ตอนที่ 707
บทที่ 707 หยุดงานประท้วง
October 31, 2026
เมื่อใกล้ถึงเวลาเลิกงาน คางเหวินซิงก็เดินอย่างแข็งขันเข้ามาในออฟฟิศ แล้วพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “อาจารย์ครับ มีร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งใหม่ชื่อเรือนจิ่วเถิง ผมจะขอเชิญพวกคุณไปลองชิมดูซักหน่อยนะครับ”
หลี่โม่รู้สึกว่ายังไงก็ได้ สายตาปรายมองไปทางกู้หยุนหลัน ตัดสินใจฟังความคิดเห็นของเธอ
กู้หยุนหลันหรี่ตาแล้วพูดขึ้นว่า "งั้นก็ไปชิมดูหน่อยแล้วกัน ไม่ได้กินอาหารญี่ปุ่นนานเหมือนกันแล้วล่ะ"
“ได้ยินมาว่าเชฟที่เชิญมา ต่างก็เป็นเชฟจากตงหยาง มาตรฐานแต่ละคนคือยอดเยี่ยมชั้นหนึ่งทั้งนั้นเลย พวกเราเตรียมตัวออกเดินทางกันเถอะครับ” คางเหวินซิงพูดอย่างตื่นเต้น
ไม่นานทั้งกลุ่มก็ออกจากออฟฟิศ แล้วขับรถตรงไปที่เรือนจิ่วเถิง
เรือนจิ่วเถิงตั้งอยู่ในเขตชานเมือง สร้างเป็นรูปแบบคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยสไตล์ตงหยาง ทั้งเรือนไม้และศาลากลางน้ำ ล้วนถูกสร้างและดีไซน์ตามสไตล์ตงหยางทั้งสิ้น
หลังจากจอดรถดีแล้ว พนักงานสองคนก็ก้าวเข้ามาข้างหน้า เอ่ยถามด้วยท่าทางเคารพนอบน้อมว่าได้จองที่นั่งไว้แล้วหรือไม่
คางเหวินซิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แจ้งหมายเลขชุดหนึ่งออกไป พนักงานที่เดิมทีมีท่าทางเคารพนอบน้อมอยู่แล้ว ก็ยิ่งมีท่าทางเคารพนอบน้อมมากขึ้นไปอีก
"ขอเชิญลูกค้าทั้งสี่ท่านที่ด้านในค่ะ"
พนักงานโค้งคำนับ แล้วนำทางพวกหลี่โม่เข้าไปที่โถงล็อบบี้
ในล็อบบี้มีผู้ชายสองสามคนที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนชาวตงหยางยืนอยู่ พวกผู้ชายชาวตงหยางในขณะนั้น กำลังยืนล้อมพนักงานหญิงคนหนึ่ง พลางส่งเสียงตะโกนโวยวายดังลั่นร้าน
“ทำไมพวกเราไม่มีที่นั่ง? โต๊ะที่ใหญ่ที่สุดนั่นก็ว่างอยู่นี่! ทำไมไม่ให้พวกเราใช้ ? เรือนจิ่วเทิงของพวกแกก็จำลองมาจากบ้านเกิดของพวกเราแท้ ๆ พวกเราควรได้รับการต้อนรับที่ดีกว่าไม่ใช่รึไง? พวกแกต้องต้อนรับพวกเราเหมือนเป็นพ่อบังเกิดเกล้าสิวะ!”
พนักงานพยายามอธิบายด้วยรอยยิ้มอันฝืดฝืนว่า: "ตรงนั้นเป็นโต๊ะที่ถูกจองไว้แล้วค่ะ อีกทั้งพวกเราที่นี่ก็มีระบบการจองล่วงหน้า ถ้าไม่มีการจองไว้ก็จะไม่มีที่นั่ง ตอนนี้พวกคุณสามารถจองที่สำหรับวันพรุ่งนี้ได้นะคะ"
“งี่เง่า! ไม่ได้โว้ย! นี่เป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำที่พวกเราจัดขึ้นเพื่อคาวาบาตะซัง จองไว้แล้วคือวันนี้ โต๊ะตัวนั้นพวกเราจะใช้แน่นอนแล้ว ไป!”
ผู้ชายพวกนั้นเพิกเฉยต่อการห้ามปรามของพนักงานสาว แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะตัวที่ว่างอยู่
พนักงานที่นำทางกลุ่มของหลี่โม่มา ก็มีท่าทีวิตกกังวลแล้วเหมือนกัน รีบวิ่งเหยาะๆ ขึ้นมาข้างหน้าแล้วไปขวางที่หน้าโต๊ะนั้นทันที
“คุณผู้ชายทุกท่านคะ พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ลูกค้าที่จองโต๊ะนี้มาถึงแล้ว พวกคุณต้องนัดหมายก่อน แล้วค่อยมารับประทานวันพรุ่งนี้เถอะค่ะ” พนักงานพูดอย่างสุภาพ
“บัดซบ ฉันจะดูซิว่าไอ้หน้าไหนมันกล้ามาแย่งที่นั่งกับฉัน!”
ชายชาวตงหยางหันไปมองทางหลี่โม่ ไล่สายตามองจากใบหน้าของหลี่โม่ แล้วผ่านไปที่กู้หยุนหลันกับเฉินเสี่ยวถงที่จับมือกันอยู่
“โย่วซ่า! ช่างเป็นสาวสวยที่เหมือนดอกไม้แรกแย้มซะจริง ๆ เลยโว้ย เป็นคนสวยที่หาไม่ได้ง่าย ๆ เลยนะเนี่ย! ฮะๆๆ ดูเหมือนว่าพวกเรามีจะเพื่อนดื่มเหล้าแล้วว่ะ นี่มันสวรรค์ชัด ๆ !”
ชายชาวตงหยางหลายคนต่างแสดงสายตากรุ้มกริ่มขณะที่มอง แล้วพากันเดินไปทางกู้หยุนหลันกับเฉินเสี่ยวถง
หลี่โม่ก้าวขึ้นมาขวางหน้าก้าวหนึ่ง บังอยู่ตรงหน้าของกู้หยุนหลันกับเฉินเสี่ยงถง มองพวกผู้ชายที่มีท่าทางคล้ายว่าจะเป็นชาวตงหยางด้วยสายตาเย็นชา
“ไอ้จรจัดเอ๊ย! ไปให้พ้น! ทิ้งสาวสวยสองคนนี้ไว้ ส่วนแกกับไอ้เพื่อนหน้าอืดนั่นไสหัวออกไปได้แล้ว ไม่งั้นพวกแกได้เจอดีแน่”
“ฮิคาวะซัง จะมัวพูดจาไร้สาระกับพวกมันทำไม ? วิธีจัดการกับไอ้พวกต่ำต้อยพรรค์นี้ ก็แค่ใช้เงินฟาดหัวพวกมันไปซะก็จบเรื่องแล้ว ฮ่า ๆ ๆ” ผู้ชายคนที่พูดหยิบเงินออกมาแล้วโปรยไปทางหลี่โม่
“ เก็บเงินเสร็จก็ออกไปซะ พวกเราคือคนของบริษัทฮิชิโตะ ถ้าแกไม่ไสหัวออกไป แค่ฉันขยับปากซักสองสามคำ พวกแกก็มีหวังได้บ้านแตกสาแหรกขาดแน่! ”
“โย่วซ่า ยามาโมโตะซังเข้าใจอะไรที่นี่ดีจริง ๆ ความรู้สึกที่ได้ใช้เงินฟาดหัวคนนี่มันฟินสุดๆ ไปเลยว่ะ ให้ฉันลองฟาดซักทีซิ”
ฮิคาวะหยิบกระเป๋าออกมา หยิบเหรียญเงินดีบุกผสมตะกั่วออกมาหนึ่งกำมือ แสยะยิ้มแล้วขว้างไปทางหลี่โม่