ตอนที่ 710
บทที่ 710 ไม่จำเป็นต้องใช้หรอก
October 31, 2026
“คุณนี่รู้อะไร ๆ เยอะมากเลยนะคะ ฉันแทบจะกลายเป็นแฟนคลับของคุณอยู่แล้ว ” จางลี่จื้อรีบฉวยโอกาสประจบเอาใจ หวังว่าจะสามารถสร้างความประทับใจที่ดีให้กับหลี่โม่ได้
หลี่โม่จัดวางปลาสองชิ้นที่แล่เป็นแผ่นแบน ๆ ขนาดเท่ากันอย่างเป็นระเบียบ หันไปมองที่เชฟตงหยางแล้วพูดขึ้นว่า " พวกแกทางนั้นกินซาซิมิปลาปักเป้าที่แล่เป็นชิ้นบาง ๆ สินะ ยิ่งแล่ได้บางเท่าไหร่ก็ยิ่งดีใช่ไหมล่ะ?"
“ใช่ ทักษะการใช้มีดแล่ซาซิมิปลาปักเป้าที่ดีที่สุด คือขนาดความบางของซาซิมิหลังการแล่ ต้องบางจนเมื่อมองผ่านแสงไฟ จะสามารถมองเห็นตัวอักษรเล็ก ๆ บนหนังสือพิมพ์ได้” ใบหน้าของเชฟตงหยางดำคล้ำมืดทะมึน ในใจมีลางสังหรณ์ว่าจบเห่แน่แล้วขึ้นมาไม่หยุด
จากการใช้มีดที่พลิ้วไหวเป็นธรรมชาติดุจดั่งเมฆาลอยล่อง สายน้ำหลั่งไหลเมื่อครู่นี้ ทำให้เชฟตงหยางสามารถสัมผัสได้ถึงความห่างชั้นระหว่างตัวเองกับหลี่โม่ได้ ว่าตัวเองนั้นยังห่างชั้นกับเขาราวฟ้ากับดินเลยทีเดียว
"ดูให้ดีล่ะ"
หลี่โม่หมุนมีดในมือของเขา แล้วแล่เนื้อปลาปักเป้าเป็นแนวทแยงด้วยความเร็วสูง
มีดกรีดเฉือนอย่างรวดเร็ว เนื้อปลาหนึ่งชิ้น หลี่โม่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถแล่จนเสร็จ หลังจากแล่เสร็จ เนื้อปลาก็ยังอยู่ในสภาพเป็นชิ้นสมบูรณ์เหมือนเดิม ราวกับว่ามันไม่เคยถูกแล่มาก่อน
หน้าผากของเชฟตงหยางมีเหงื่อผุดพรายออกมาไม่หยุด เข้าตำราทันทีที่ผู้เชี่ยวชาญยื่นมือออกไป ก็รู้ได้แล้วว่ามีของหรือไม่ ( สำนวนนี้มีหมายความว่า ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีอาชีพอะไรก็ตาม ขอเพียงเป็นคนที่มีความรู้จริง ๆ จะสามารถแยกแยะได้ว่าคนคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ ใกล้เคียงกับภาษาสแลงยุคใหม่ที่พูดกันว่าคนมีของ) เชฟตงหยางเข้าใจกระจ่างแล้วว่า ทักษะการใช้มีดของหลี่โม่นั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ
“นี่แกมีทักษะการใช้มีดระดับอะไรกันแน่? ถึงกับร้ายกาจกว่าอาจารย์ของฉันซะอีก! จะมีคนที่มีฝีมือระดับนี้อยู่ได้ยังไงกัน? อาจารย์ของฉันเป็นยอดนักใช้มีดที่มีทักษะสูงสุดในตงหยางแล้ว ทำไมแกถึงแข็งแกร่งกว่าเขาได้?
คางเหวินซิงหลุดหัวเราะออกมาเสียงหนึ่ง พูดด้วยน้ำเสียงอวดดีว่า : "อาจารย์ของฉัน นั่นคือพ่อครัวที่เก่งที่สุดในวงการนักแข่งรถ คนที่มีสกิลการต่อสู้ที่ร้ายกาจที่สุดในบรรดาพ่อครัวทั้งหลาย เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์แมนผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคใหม่ ผู้เป็นดั่งนักบุญอุปถัมภ์แห่งความยุติธรรมและสันติภาพ "
"หุบปาก อวดดีให้มันน้อย ๆ หน่อย!"
หลี่โม่เขกหน้าผากของคางเหวินซิงไปหนึ่งที แล้วใช้ตะเกียบคีบปลาปักเป้าขึ้นมาชิ้นหนึ่ง จากนั้นก็เขย่าไปมา
เนื้อปลาปักเป้าที่ถูกคีบขึ้นมานั้นบางราวกับปีกของจักจั่น บางใสจนเมื่อมองผ่านชิ้นเนื้อ จะสามารถมองเห็นภาพด้านหลังได้ราง ๆ เลยทีเดียว หากจะนำมาใช้ทดลองอ่านตัวหนังสือเล็ก ๆ บนหนังสือพิมพ์ก็ไม่ใช่ปัญหา
ไทมุงที่ยืนกินเผือกอยู่ร้องอุทานฮือฮากันใหญ่ ต่างพร้อมใจกันถ่ายรูปเนื้อปลาชิ้นนั้นรัว ๆ
"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้! เทคนิคการใช้มีดขั้นเทพระดับนี้ น่ากลัวว่าคงจะมีเชฟไม่กี่คนหรอกที่ทำได้"
“พี่ชาย นี่คุณทำงานอะไรเหรอ ? ลูกหลานบ้านฉันเรียนไม่ค่อยเก่ง ขอไปเรียนทำอาหารกับคุณได้ไหม?”
“นี่ต้องเป็นปรมาจารย์ยอดนักใช้มีดแน่ ๆ พี่ชายคงฝึกฝนวิชาการใช้มีดมาหนักมากเลยใช่มั้ย?”
คางเหวินซิงปรายตามองเชฟตงหยางด้วยสายตาอวดดี แล้วพูดเสียงดังฟังชัดว่า "ทุกคนออกทะเลกันไปใหญ่แล้วใช่มั้ยเนี่ย? ตอนนี้เป็นเวลาที่พวกเราสมควรจะร่วมใจกันรับชมเชฟตงหยางแสดงฝีมือบ้างแล้วล่ะ"
เชฟตงหยางหน้าแดงด้วยความอับอาย โค้งคำนับหลี่โม่ด้วยความนับถืออย่างสุดซึ้ง พูดเสียงดังว่า “เมื่อกี้เป็นผมเองที่หยิ่งยโสจนเกินไป คิดไม่ถึงว่าคุณจะมีทักษะในการใช้มีดที่ร้ายกาจถึงขนาดนี้ ผมต้องกราบขออภัยคุณอย่างจริงใจ ผมจะขอลาออกเพื่อกลับประเทศ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ จะไม่ขอย่างเท้าออกจากตงหยางตลอดไป ชีวิตนี้จะทุ่มเทฝึกฝนทักษะการใช้มีดให้หนักขึ้น หวังว่าจะมีโอกาสก้าวเข้าสู่เขตแดนของยอดฝีมือ ผู้มีทักษะการใช้มีดระดับเทพแบบคุณได้”
เชฟตงหยางพูดจบก็หันหลังแล้วจากไปทันที ผู้จัดการห้องอาหารถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง หันไปมองหลี่โม่ แล้วก็หันไปมองเชฟตงหยางที่เดินออกไป สุดท้ายก็วิ่งออกไปจากห้องอาหาร
คางเหวินซิงกลอกตามองบนใส่แล้วพูดว่า “ไอ้ลูกหมาหน้าโง่เอ๊ย ! แค่พูดแบบนี้สองสามประโยคก็ถือว่าจบเรื่องแล้วงี้เลย? พวกตงหยางไม่ได้ขึ้นชื่อในเรื่องการทำฮาราคีรี (คว้านท้องตัวเอง) เพื่อฆ่าตัวตายหลังจากสู้แพ้หรอกเรอะ?”
“ฮะๆ กินเนื้อปลาปักเป้าของนายไปเถอะ จานนี้ยกกลับไปกินกันดีกว่า” หลี่โม่ส่งเนื้อปลาปักเป้าบนจานไปให้คางเหวินซิง
จากนั้นเขาก็แล่เนื้อปลาปักเป้าอีกชิ้นหนึ่ง หลังจากที่สไลด์เป็นแผ่นบาง ๆ เสร็จ ก็จัดบนจานพร้อมเสิร์ฟ แล้วพูดขึ้นว่า "เนื้อปลาจานนี้ให้พวกคุณทุกคนลองชิมกันนะ เมื่อกี้ไปขัดจังหวะการกินข้าวของทุกคน ถือซะว่าเป็นของขวัญชดเชยจากผมก็แล้วกัน"
“พี่ชายเกรงใจเกินไปแล้ว! ได้มีโอกาสเห็นทักษะการใช้มีดอันน่าทึ่งของพี่ชายแบบนี้ นั่นก็นับว่าเป็นโชคดีของพวกเราแล้ว”
“พี่ชาย คุณเป็นเชฟเหรอ? คุณเปิดร้านอาหารที่ไหนล่ะ? พวกเราอยากจะไปเป็นกำลังใจให้คุณมากเลย”