ตอนที่ 696
บทที่ 696 ผ่อนคลายอารมณ์
October 31, 2026
ชั่วขณะนั้นกู้เจี้ยนกั๋วรู้สึกกลัวมากจริง ๆ หลี่โม่สามารถฆ่าเสวียนอู่ทิ้งได้ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือเลยทีเดียว
เมื่อเหลือบมองร่างไร้วิญญาณของเสวียนอู่ ผมของกู้เจี้ยนกั๋วก็ลุกชี้ชันไปทั้งหัว รู้สึกเสียใจในภายหลังเป็นหมื่น ๆ ครั้งที่วิ่งออกมาเอาตัวไปพัวพันกับเรื่องนี้
“นี่ลุง เหมือนว่าฉันจะให้โอกาสลุงมาก็ไม่น้อยแล้วนะ ไหนลุงลองบอกมาหน่อยซิว่าทำไมถึงเป็นคนที่ไม่รู้จักเรียนรู้ ไม่รู้จักจดจำบทเรียนซะบ้างเลยล่ะ?” หลี่โม่พูดด้วยสีหน้าราบเรียบ
กู้เจี้ยนกั๋วตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า พูดลิ้นพันกันว่า "ฉัน ครั้งนี้ฉันสัญญาเลยว่าจะเรียนรู้แล้วจดจำบทเรียนนี้ให้ขึ้นใจอย่างแน่นอน ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันจะไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับหลานอีกต่อไปแล้ว!"
“ทำไมฉันถึงรู้สึกไม่ค่อยเชื่อกันนะ? ว่ากันว่าสันดอนขุดได้ สันดานขุดยาก คนอย่างลุงจะเปลี่ยนได้จริง ๆ น่ะเหรอ?”
“ได้ ได้แน่นอน! ถ้าวันหลังลุงยังทำตัวเป็นศัตรูกับหลานอีก ให้หลานจัดการกับลุงยังไงก็ได้!”
หลังจากที่กู้เจี้ยนกั๋วพูดด้วยความตื่นตระหนกจนจบ ก็ตะโกนขึ้นไปบนชั้นสองว่า: " เจี้ยนหมิน แกรีบมาพูดแทนฉันหน่อยสิ ฉันรู้ตัวแล้วว่าฉันผิด หลังจากนี้ฉันจะทำตัวดี ๆ กับครอบครัวของแกแล้ว ฉันสัญญา!"
กู้เจี้ยนหมิน หวังฟางและคนอื่นๆ พากันเดินลงมา ทั้งสี่คนมองดูศพของเสวียนอู่อย่างใจคอไม่สู้ดี รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
“หลี่โม่ นี่เธอฆ่า...คนเหรอ?” กู้เจี้ยนหมินเอ่ยถามด้วยสีหน้าซีดเผือด
“ไม่เชิงฆ่าเขา เป็นเขาไม่ระวังตัว โดนอาวุธลับของตัวเองจนตายโดยบังเอิญน่ะครับ ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตายมากกว่า”
คำอธิบายของหลี่โม่ ถึงกับทำให้กู้เจี้ยนหมินพูดไม่ออกไปพักใหญ่ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกเขยที่แข็งแกร่งขนาดนี้ กู้เจี้ยนหมินเองก็ไม่มีความมั่นใจมากพอที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรหลี่โม่มากมายนัก
“พี่ใหญ่ พี่กลับไปซะเถอะ จำคำที่พี่พูดในวันนี้ให้ดีก็พอ ถ้าวันหลังพี่ยังมาหาเรื่องก่อกวนหลี่โม่อีกล่ะก็ ฉันจะไม่ช่วยพูดให้พี่อีกแล้วนะ”
“เจี้ยนหมิน แกวางใจเถอะ จากนี้จะไม่มีปัญหาอะไรแบบนั้นแน่นอน นับจากนี้ฉันจะไม่มาหาเรื่องครอบครัวของแกอีกแล้ว ฉัน... ฉันไปได้รึยัง?”
กู้เจี้ยนกั๋วเหลือบมองหลี่โม่ด้วยใจระส่ำ รอคอยให้หลี่โม่เอ่ยปากปล่อยเขาไป
หลี่โม่ชี้ไปที่ศพของเสวียนอู่บนพื้นแล้วพูดว่า: “ลุงเป็นคนพาเขามา ตอนนี้ก็เชิญพาเขากลับไปซะเหอะ บอกหลงโปด้วยว่าถ้าอยากมีเรื่องกับฉัน ก็ให้มันมาเผชิญหน้ากับฉันตรง ๆ ได้ทุกเมื่อ
ไม่ต้องทยอยส่งคนมาตายเป็นเบือแบบนี้หรอก ฉันเกลียดเรื่องยุ่งยาก ทางที่ดีก็ให้มันยกโขยงกันมาให้ฉันจัดหนักทีเดียวทั้งโคตรเลยยิ่งดี แบบนั้นจะได้ประหยัดเวลาเก็บกวาดง่ายดีด้วย มันสบาย ฉันสบาย ทุกคนสบาย ลุงว่าจริงมั้ย? "
“ใช่ !ใช่! ทุกอย่างที่หลานพูดต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน ฉันจะไปบอกให้ตามนั้นเอง”
กู้เจี้ยนกั๋วเดินไปที่ศพของเสวียนอู่ด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นศพของเสวียนอู่ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นสีม่วงดำ ก็กลัวจนเกือบจะอ้วกออกมาอยู่แล้ว
กู้เจี้ยนกั๋วที่กล้ำกลืนอดทนต่อความกลัวในใจ ใช้สองมือออกแรงลากศพของเสวียนอู่บนพื้น พยายามใช้กำลังทั้งหมดที่มีลากเสวียนอู่ออกไปอย่างทุลักทุเล
หลี่โม่พูดปลอบใจพวกกู้เจี้ยนหมินไปหลายประโยค จากนั้นจึงโทรหาคางเหวินซิง เพื่อสั่งให้เขาส่งคนมาซ่อมคฤหาสน์
คฤหาสน์โดนเสวียนอู่ทำจนมีสภาพเป็นแบบนี้ไปแล้ว อย่างน้อยห้องโถงรับแขกก็คงต้องปรับปรุงใหม่หมด
กู้เจี้ยนหมินกับหวังฟาง กลับไปพักผ่อนที่ห้องด้วยใจที่ระส่ำระสายเล็กน้อย ทั้งกู้หยุนหลันกับเฉินเสี่ยวถงต่างก็ใจหายใจคว่ำกันไม่น้อย
“ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศในบ้านมันมืดมนแปลก ๆ ถ้ายังไงพวกเราไปช้อปปิ้งกัน หรือไปร้องคาราโอเกะกันก็ได้ ดีมั้ย?” เฉินเสี่ยวถงเสนอไอเดีย
กู้หยุนหลันพยักหน้าอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า: "ไปร้องคาราโอเกะ ผ่อนคลายอารมณ์กันหน่อยก็ดี ฉันก็รู้สึกว่าบ้านเรามันค่อนข้างจะ... "
หลี่โม่ส่งยิ้มจนใจมาให้ ขับรถพากู้หยุนหลันกับเฉินเสี่ยวถงออกจากบ้าน มุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อค้นหาที่ร้องคาราโอเกะ
...........