ตอนที่ 708
บทที่ 708 เย่อหยิ่ง
October 31, 2026
ผู้จัดการห้องอาหารพูดด้วยสีหน้าลำบากใจสุดขีดว่า “พอดีว่าตอนที่เชิญเชฟท่านนั้นมาที่นี่ มีการระบุไว้ในสัญญาว่า ถ้าหากมีสถานการณ์ที่ทำให้เขาไม่พอใจ ก็สามารถหยุดงานได้ หากถูกบังคับให้ทำงานต่อ ไม่เพียงแต่สามารถลาออกได้ทันทีเท่านั้น แต่ทางเรายังต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เขาเป็นเงินจำนวนมหาศาลด้วยค่ะ”
เมื่อลูกค้าที่มากินอาหารซึ่งนั่งอยู่รอบ ๆ ได้ยินสิ่งที่ผู้จัดการพูด ต่างก็พากันหัวร้อนยกใหญ่ บ่นว่านี่มันไม่ยุติธรรมแทนพวกหลี่โม่
“ฉันว่านะ นี่คุณจ้างคุณชายนายท่านที่ไหนจากตงหยางมาแล้วล่ะมั้ง? มีที่ไหนจ้างเชฟแบบนี้กันบ้าง? ทำซะอย่างกับพวกเราไม่มีเชฟงั้นแหล่ะ!”
“เฮอะ ๆ วัฒนธรรมอาหารในประเทศของเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน จะเอามาเทียบกับไอ้พวกนักลอกเลียนแบบนั่นได้ยังไง? ซูชิก็เรียนรู้มาจากข้าวปั้นในอดีตของพวกเรา ส่วนซาซิมิเรียนก็เรียนรู้มาจากปลาดิบที่แล่เป็นแผ่นในอดีตของพวกเรา มาตอนนี้พวกเขาได้ดีก็ลืมตัวกันแล้วงั้นสิ? ”
“บอกให้เชฟชาวตงหยางออกมาขอโทษเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะไปหาเขาที่ครัวด้านหลังแล้วนะ นี่เขาจะรังแกกันเกินไปแล้ว”
หลี่โม่ขมวดคิ้วน้อย ๆ พูดกับผู้จัดการว่า "ถ้าไม่มีเชฟจากตงหยาง ก็กินซาซิมิปลาปักเป้าไม่ได้งั้นเหรอ? นี่มันเป็นเรื่องตลกร้ายอะไรเนี่ย? ซาซิมิปลาปักเป้าของคุณน่าจะต้องมีการแสดงลักษณะพิเศษอะไรซักอย่างด้วยใช่ไหม?"
"ใช่ค่ะ ซาซิมิปลาปักเป้าจะทำโดยเชฟชาวตงหยาง ซึ่งจะมีการแสดงตั้งแต่เชือดปลาจนถึงทำเป็นซาซิมิต่อหน้าลูกค้า เพราะเนื้อปลาปักเป้ามีพิษร้ายแรง ดังนั้นทักษะของเชฟจึงต้องการคนที่ความรู้ความชำนาญสูงมาก ด้วยเหตุนี้พวกเราเองก็จนใจ จึงจำเป็นต้องจ้างเชฟจากตงหยาง”
หลี่โม่ยิ้มพลางพูดว่า "งั้นก็เอาปลาปักเป้ากับมีดมาเถอะ ฉันจะทำซาซิมิปลาปักเป้านี้เอง"
ผู้จัดการร้านถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ หลังจากกลับมามีสติ ก็รีบส่ายหน้าอย่างแรง
“แบบนี้ไม่ได้นะคะ ปลาปักเป้ามีพิษร้ายแรง ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถจัดการได้ ถ้าเกิดมีปัญหาที่ลูกค้าถูกพิษปลาปักเป้าขึ้นมา ดิฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอกค่ะ”
ตั้งแต่สมัยโบราณมีคำกล่าวว่า กินปลาปักเป้าเท่ากับเสี่ยงหาที่ตาย เพราะปลาปักเป้ามีสารพิษในอวัยวะภายในและเลือดเป็นจำนวนมาก ถ้าหากล้างอวัยวะภายในหรือเลือดปลาไม่สะอาด เมื่อกินเข้าไปก็มีสิทธิ์ที่จะถูกพิษจนตายได้เลยทีเดียว
“ให้คุณไปเอามา ก็ไปเอามาเถอะน่า คุณรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์ของผมทำไม่ได้น่ะ?” คางเหวินซิงจ้องเขม็ง พยายามแสดงท่าทางพร้อมจะคว่ำโต๊ะถ้าไม่ทำตามคำสั่งอย่างเต็มที่
ลูกค้าที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็พากันเอะอะมะเทิ่งขึ้นมาด้วยแล้ว
“เขาให้คุณทำอะไรก็ทำไปเถอะน่า แขกที่โต๊ะนั้นไม่ได้กินอะไรเลย แค่จะฆ่าปลาปักเป้าเพื่อคลายความโกรธ แค่นี้คุณก็ยังทำให้ลูกค้าพอใจไม่ได้อีกเหรอ? ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ล่ะก็ ฉันว่าพวกคุณไม่ต้องเปิดร้านทำการค้าขายแล้วล่ะ”
“เรือนจิ่วเถิงขี้ขลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แม้แต่เชฟตงหยางก็ยังกลัว ตอนนี้แขกจะจัดการแก้ไขเอง พวกคุณก็ยังมานั่นไม่ได้นี่ไม่ได้อีกเหรอ ? คุณบอกหน่อยซิ ว่าคุณทำอะไรได้บ้างเนี่ย? หรือไม่ก็ให้เชฟตงหยางนั่นออกมาทำซะ "
เมื่อเห็นว่าลูกค้าทุกคนต่างก็ไม่พอใจ ผู้จัดการห้องอาหารก็มองหลี่โม่ด้วยสายตาจนใจเต็มที พูดขึ้นว่า: "ปลาปักเป้ามีพิษร้ายแรงมากจริง ๆ นะคะ เราจะทำเป็นเล่น ๆ ไม่ได้ พวกเราไม่สามารถรับผิดชอบหากเกิดปัญหาขึ้นมา"
“คุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรหรอก ฉันกินปลาปักเป้าไปไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัวแล้ว ทั้งหมดก็เป็นฉันเองที่ลงมือทำด้วย คุณรีบไปเตรียมของที่สั่งมาเถอะ” หลี่โม่พูดด้วยสีหน้าหน้านิ่งเรียบ
ลูกค้าที่กินเผือกอยู่รอบ ๆ ต่างส่งเสียงดังอึกทึกขึ้นทุกขณะ ม่านประตูของห้องครัวด้านหลังพลันถูกเปิดออก พ่อครัวตงหยางที่สวมเครื่องแบบเชฟ ก็ผลักรถเข็นออกมาด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง
ผู้จัดการหันไปมองเชฟตงหยางแวบหนึ่ง รู้สึกหัวใจกระตุกไปเล็กน้อย เพราะรู้ว่าอาหารจานนี้จะกลายเป็นอาหารจานเลวร้ายแน่แล้ว จึงรีบวิ่งไปหาเชฟตงหยาง ตั้งใจว่าจะหยุดเชฟตงหยางไว้
แต่เชฟตงหยางกลับผลักผู้จัดการออกไป แล้วเข็นรถเข็นเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะของหลี่โม่อย่างรวดเร็ว
เชฟตงหยางยืดตัวยืนจนเต็มความสูง อกผายไหล่ผึ่ง พูดอย่างเย็นชาว่า: "พวกไม่รู้ความทั้งหลาย ปลาปักเป้าไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ ก็จะทำได้หรอกนะ แม้แต่ในบ้านเมืองของเราทางนั้น ก็มีเพียงคนที่ผ่านการทดสอบโดยเฉพาะเท่านั้น ที่สามารถทำซาซิมิปลาปักเป้าได้ อีกทั้งคนที่สามารถผ่านการทดสอบได้ ต่างก็ได้ชื่อว่าเป็นเชฟที่ดีที่สุด"
“โย่ว! นายอยากจะพูดอะไรไม่ทราบ ? ถ้าจะพูดถึงเรื่องการกิน พวกเราทิ้งห่างพวกนายไปกว่า 18 ถนนนู้นแหล่ะ ในด้านนี้พวกเราเป็นบรรพบุรุษของนายเลยเหอะจะบอกให้!” คางเหวินซิงพูดอย่างไม่ยอมแพ้