล้างลอยตลบมา คลื่นแสงทําลายล้างเป็นชั้นๆ แผ่ไปทั่วท้องฟ้าทุกสารทิศ ท่ามกลางท้องฟ้าเกิดหลุมดํามืดสนิทหลุมหนึ่งม่านปราการมิติถูกทําลายแหลก แผ่แรงดูดสังหารน่าหวาดกลัวออกมาเหมือนหลุมดําทั่วทั้งเวทีประลองเหนือฟ้าสั่นไหวอย่างรุนแรงพื้นเกิดรอยแยกร้าวเป็นทางๆ เหมือนใยแมงมุม“นี่มากพอจะทําร้ายให้ขั้นสามัญบาดเจ็บสาหัสได้”หลี่มู่วิเคราะห์ออกมาในเสี้ยวพริบตานี่ไม่ใช่อาวุธของเก้าสํานักแน่นอน เป็นอาวุธของผู้ฝึกฝนนอกพิภพ“หืม? พลังแข็งแกร่งขนาดนี้…น่าจะถูกระเบิดไปแล้ว ไม่ตายก็ต้องเจ็บหนัก” ต้วนเฟิงก็ตกใจกับพลังของอัสนีอเวจีเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันในใจก็ลิงโลด พลังชนิดนี้ทําให้ต้วนสุ่ยหลิวบาดเจ็บได้แน่นอนเขายืนอยู่สุดขอบเวทีประลองลอยฟ้า โคจรพลังต้านทานพลังระเบิดจาก ‘อัสนีอเวจี’ ในขณะเดียวกันก็โคจรพลังกวาดสายตามองหาร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสของต้วนสุ่ยหลิว ในมือของเขายังมี ‘อัสนีอเวจี’อยู่อีกสองลูก สามารถลงมืออีกครั้งได้ตลอดเวลาการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทําให้ผู้ชมของทั้งสองฝ่ายตื่นตะลึง“ไร้ยางอาย”“ใช้อาวุธลับอย่างนั้นรึ”ค่ายฝั่ งภูเขาสู่ด่าระงมทันที“ดีจริง”“ระเบิดมันให้ตายไปเลย…”ส่วนเก้าสํานักนั้นโห่ร้องยินดีไปทั่วหมอกระเบิดทําลายล้างจากอัสนีอเวจีไม่สลายไป เหมือนว่ามันจะดูด และหลอมละลายแสงได้ จึงมองเห็นไม่ชัดว่าหลี่มู่ที่อยู่ข้างในมีสภาพเป็นอย่างไร“ฮ่าๆ ต้วนสุ่ยหลิว ตอนนี้เจ้ารู้ฝีมือของเก้าสํานักหรือยังเล่า อาศัยเจ้าก็คิดจะปกครองดาวทุรกันดารรึ หึๆ ถุย” ต้วนเฟิงหัวเราะฮ่าๆ จงใจส่งเสียงหยั่งเชิง พยายามยั่วยุหลี่มู่ เพื่อที่จะหาตําแหน่งหลี่มู่ในหมอก‘อัสนีอเวจี’ ในมือสองลูกกําแน่น เตรียมไว้หากหลี่มู่เพียงออกมา ก็จะลงมือทันทีแต่เสี้ยวขณะต่อมา เสียงหนึ่งก็ดังมาจากข้างหลังเขา“งั้นหรือ?”เป็นเสียงของหลี่มู่นั่นเองใกล้เพียงแค่เอื้อมต้วนเฟิงตื่นตระหนกเขากระทั่งสัมผัสได้ถึงลมหายใจของต้วนสุ่ยหลิวพ่นรดต้นคอของตน ความเย็นยะเยือกที่ยากบรรยายทําให้เขาเหมือนตกอยู่ในโกดังน�าแข็งทันที“ข้า…” ตอนที่ต้วนเฟิงกําลังจะหันหน้ากลับ พลันรู้สึกคอเย็นวาบ