ตอนที่ 154
บทที่ 154 เบื้องหลังก็คือโชคชะตา
October 31, 2026
จีนหลิง คฤหาสน์ใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง
หงเหลยถิงยืนอยู่ต่อหน้าชายวัยกลางคน ในใจของเขามีความรู้สึกผสมปนเป
เดิมทีเขาคิดว่าไม่มีทางหนีพ้นแล้ว แต่ทันใดนั้นชายคนนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น และพาเขามาที่จินหลิง และจากคำพูดเพียงไม่กี่คำ หงเหลยถิงก็ต้องตกใจเมื่อรู้ถึงตัวตนของผู้ชายคนนี้
นี่เป็นบุคคลที่แค่เพียงสะบัดเท้าเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ทั่วทั้งมณฑลซีหนันต้องสั่นสะเทือน
“นายท่าน ผมขอบังอาจถามสักข้อ ทำไมท่านถึงต้องช่วยผม?” หงเหลยถิงถามอย่างระมัดระวัง
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าตอนนี้เขาไม่ใช่ฮ่องเต้ในสังคมอิทธิพลมืดของเมืองเจียงอีกต่อไป ต่อให้เขายังเป็นอยู่ ก็ไม่มีทางกล้าที่จะทำผิดพลาดต่อหน้าผู้มีอำนาจเช่นนี้
ชายคนนั้นลุกขึ้นนั่งและพูดอย่างราบเรียบว่า “นายไม่มีคุณสมบัติให้ฉันช่วย เพียงแต่ฉันเห็นแก่หน้าของปรมาจารย์หงก็เท่านั้น”
“หา ปรมาจารย์หง?”
“บ้านบรรพบุรุษของนายคือเมื่องเยว่ซี ใช่ไหม?”
หงเหลยถิงพยักหน้า
เมืองเยว่ซีเป็นเมืองชายแดนขนาดเล็กในมณฑลซีหนัน เป็นเมืองที่อยู่นอกสายตาใครๆ เป็นแค่เมืองระดับด้าระดับหกเท่านั้น
“ถ้าอย่างนั้นนายควรจะรู้ว่า นายมีลุงใหญ่คนหนึ่ง ชื่อหงหลงเสี้ยง” ชายคนนั้นพูดอีกครั้ง
“หงหลงเสี้ยง?”
หงเหลยถิงสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า “ผมเคยได้ยินพ่อพูดถึงอยู่บ้างจริงๆว่าเขามีพี่ชายอีกคน เพียงแต่ตอนที่พ่อของผมยังเป็นเด็ก คุณลุงใหญ่ก็หนีออกจากบ้านไปแล้ว ผมไม่เคยเจอเขามาก่อน”
“ไร้สาระ นายไหนเลยจะมีคุณสมบัติที่จะพบปรมาจารย์หง ท่านอยู่ในเมืองหลวง มีสถานะสูงส่ง เป็นดั่งมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง”
ระเบิดลูกนี้ ทำเอาหัวของหงเหลยถิงถึงกับชาขึ้นมา
“ลุง... คุณลุงใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ ในเมืองหลวง ผู้มีอำนาจ!”
“นายเคยได้ยินเรื่องนักบู๊ไหม?”
หงเหลยถิงสงบอารมณ์ที่ปั่นป่วนของตน และครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า "แน่นอนว่าเคยได้ยินมาก่อน นักบู๊มีพลังมหาศาล ผมเคยโชคดีที่ได้พบกับนักบู๊คนหนึ่ง เป็นชายหนุ่ม"
ชายคนนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ “คนหนุ่มสาวจะแข็งแกร่งได้ขนาดไหนกันเชียว ท่านหงเป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ เขาเป็นนักบู๊ที่อยู่ในจุดสูงสุด แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ในเมืองหลวงก็ยังต้องให้เกียรติถึงสาส่วน นายรู้เอาไว้ซะ!”
"ใช่ใช่ใช่" หงเหลยถิงแทบจะพูดไม่ชัด
จู่ๆก็มีลุงใหญ่โผล่ออกมา แถมยังมีอำนาจมากขนาดนี้
จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร
ถึงแม้จะไม่เคยได้พบเห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ สิ่งนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
“นายท่าน เป็นลุงใหญ่ของผมขอให้คุณมาช่วยผมหรือ?”
ชายคนนั้นส่ายหัวและพูดว่า "ท่านหงมีความรู้สึกบางอย่าง ให้ฉันไปสืบหาดูว่ายู่ในใจ ให้ฉันไปหาดูว่าในเยว่ซียังมีใครในตระกูลหงอยู่อีก และให้ฉันคอยดูแล ดังนั้นฉันจึงหานายเจอและพบว่านายกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ก็เลยยื่นมือออกไปช่วย”
"ที่แท้เป็นแบบนี้"
“ท่านหงกับฉันมีความสัมพันธ์กันไม่เบา อีกทั้งลูกชายคนเล็กของฉันเฟิงเทียนตูก็เป็นผู้มีพรสวรรค์หายาก และถูกนายท่านรับไว้เป็นศิษย์ เห็นแก่หน้าของนายท่าน ต่อจากนี้ไปนายก็อยู่ที่จีนหลิงเถอะ”
หงเหลยถิงดีใจอย่างมาก “ขอบคุณนายท่านอย่างยิ่ง”
ชายคนนั้นเหล่มองแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “แต่ว่า ฉันไม่เลี้ยงคนเกียจคร้านและพวกไร้ประโยชน์ ฉันให้เงินทุนนายห้าสิบล้าน นายพาคนของนายไปดิ้นรนเถอะ นอกเสียจากตกอยู่ในความเป็นความตาย ฉันจะไม่มีทางยื่นมือออกไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวนายเอง นี่เป็นการพิสูจน์คุณค่าของนาย"
“นายท่านโปรดวางใจ ผมไม่มีทางทำให้ท่านผิดหวังแน่”
ชายคนนั้นยื่นบัตรธนาคารให้
หงเหลยถิงรับมา ก่อนจะถามอีกครั้งอย่างลองเชิง “นายท่าน ผมขอพบลุงใหญ่สักครั้งได้ไหม?”
“ตอนนี้นายยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเจอเขา รอให้นายมีหน้ามีตาในจีนหลิงให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ ฉันเองก็ไม่ได้เจอลูกชายมาสามปีแล้ว”
“ได้ครับ นายท่านผมไปก่อนแล้ว”
เมื่อออกมาจากประตูบ้านของตระกูลเฟิง หงเหลยถิงก็ยังคงตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
ปลายทางของถนนอันขรุขระ ยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่
ราวกับการนั่งรถไฟเหาะ
ทั้งสุขและทุกข์ ไม่มีเรื่องอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่านี้
มีลุงใหญ่ผู้เต็มไปด้วยพลังอำนาจ และยังมีตระกูลเฟิงเป็นผู้สนับสนุน
ตระกูลเฟิงเป็นใครกัน?
ตระกูลที่ร่วมกับตระกูลเสี้ยง ตระกูลโล่ เป็นที่รู้จักในนามสามตระกูลใหญ่ของจีนหลิง ความร่ำรวยนั้นไม่ต้องพูดถึง ทุกๆด้านล้วนมีพวกเขาอยู่
อาจกล่าวได้ว่ามือข้างหนึ่งคลุมท้องฟ้า
หากมีผู้สนับสนุนแบบนี้ ก็สามารถทำเรื่องในจีนหลิงได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นความตายอีกต่อไป อีกทั้งยังไม่ต้องมากพะว้าพะวัง
“ฮ่าฮ่า ฉันหงเหลยถิงยังดวงไม่ถึงฆาต รอให้ฉันเชิดหน้าชูตาในจีนหลิงได้เมื่อไหร่ วันนั้นจะเป็นวันที่สี่ตระกูลใหญ่ในเมืองเจียงต้องพังพินาศ... อ้อ ยังมีโล่เฉินนั่นด้วย”
เมื่อนึกถึงโล่เฉินที่ไม่แยแสความเป็นตายของเขา หงเหลยถิงก็โกรธอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เขารู้ว่าโล่เฉินเป็นนักบู๊ อีกทั้งยังมีศิษย์เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเจียงโจว ไม่ใช่คนที่สามารถยั่วยุได้ง่ายๆ
“หึ ลุงของฉันเป็นถึงปรมาจารย์บู๊ รอให้มีโอกาสเจอลุงใหญ่เมื่อไหร่ จะต้องให้เขาสั่งสอนไอ้สารเลวโล่เฉินนั่นสักที
หงเหลยถิงกำลังอารมณ์ดี เขาฮัมเพลงเล็กๆ น้อยๆ และร่วมกับเป้าจื่อ เฮยหนิว และคนอื่นๆเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการตั้งตัวในอนาคต
……
ในคืนเดียวกัน
เมืองเจียง ตระกูลหยาง
"อ๊าก"
ชายหนุ่มกลิ้งลงบันไดลงมา ท่าทางเจ็บปวดน่าเวทนา บาดแผลที่พันเอาไว้มีเลือดไหลออกมาอีกครั้ง เจ็บจนทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น
หยางเซียวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก และจ้องมองไปยังชายหนุ่มท่าทางสูงศักดิ์ที่ยืนอยู่ตรงประตู และคำรามเสียงต่ำ “หยางกวง ไอ้ขยะ แกกล้าแตะต้องฉัน แกรู้รึเปล่าว่ากำลังทำอะไร!”
“โอ๊ะโอ๋ ลูกพี่ลูกน้องที่รัก ผมยังไม่มีเวลาได้บอกพี่เลย”
ชายหนุ่มที่ชื่อหยางกวงมีสีหน้ามืดครึ้มและพูดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยว่า “เป็นเพราะว่านายไม่มีแก่นชีวิตนั่นแล้ว นายก็ไม่สามารถสืบทอดทายาทให้ตระกูลหยางได้อีก ดังนั้น ตอนนี้นายถูกขับไล่ออกจากตระกูลแล้ว!”
ขับไล่ออกจากตระกูล?