ตอนที่ 717
บทที่ 717 สังเกตลักษณะนิสัย
October 31, 2026
เมื่อเห็นศพที่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้น จมูกก็ได้กลิ่นเลือดที่ลอยคละคลุ้งในอากาศ พี่เสียนก็ตัดสินใจจะไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ยังไงก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีกแล้ว
บนภูเขามีสัตว์ร้ายมากมาย แม้ว่าจะไม่มีเสือ แต่ก็ยังมีหมาป่า พี่เสียนยังเคยกระทั่งได้เจอหมีดำบนภูเขาด้วยซ้ำ เลือดสามารถดึงดูดสัตว์เหล่านี้ได้ ถ้าไม่รีบหนีไปตอนนี้ รอจนพวกสัตว์ร้ายมา ต้องไม่ใช่เรื่องสนุกอย่างแน่นอน
พี่เสียนลุกขึ้นยืน ร่างกายสั่นไหวโอนเอน เกิดอาการเวียนหัวตาลายขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจอย่างรุนแรง ราวกับว่ามันพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
รอยเท้าแห่งความตายค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ พี่เสียนกระอักเลือดออกมาจนกบปาก จากนั้นก็รู้สึกว่าพลังในร่างค่อย ๆ ถูกควักออกไปจนมันแห้งเหือด
พี่เสียนไม่สามารถยืนขึ้นได้อีกต่อไป ล้มลงกับพื้นดังตึง แล้วตายไปพร้อมกับบรรดาลูกน้องที่นอนเรียงรายอยู่อย่างครบถ้วนไม่มีขาดใครไปซักคน
อากาศที่ปะปนไปด้วยกลิ่นคาวเลือดค่อย ๆ ลอยออกไป ได้ยินเสียงหมาป่าหอนดังมาแต่ไกล
จมูกของหมาป่าในภูเขาได้กลิ่นเหยื่ออันโอชะ ต่างก็มาปรากฏตัวขึ้นอย่างระมัดระวังรอบ ๆ ที่ซ่อนนั้น แล้วค่อย ๆ เดินล้อมรอบศพของพวกพี่เสียนอย่างช้า ๆ
หมาป่าจ่าฝูงพบว่าไม่มีอันตรายอะไร จึงส่งเสียงหอนขึ้นมาเสียงหนึ่ง และแล้วงานเลี้ยงอันแสนโอชะของหมาป่าก็เริ่มต้นขึ้น
ฝูงหมาป่าพุ่งเข้าใส่กองซากศพบนพื้น เป็นภาพที่ดูน่าประหวั่นพรั่นพรึงดุจนรกเลยทีเดียว
ศพของพี่เสียนกับลูกน้อง ได้กลายเป็นอาหารมื้อพิเศษของพวกฝูงหมาป่าไปโดยปริยาย
............
เมื่อเห็นกู้หยุนหลันที่ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง หลี่โม่ก็อดใจไม่ไหวจนหยิกแก้มใส ๆ ของเธอไปทีนึง สัมผัสที่ละเอียดอ่อนเนียนนุ่มนั้น ทำให้ผู้คนใจสั่นได้เลยทีเดียว
“คิดอะไรอยู่น่ะ? หน้าตาดูประหลาดใจใหญ่เลย หรือว่าถูกความแข็งแกร่งเมื่อกี้ของฉันทำให้ตกตะลึงจนตาค้างไปแล้ว?”
กู้หยุนหลันใจเต้นระรัว ราวกับว่าเธอได้ย้อนกลับไปเป็นเด็กสาวที่เพิ่งได้พบกับความรักครั้งแรก เธอมองหลี่โม่อย่างเขินอาย แล้วกอดเขาเอาไว้จนแน่น
หลี่โม่เอื้อมมือออกไปโอบเอวคอดกิ่วของกู้หยุนหลัน ทั้งสองคนเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ พูดคุยหัวเราะเบิกบาน แล้วเดินเข้าไปในส่วนลึกของภูเขา
แต่เมื่อหลี่โม่พากู้หยุนหลันเดินวนไปจนครบรอบนึง ก็ไม่เห็นยาอายุวัฒนะใด ๆ ในที่สุดภายใต้การกระตุ้นของกู้หยุนหลัน ทั้งคู่ก็ออกไปจากที่นั่น
เมื่อทั้งสองเดินลงไปจนถึงตีนเขา พวกเขาก็เห็นไอ้ลิงที่กำลังร้อนใจซะจนหมุนตัวเป็นวงกลมจากระยะไกล ๆ
หลี่โม่เดินเข้าไปด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย อยากไปดูว่าไอ้ลิงกำลังทำอะไรอยู่กันแน่
เมื่อเห็นหลี่โม่เดินเข้ามา ไอ้ลิงก็มองดูหลี่โม่อย่างละเอียดลออ แล้วถอนหายใจยาวเหยียด
“ในที่สุดก็กลับมากันซะที ฉันเป็นห่วงมาตั้งครึ่งค่อนวันแล้วเนี่ย! ถ้านายยังไม่กลับมาอีกล่ะก็ ฉันว่าจะแจ้งความแล้วนะ” ไอ้ลิงพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“นายมารอพวกเราอยู่ตลอดเลยงั้นเหรอ? มีอะไรรึเปล่า?” หลี่โม่รู้สึกไม่เข้าใจหน่อย ๆ ว่าไอ้ลิงคิดจะทำอะไรกันแน่?
ไอ้ลิงเกาหัวแกรก ๆ แล้วยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
“ฉันแค่กังวลใจเฉย ๆ แค่นั้นแหล่ะ มีหลายคนในหมู่บ้านเราถูกนายตีจนน่วม พวกนั้นบอกว่าพี่เสียนจะต้องจัดการนายแน่ ฉันเลยคิดว่ายังไงก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตคน จะให้ฉันนั่งมองตาปริบ ๆ ไม่ทำอะไรเลยก็คงจะไม่ได้น่ะ”
ไอ้ลิงเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมในแบบฉบับของชาวบ้านในชนบท แล้วก็มีความเรียบง่ายในแบบฉบับของชาวบ้านในชนบทด้วยเช่นกัน ดังนั้น ก่อนหน้านี้ไอ้ลิงจึงไปแจ้งข่าวให้หลี่โม่ แล้วตอนนี้ก็เลยมารออยู่ที่นี่
หลี่โม่เผยสีหน้าที่แสดงถึงการได้รับความประทับใจขึ้นมาเล็กน้อย ระหว่างคนแปลกหน้าที่ไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อน นับว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำได้ถึงขั้นนี้
"ขอบใจนะ ที่ก่อนหน้านี้ช่วยมาแจ้งข่าวให้เรารู้ แถมตอนนี้ยังมารอพวกเราด้วย"
“แหะ ๆ มันเป็นเรื่องที่สมควรน่ะ พวกนายขึ้นเขาไปตั้งนานคงจะหิวกันแล้วสินะ ? ถ้ายังไงไปกินข้าวที่บ้านฉันกันมั้ย ? วันนี้ที่บ้านทำไก่ฟ้า รสชาตอร่อยสุดยอดเลยล่ะ”
ไอ้ลิงเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้น หลังจากครุ่นคิดสักพัก หลี่โม่ก็ไม่ได้ปฏิเสธคำเชิญ
คิดถึงเรื่องที่เมื่อกี้ไอ้ลิงอุตส่าห์ไปแจ้งข่าว ทั้งยังมารอตัวเองจนถึงตอนนี้ หลี่โม่ก็รู้สึกว่าไอ้ลิงเป็นคนที่นิสัยนับว่าไม่เลวคนหนึ่ง และคนดีก็ควรได้รับรางวัลเสมอ