ตอนที่ 694
บทที่ 694 ไม่บอกแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ
October 31, 2026
“หลี่โม่! แกมันรนหาที่ตาย! ไอ้ลูกกระต่ายเอ๊ย! แกเตรียมล้างคอรอโดนเชือดได้เลย!” กู้เจี้ยนกั๋ว ขว้างโทรศัพท์ทิ้งด้วยความโกรธ แล้วหันไปพูดกับเสวียนอู่ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า: “พี่เสวียนอู่ก็ได้ยินแล้วใช่มั้ยครับ หลี่โม่มันไม่ไว้หน้าผมเลยซักนิด อีกเดี๋ยวคุณจะต้องช่วยผมจัดการมันนะครับ ฆ่ามันได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่!”
เมื่อเห็นกู้เจี้ยนกั๋วในสภาพประจบสอพลอจนแทบจะเห็นหางกระดิก ดวงตาของเสวียนอู่ก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ
“ในเมื่อมันอยากให้ฉันลองบุกเข้าไป งั้นฉันก็คงไม่เข้าไม่ได้แล้วจริง ๆ สินะ”
เสวียนอู่ถูกทำให้หงุดหงิดจนเหลืออดแล้ว เดินตรงไปที่ประตูคฤหาสน์ ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นเตะประตูเข้าไปแรง ๆ ครั้งหนึ่ง
เมื่อเห็นประตูแบบยืดไสลด์ซึ่งมีโครงที่สร้างจากโลหะ ถูกเสวียนอู่เตะจนพังถล่มลงไปกับพื้น กู้เจี้ยนกั๋วก็ต้องตกใจจนแทบช็อกอีกครั้ง
หลังจากเตะประตูพังไปหลายบานติดต่อกัน เสวียนอู่ก็เดินเข้าไปในห้องรับแขกของคฤหาสน์ นั่งลงบนโซฟาตรงตำแหน่งที่นั่งหลักด้วยท่าทางกร่างเต็มที่
กู้เจี้ยนกั๋วเดินตามหลังเข้ามาติด ๆ เป็นฝ่ายเสนอตัวบริการเสิร์ฟน้ำเทชาให้อีกฝ่ายมือเป็นระวิง
เสียงถีบประตูปลุกทุกคนในบ้าน กู้หยุนหลัน พวกหวังฟาง ต่างพากันออกจากห้องมาส่งสายตาเป็นเชิงไถ่ถามไปให้หลี่โม่กับกู้เจี้ยนหมิน ที่ยืนอยู่บนระเบียงทางเดิน
“กู้เจี้ยนกั๋วนี่จะมากเกินไปแล้วจริง ๆ นะ ถึงกับพาใครไม่รู้บุกเข้ามา หลี่โม่ ฉันว่าเธออย่าเพิ่งหุนหันพลันแล่นเกินไปล่ะ ให้ฉันออกไปคุยกับเขาดูก่อน” กู้เจี้ยนหมินรีบหยุดหลี่โม่ไว้ ตัวเองก็ตั้งใจว่าจะออกไปพูดกับกู้เจี้ยนกั๋วให้รู้เรื่อง
“พ่อครับ อย่าไปเลยจะดีกว่า คนที่เตะประตูเหล็กเข้ามาได้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ให้ผมออกไปจัดการเองเถอะ หยุนหลัน ดูแลพ่อกับแม่ของเธอด้วย อย่าปล่อยให้พวกท่านลงไป”
กู้หยุนหลันพยักหน้า พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ "คุณต้องระวังตัวหน่อยนะ"
“วางใจเถอะ ไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอก ก็แค่พวกไก่กระเบื้องสุนัขดินเผา เท่านั้นแหล่ะ”
*( เป็นคำอุปมาถึงคนหรือสิ่งของที่มีลักษณะดูดีน่าเกรงขาม แต่เอาเข้าจริงกลับใช้ไม่ได้ ไร้ประโยชน์ หรืออ่อนแอแตกหักง่าย )
หลี่โม่พูดจบ ก็เดินไปที่บันไดแล้วรีบลงไปที่ห้องรับแขกเพื่อพบกับกู้เจี้ยนกั๋ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่สถานะญาติของกู้เจี้ยนกั๋ว หลี่โม่คงจัดการเก็บกวาดกู้เจี้ยนกั๋วไปแบบไม่เหลือซากแล้ว จะได้ไม่ต้องมาทนยุ่งยากรำคาญใจเหมือนตอนนี้
แต่ถ้าเขาฆ่ากู้เจี้ยนกั๋วไปเลยตรง ๆ พ่อตาของเขาคงมีความรู้สึกที่ไม่อาจยอมรับได้ ยังไงวันนี้ก็ต้องสั่งสอนกู้เจี้ยนกั๋วให้หนัก ๆ ซักที ให้เขาได้รู้ว่าอะไรคือเส้นแบ่งที่ไม่ควรข้ามมาแตะต้อง
หลี่โม่เดินเข้าไปในห้องรับแขก กวาดตามองกู้เจี้ยนกั๋วที่กำลังเสิร์ฟชาเทน้ำแวบหนึ่ง จากนั้นค่อยเหลือบไปมองเสวียนอู่ ที่นั่งปักหลักเป็นเหมือนดั่งภูเขาไท่ซานอีกแวบหนึ่ง
เมื่อเห็นหลี่โม่เดินเข้ามา ดวงตาของเสวียนอู่กับกู้เจี้ยนกั๋วก็จ้องเขม็งไปที่หลี่โม่
กู้เจี้ยนกั๋วแค่นเสียงเย็นชาขึ้นมาเสียงหนึ่ง เงยหน้าขึ้นอย่างลำพองใจ แล้วพูดว่า: "หลี่โม่ ตอนนี้แกหยิ่งผยองน่าดูเลยนี่! คนของตระกูลหลงแกยังกล้าทำให้ขุ่นเคืองใจ วันนี้ฉันกับคุณเสวียนอู่ตัวแทนคนตระกูลหลงมาหาแก ก็เพื่อจะมาฟังคำอธิบายจากแก !"
"กู้เจี้ยนกั๋ว ที่แกทำอย่างนี้ ก็คือทำตัวเองไปอยู่ในฐานะเกลือเป็นหนอนแล้วว่างั้น? "หลี่โม่ยิ้มน้อย ๆ มองกู้เจี้ยนกั๋วด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ฉันจะทำตัวเหมือนเกลือเป็นหนอนได้ยังไง? ฉันพยายามไกล่เกลี่ยกับคุณเสวียนอู่อยู่ตั้งนาน ถึงได้ข้อสรุปว่า ต้องฆ่าแกเท่านั้นถึงจะเป็นการช่วยให้ตระกูลกู้ไม่ต้องเจอกับหายนะ ถ้าไม่มีการขอไกล่เกลี่ยจากฉัน ตระกูลกู้มีหวังต้องได้ประสบหายนะร่วมกับแกไปด้วยแล้ว!”
“ฮะ ๆ จะบอกว่าแกมีความดีความชอบมากงั้นสิ ? ” หลี่โม่พูดสัพยอก
“ฉันกำลังจะบอกว่า แกมันไม่คู่ควรที่จะได้เป็นสมาชิกตระกูลกู้ของพวกเรา! แกยังไม่รีบคุกเข่ายอมรับการลงโทษจากคุณเสวียนอู่อีกเรอะ!”
เสวียนอู่หรี่ตาลงเล็กน้อย แผ่ไอสังหารทั่วทั้งร่าง ลุกขึ้นยืนแล้วเปล่งพลัง กล้ามเนื้อทั้งร่างของเขาพองตัวขึ้น จนทำให้เสื้อคลุมฉีกขาดเป็นชิ้น ๆ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่มีรอยแผลเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
เมื่อเห็นรอยแผลเป็นบนร่างกายของเสวียนอู่ กู้เจี้ยนกั๋วก็อดสูดลมหายใจเย็น ๆ เฮือกใหญ่เพราะความตกตะลึงไม่ได้
“หลี่โม่ แกกล้าทุบตีทำร้ายหลงโปกับหลงห้าวเทียน วันนี้ฉันจะฆ่าแกในนามของตระกูลหลง!”