ตอนที่ 560
บทที่ 561 สะพานเทพ
October 22, 2026
หากจะพูดจากระดับ ตัวเขาสามารถเรียกว่า ‘ดาบหอกแทงไม่เข้า’ ได้แล้ว จากการแช่อยู่ในกระแสวิญญาณบัวคราม เข้าสู่ทะลวงสวรรค์ เป็น การเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของพลังชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปราณแท้ กาย เนื้อหรือว่าจะเป็นจิตสํานึก ล้วนยกระดับขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง ด้วย พลังบําเพ็ญระดับต้นขั้นสามัญของสาวชุดโปร่งสีดํา ต่อให้มือถืออาวุธ สมบัติเต๋าก็ยังยากที่จะทําอันตรายหลี่มู่ได้ แน่นอน ถ้าหากเจอกับผู้แข็งแกร่งขั้นสูงกว่าขั้นสามัญหรือขั้น นักรบ ก็คงจะไม่กล้าอวดเบ่งถือดีเช่นนี้ แต่อย่างน้อยขณะที่เผชิญหน้ากับคู่มือระดับสาวชุดโปร่งดํานี้ หลี่มู่ จึงอยู่ในตําแหน่งที่ไร้พ่าย ลมพัดเสื้อผ้ากะรุ่งกะริ่งของหลี่มู่ไปมา ทว่าผิวหนังภายใต้รอยขาด จากกระบี่ กลับไม่มีรอยแผลแม้แต่น้อยสีหน้าของหญิงสาวชุดโปร่งดําทั้งเขียวทั้งแดง เต็มไปด้วยความไม่ ยินยอม แต่ก็เหมือนกับ ‘พยัคฆ์กินเม่น’ ไม่สามารถลงกรงเล็บได้ ไม่มี วิธีการจัดการ ผลลัพธ์เช่นนี้ทําเอาแผนการทั้งหมดตั้งแต่นางลงมาเยือน กลายเป็นเรื่องขําขันไปเลย นางรู้สึกว่าตนเองเหมือนกับตัวตลกที่มาทําการแสดง ตนเองคิดว่า กําลังเย้าหยอกคนอื่นอยู่ ทว่าท้ายสุดคนที่ถูกหยอกกลับเป็นนางเสียเอง “เจ้าอย่าพึ่งรีบดีใจเกินไป” นางสงบใจลงมาได้ จ้องมองที่หลี่มู่ ค่อยๆ เดินถอยหลัง เอ่ยขึ้นว่า “ต่อให้ข้าสังหารเจ้าไม่ได้ แต่ว่าเจ้าก็ทํา อะไรข้าไม่ได้เช่นกัน วิชาของ‘หอสังหารอาภรณ์ดํา’ ที่ซ่อนเร้นอําพราง ไว้ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะต้านทานได้ ข้าเปลี่ยนความคิดแล้ว ข้าจะส่งข่าวเรื่อง ที่เจ้าอยู่บนโลกใบนี้ออกไป พอถึงตอนนั้น ผู้แข็งแกร่งทั่วทั้งเขตดารา เทพวีรชนก็จะลงมาเยือนและไล่ล่าสังหารเจ้าอย่างไม่หยุด จะช้าหรือ เร็วเจ้าก็ตายอยู่ดี” ในเมื่อสังหารหลี่มู่ไม่ได้ ก็หนีก่อนแล้วกัน ถึงอย่างไรขอแค่ขายข่าวที่หลี่มู่อยู่บนดาวทุรกันดารดวงนี้ออกไป ก็ยังสามารถรับเงินรางวัลก้อนใหญ่ได้ กําขี้ดีกว่ากําตดหลี่มู่เมื่อได้ยิน หัวเราะเหอตอบกลับ “หนี? เจ้าจะหนีไปไหนได้ กัน?” พอเสียงหาย ใต้เท้าหลี่มู่มีวงแสงแผ่ออกมาเป็นชั้น จากนั้นส่วนในเวทีลอย ทั้งหมดราวกับมีคลื่นพลังบางอย่างถูกกระตุ้นขึ้น พลังมหัศจรรย์ยอด เยี่ยมวูบหนึ่งหลั่งไหลออกมากะทันหัน เปล่งแสงขึ้นฉับพลัน ลําแสง หลายสายพุ่งขึ้นมาจากรอบๆ เวทีจนรวมกันเป็นกรงขนาดยักษ์ ครอบ ทับลงมาบนเวทีลอยทั้งหมดราวกับกรงนก “อะไรกัน?” หญิงสาวชุดโปร่งดําหน้าถอดสี ตระหนักได้ว่าแย่แล้ว ร่างของนางค่อยๆ จางลงเปลี่ยนเป็นกระแสอากาศ ทดสอบ หลบหนี ทว่าก็ถูกพลังของกรงแสงดีดลอยกลับเข้ามาในพริบตา ไม่สามารถทําการล่องหนได้ นี่เป็นพลังของค่ายกล ค่ายกลแฝงไว้ด้วยพลังแห่งฟ้าดิน มีปราณแห่งมรรคาอันยิ่งใหญ่ ไหลเวียนอยู่ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งขั้นนักรบหรือสูงกว่า ขอแค่ตกอยู่ในค่ายกลก็ ล้วนมีอันตรายถึงขั้นดับสูญทั้งสิ้น “เจ้า…เจ้า…ตั้งแต่เมื่อไร…” หญิงสาวชุดโปร่งดําจ้องมองหลี่มู่ ใน ดวงตามีทั้งความตกตะลึงและลุกลี้ลุกลน หลี่มู่ถนัดค่ายกล เรื่องนี้ขณะที่อยู่ในศึกสุสานเทพก็ได้ถูกพิสูจน์ไปแล้วกระทั่งคนจากสํานักค่ายกลสวรรค์ก็ยังน�าลายสอต่อวิชาค่ายกลของเขาแต่ต่อให้เป็นนักค่ายกลที่แข็งแกร่งเพียงใด การจะวางค่ายกลก็ยังต้องใช้เวลา แล้วหลี่มู่ใช้เวลาไหนจึงสามารถเข้ามาวางค่ายกลกักขังอันน่ากลัวนี้ได้อย่างไร้ซุ่มเสียง?ค่ายกลนี้สามารถกักขังนาง จะต้องเป็นค่ายกลระดับสูงมากแน่นอน ทว่ายิ่งเป็นค่ายกลระดับสูง การจะวางมันก็ต้องใช้เวลาและประสบการณ์มากไปด้วย เป็นไปไม่ได้ที่จะแค่ร่ายก็มีค่ายกลออกมาหลี่มู่เอ่ยขึ้นจางๆ “ก่อนหน้านี้จูน่งจากตระกูลค่ายกลเคยบอกว่าเวทีลอยนี้ เขาเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง แต่จริงๆแล้วเขาพูดผิดไปถนัดเลย”สมองของหญิงสาวชุดโปร่งดํามีประกายแวบผ่าน จากนั้นก็มีการตอบสนองขึ้นทันทีให้ตายเถอะ!เจ้าโง่เอ๊ย!สารเลว!นางสบถคําด่าทั้งหมดออกมาในใจเจ้าพวกขยะสํานักกระบี่ทะเลประจิมก่อนหน้านี้ หลี่มู่ได้แฝงเข้าไปอยู่ในสํานัก ปลอมตัวเป็นผู้ใช้แรงงาน ทุกวันไปย้ายก้อนหินเพื่อมาสร้างเวทีลอยแล้วหลี่มู่เป็นใครกัน?สํานักใหญ่ๆ ในเขตดาราเทพวีรชนตั้งมากมายก็ถูกเขาไล่สังหารจนเกือบหมดเจ้าพวกโง่อย่างสํานักกระบี่ทะเลประจิมดันให้เขาไปเป็นคนสร้างเวทีลอย เดิมทีเป็นแผนการสุดท้ายที่เอาไว้รับมือกับพวกลัทธิมารภูเขาสู่ ตอนนี้กลับกลายมาเป็นอาวุธสังหารขนาดยักษ์ในมือหลี่มู่เสียแล้วแล้วจะเป็นเรื่องดีได้อย่างไร? หญิงสาวชุดโปร่งดําทั้งโกรธทั้งร้อนรนและหวาดกลัวจนถึงขีดสุด แต่กลับไม่ยอมคิดเลย ว่าคนระดับอย่างหลี่มู่สํานักกระบี่ทะเลประจิมจะไปป้องกันได้อย่างไรกัน?“เดิมทีคิดจะใช้จับปลาหลายตัวหน่อย ไม่คิดเลยว่าความละโมบของเจ้า จะทําให้การเตรียมการของข้าทั้งหมดเสียแรงเปล่า เช่นนั้นเจ้าก็ใช้ความตายมาชดใช้แล้วกัน”หลี่มู่พูดพลางลงมือค่ายกลนี้เขาวางไว้เพื่อรับมือกับผู้ฝึกฝนนอกพิภพหลี่มู่ในตอนนั้นที่ยังไม่เข้าสู่ขั้นทะลวงสวรรค์ ดังนั้นจึงยังรู้สึกเกรงกลัวต่อผู้ฝึกฝนนอกพิภพอย่างมากหลี่มู่ในตอนนั้นที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในสํานักกระบี่ทะเลประจิม ก็เพื่อที่จะเข้ามาหาข่าวสาร และแอบทําเรื่องอะไรบางอย่างเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะรับมือกับผู้ฝึกฝนนอกพิภพ ไม่คิดเลยว่า ด้วยความละโมภของหญิงสาวชุดโปร่งดํา จึงจงใจต้องตัดขาดข่าวสารจากโลกภายนอก รวมไปถึงไม่ให้พวกผู้ฝึกฝนนอกพิภพลงมาเยือน ตอนรวบแหจึงติดแหมาเพียงแค่หญิงสาวชุดโปร่งดําคนเดียวหญิงสาวชุดโปร่งดําสะดุ้งผวา รีบใช้วิชาพรางตัวเพื่อหลบหนีอย่างบ้าคลั่งทว่าหลี่มู่ทีต่หยิบยืมพลังของค่ายกล ได้แข็งแกร่งเกินระดับที่จะจินตนาการได้ไปแล้ว ภายในค่ายกลทั้งหมดไม่มีจุดไหนที่จะอําพรางตัวได้ เขายื่นมือออกไปคว้าอากาศ จับเอาคอของหญิงสาวชุดโปร่งดําออกมาบิดเบาๆ กร๊อบ คอขาวนวลของหญิงสาวถูกเด็ดจนหัก“เจ้า….อั่ก….” หญิงสาวชุดดําดิ้นรนถีบเท้ากระโดด แต่ก็ไม่สามารถสลัดให้หลุดได้พริบตานี้เองราวกับเวลาหมุนกลับ กลับไปอยู่ในช่วงครั้งศึกสุสาน