ตอนที่ 709
บทที่ 709 ทักษะการใช้มีดอันมหัศจรรย์
October 31, 2026
“อ๊าย! อ๊าย ๆ ๆ ๆ! คุณคือหลี่โม่! คุณคือหลี่โม่ใช่มั้ยเนี่ย? สวรรค์! นี่ฉันเจอเข้ากับหลี่โม่จริง ๆ ด้วยอ่า!”
จางลี่จื้อรู้สึกตื่นเต้นมาก หันกล้องโทรศัพท์กลับมาถ่ายตัวเอง แล้วพูดด้วยเสียงสูงปรี้ดว่า: "ฉันได้พบกับหลี่โม่ ผู้ชายมหัศจรรย์ที่เป็นตำนานของเมืองฮ่านของเรา! ฉันเคยได้ยินเรื่องราวแสนมหัศจรรย์อันเป็นตำนานของเขามามากมายเลยล่ะค่ะ! ฉันเป็นแฟนคลับของเขา!"
หลี่โม่ไม่ใช่บุคคลที่ไม่เป็นที่รู้จักอีกต่อไป เขาสร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่พอ ๆ กับการก่อตัวของคลื่นลมฝนฟ้าพายุมากมายในเมืองฮ่าน แม้ว่าจะมีคนในเมืองฮ่านไม่น้อยที่ยังไม่เคยเจอหลี่โม่ แต่พวกเขาต่างก็เคยได้ยินชื่อเสียงของหลี่โม่มาแล้ว
กู้หยุนหลันกับเฉินเสี่ยวถงหันมาสบตากันแวบหนึ่ง ทั้งคู่รู้สึกขึ้นมาในเวลาเดียวกันว่า ยิ่งนับวัน หลี่โม่ก็ยิ่งเป็นเหมือนโคมไฟอันเจิดจ้าที่ที่ส่องประกายอยู่ในความมืด ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ล้วนดึงดูดสายตาของทุกคนให้อยากเข้าหามากขึ้นทุกที
เฉินเสี่ยวถงเม้มปาก ใช้ตะเกียบจิ้มคางเหวินซิงที่กำลังยิ้มระรื่นไปทีหนึ่ง จากนั้นก็ขยิบตาส่งสัญญาณให้คางเหวินซิน พลางชี้ไปที่ผู้ประกาศข่าวสาวสวยซึ่งกำลังถ่ายวิดีโอไปรอบ ๆ ตัวหลี่โม่ด้วยความตื่นเต้นจนเกินบรรยาย
คางเหวินซิงเข้าใจได้ในวินาทีนั้นเอง ตบหน้าอกผาง ๆ แล้วพูดว่า “วางใจเถอะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง ผมเชี่ยวชาญในการคุ้มกันมากที่สุดแล้ว รับประกันได้ว่าใครก็เอาเปรียบอาจารย์ไม่ได้ จะไม่ให้ใครมาหยิบชิ้นปลามันหาผลประโยชน์จากท่านอาจารย์เด็ดขาด!”
คางเหวินซิงเบียดตัวเข้าไปกลางฝูงชน ไปยืนขั้นกลางอยู่ระหว่างจางลี่จื้อกับหลี่โม่ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่ปั้นให้ดูไร้เดียงสาว่า: “คุณคนสวย ผมคือดวงจิตที่สองของหลี่โม่ ถ้าคุณอยากแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหลี่โม่ สามารถถามผมได้ทุกเมื่อ หลี่โม่ยังต้องทำซาซิมิปลาปักเป้าอยู่ อย่าไปรบกวนเขาเลยนะครับ”
จางลี่จื้อจ้องหน้าคางเหวินซิงพลางทำหน้าบูดบึ้งใส่ : "ไปให้พ้นเจ้าอ้วนหน้าอืด อย่ามายืนบังตอนฉันดูไอดอลของฉันสิยะ ห้องถ่ายทอดสดของฉันตอนนี้มีผู้ชมกว่าแสนคนเชียวนะ ระวังเหอะ ฉันจะให้ผู้ชมส่งมีดไปให้นาย "
จางลี่จือมีความสุขอย่างยิ่ง เดิมทีเธอเป็นแค่ผู้ประกาศข่าวโนเนมที่ไม่เคยมีผู้ชมเกินหมื่นด้วยซ้ำ แต่มาเวลานี้อยู่ดี ๆ ก็มีผู้ชมเพิ่มทะลุหลักแสนในชั่วพริบตา นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ก้าวเข้าสู่ค่ายผู้ประกาศข่าวระดับสองกับเค้าบ้างแล้ว
จางลี่จื้อรู้ดีว่าทั้งหมดเป็นเพราะหลี่โม่ จึงทำให้จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จางลี่จื้อถึงกับมีความคิดที่จะไปหาหลี่โม่ตรง ๆ แล้วขอร่วมมือกับเขาเพื่อทำการถ่ายทอดสดเลยทีเดียว
ขอแค่หลี่โม่สามารถตอบตกลงได้ จางลี่จื้อก็รู้สึกว่าต่อให้ตัวเองต้องรับกติกาซ่อนเร้น *(คือ พวกคนใหญ่คนโตหรือมีอำนาจเส้นสายหวังเคลมเด็กใหม่ที่อยากดังทางลัด) เธอก็โอเค เพราะถึงยังไงหลี่โม่ก็หล่อซะขนาดนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะสามารถต้านทานสิ่งล่อใจดี ๆ ขนาดนี้ไหว!
คางเหวินซิงตบหน้าอกพลางพูดว่า “อย่าพูดถึงแค่การส่งมีดส่งดาบเลย ต่อให้ส่งกระสุนมาผมก็ไม่กลัว ผมคือผู้ส่งสารแห่งสันติภาพและความยุติธรรมนะจะบอกให้”
“เรื่องนั้นช่างมันเหอะน่า! อย่ามารบกวนการถ่ายทอดสดของฉัน” จางลี่จื้อไม่สนใจคางเหวินซิงแม้แต่น้อย เดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งเพื่อถ่ายรูปหลี่โม่
หลี่โม่ถือปลาปักเป้าไว้ในมือซ้าย ทั้งแหย่และเกาส่วนท้องมันด้วยมือขวา ปลาปักเป้าที่โกรธเกรี้ยวพองตัวตามสัญชาตญาณอย่างรวดเร็ว จนมีรูปร่างเหมือนลูกบอลกลม ๆ อ้วน ๆ ลูกหนึ่ง
ปลาปักเป้าตัวอ้วนกลมเป็นลูกบอลนั้นดูน่ารักมาก แต่จางลี่จื้อมองแค่แวบเดียวเท่านั้นก็ถอนสายตาออกไป คิดว่าใบหน้าด้านข้างของหลี่โม่นั้นดูดีจริง ๆ หล่อจนแทบอยากจะอยากกินเข้าไปให้หมดในคำเดียว
หลี่โม่หยิบมีดยาวใบมีดบางเล่มหนึ่งออกจากชั้นใส่มีด แล้วจู่ ๆ มีดยาวเล่มนั้นก็หมุนคว้างอยู่ในมือของหลี่โม่ กระตุ้นอารมณ์ของผู้คนที่กินเผือกอยู่รอบ ๆ ให้ยิ่งโห่ร้องชื่นชมอย่างพร้อมเพรียง
“แม่จ้าวโว้ย! นี่มันมีดอะไรกันเนี่ย? ดูแล้วโคตรร้ายกาจเลย!”
“มันเหมือนกับมีดในหนังเรื่อง [เทพแห่งการปรุงอาหาร] เลยนะ ตัวตนของน้องชายคนนี้ดูแล้วไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”
เชฟตงหยางเห็นวิธีการหมุนมีดของหลี่โม่ สีหน้าก็ดูน่าเกลียดขึ้นมาเล็กน้อย: “ก็แค่กลปาหี่หลอกเด็ก คิดเหรอว่าวิธีการทำปลาปักเป้า แค่หมุนมีดเป็นก็สามารถจัดการได้แล้วน่ะ?”
“จัดการได้ไม่ได้ก็ดูต่อไปละกัน!” หลี่โม่พลิกสะบัดข้อมือไปมาอย่างพลิ้วไหวไม่มีสะดุด แสงสะท้อนจากใบมีดสาดประกายวูบวาบ รวดเร็วราวสายฟ้าแล่นผ่าน
ผู้ชมต่างก็เห็นได้ไม่ชัดเจนนักว่าหลี่โม่ทำอะไร ระหว่างที่กำลังสงสัย ก็เห็นหลี่โม่ถือหัวปลาที่ยังหายใจพะงาบ ๆ อยู่ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ออกแรงลอกเบา ๆ ที่ด้านหลังหัวปลา ผิวที่ทั้งหนาและยืดหยุ่นของปลาปักเป้า ก็ถูกลอกลงมาจากตัวปลาทันที
“เฮ้ย! นี่..นี่มันทำได้ยังไงวะเนี่ย? หรือว่าเมื่อกี้ คือการลอกหนังออกไปแล้วงั้นเหรอ? จะเร็วเกินไปแล้วมั้ย ?”
“เชี่ยเอ๊ย! พี่ชายคนนี้เป็นสุดยอดเชฟในตำนานรึเปล่าวะ ? ไม่งั้นจะมีคนใช้มีดได้คล่องแคล่วขนาดนี้ได้ยังไง?”