ตอนที่ 91
บทที่ 321 ลู่เซิงเกอไม่ใช่พระแม่ธรณีที่มีจิตใจเมตตา
October 31, 2026
เซิงเกอกำลังแอบส่งข้อความบอกลู่ฉืออีให้สั่งแก๊งดาร์กเบลตรวจสอบผู้หญิงทุกคนที่ชื่อเคลลี่ในประเทศประเทศUA ดูว่าใครเคยมีประวัติคลุกคลีกับตระกูลหนิงบ้าง
เมื่อได้ยินเสียงตกใจของจี้ซินอี๋ เธอก็เงยหน้าขึ้น พลางเห็นใบหน้าผู้ชายอันคุ้นเคย
“ฟู่เฉินยี่?”
ไม่เจอกันหลายวัน เหมือนเขาจะเปลี่ยนไปเยอะมาก แววตาไม่ได้มั่นใจเฉกเช่นอดีต กลายเป็นคนสำรวมท่าทางและวาจาแล้ว
เซิงเกอเห็นเขาใส่ชุดบริกรก็รู้สึกตกใจ“ช่วงนี้คุณทำงานที่นี่หรือ?”
ฟู่เฉินยี่ชะงักกึก ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความอับอาย ไม่ได้ตอบคำถามของเซิงเกอ หมุนกายเตรียมจะเดินออกไป
เซิงเกอเรียกเขา“เป็นเพื่อนกันมาหลายปี คุณชายฟู่จะนั่งดื่มด้วยกันไหม?”
จี้ซินอี๋ยังคงจดจำเรื่องที่ตระกูลฟู่ทำร้ายเซิงเกอได้ดี
“พี่เซิง ตอนนี้ตระกูลฟู่ไม่ใช่ตระกูลไฮโซแล้ว เขาไม่มีคุณสมบัติถูกเรียกว่าคุณชายฟู่ อีกอย่าง นับจากวันที่เขาช่วยฟู่อินฆ่าพี่ เขาก็ไม่ใช่เพื่อนของฉันอีกต่อไป”
ฟู่เฉินยี่ที่ยืนหน้าประตูได้ยินประโยคนี้ก็หันขวับกลับมามองเซิงเกอทันที“ผมไม่ได้ช่วยเสี่ยวอินทำร้ายคุณ ตอนนี้เสี่ยวอินอยู่ในคุกแอล้ว คุณยังไม่คิดจะปล่อยเธอไปอีกหรือ?”
หนิงจิ้งเซวียนกับจี้ซินอี๋ระเบิดน้ำโหขึ้นมาพร้อมกัน
ทว่ามีเซิงเกอห้ามปราม จึงไม่ได้เกิดการปะทุขึ้นมา
เซิงเกอยิ้มบางๆ“ตอนแรกหลังจากที่ส่งเธอเข้าคุกแล้ว ฉันก็ไม่คิดจะสนใจเธออีก แต่ตอนนี้ได้ยินคุณพูดแบบนี้ ฉันคิดว่าเธอสบายเกินไปหน่อย”
ฟู่เฉินยี่รู้สึกประหลาดใจมาก“เซิงเกอ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนใจดำขนาดนี้ เสี่ยวอินก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงที่ไม่ประสีประสาอะไร ตอนนี้เธอได้รับบทเรียนแล้ว”
เซิงเกอดื่มน้ำผลไม้ ดวงตาคู่งามเย็นชา ไม่ตอบ
จี้ซินอี๋รู้สึกอารมณ์เสีย“ทำไมคุณไม่บอกว่าน้องสาวคุณชั่วร้ายล่ะ?โตๆกันแล้ว ยังบอกว่าไม่รู้ความอีก หรือเธอเป็นทารกในร่างผู้ใหญ่ แล้วมีพวกคุณตามใจจนเสียคน!”
“ใช่” หนิงจิ้งเซวี่ยนเดือดดาลเช่นกัน “งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของฟู่อิน พวกคุณทำอะไรไว้บ้าง น่าจะรู้ดีแก่ใจ แล้วพี่เซิงจะทำเกินเลยกับฟู่อินยังไงไม่ทราบ!”
ฟู่เฉินยี่รู้สึกสิ้นหวังสุดแสน
ช่วงนี้ที่บ้านเขาเหมือนอยู่ในขุมนรกก็ไม่ปาน ไม่มีเศษเงินที่ใช้สำหรับยื่นใต้โต๊ะแล้วเยี่ยมน้องสาวในคุกเลย
คุณแม่ถาวเหอก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายทุกวัน บ่นว่าลูกสาวตัวเองอาภัพ ส่วนคุณพ่ออายุมากแล้วยังต้องแบกหน้าไปสมัครงานอีก แต่เป็นเพราะแรงกดดันจากจี้ยู่ถิง จึงไม่มีบริษัทไหนรับคุณพ่อเขาไปทำงาน
พวกเขาทั้งครอบครัวต้องอัดอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้นไปวันๆ
ไม่ว่าก่อนหน้านี้ฟู่อินจะทำผิดใหญ่หลวงเพียงใด ทว่าตอนนี้ก็น่าจะชดใช้หมดแล้วหรือเปล่า?
มือของเขาที่ถือถาดไว้กำแนบแน่น ทว่าเขาก็อดกลั้น ลดทิฐิลง จากนั้นก็ขอร้องเซิงเกอ
“เซิงเกอ ถ้าคุณยังเห็นแก่ความเป็นเพื่อน ผมขอให้คุณปล่อยเสี่ยวอินไป ประกันตัวเธอออกมาแล้วพวกเราจะพาเธอไปใช้ชีวิตในชนบท ผมรับรองว่าจะไม่มารบกวนชีวิตคุณอีกแน่นอน”
เซิงเกอไร้คลื่นอารมณ์“เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของพวกเรา วันนี้ฉันจะถือสักว่าไม่ได้เจอหน้าคุณ ให้คุณทำงานที่นี่ต่อไปได้ ส่วนเรื่องฟู่อิน เธอต้องได้รับผลของการกระทำ ลู่เซิงเกออย่างฉันไม่ใช่พระแม่ธรณี ฉันช่วยไม่ได้ และไม่มีทางช่วยด้วย”
จี้ซินอี๋รีบส่งเสียงไล่“ได้ยินชัดหรือยัง?ออกไป บอกให้ผู้จัดการเปลี่ยนบริกรคนใหม่ด้วย”
เฟิงเฉินยี่ก้มหน้า เดินออกจากห้องวีไอพีด้วยแววตาที่ไม่เต็มใจและเคียดแค้น
เขาราวกับเป็นศพเดินได้ เดินด้วยฝีเท้าอันหนักอึ้ง
บริกรที่ชื่อนายฝานถูกสับเปลี่ยนกะทันหัน ตอนที่เดินผ่านเขาจึงพูดอย่างไม่พอใจออกมา
“คุณชายบ้านเศรษฐีก็แบบนี้แหล่ะ ทำงานอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ทำให้ลูกค้าไม่พอใจใช่ไหม จึงต้องให้ผมเข้าไปแทน”
ฟู่เฉินยี่ได้ยินอย่างชัดแจ้ง หันไปจ้องเขม็งใส่เขาปราดหนึ่ง
นายฝานยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม“มองอะไรกัน!ผมไม่ได้พูดผิดสักหน่อย……”
เสียงก่นด่าค่อยๆเบาลง ฟู่เฉินยี่มีแต่ความห่อเหี่ยวใจ
หลายวันมานี้ต้องเผชิญหน้ากับการกดขี่ของจี้ยู่ถิง ถูกคนอื่นหยามเหยียบ ทำให้เขารู้สึกแค้นเคืองยิ่งนัก
ประโยคที่ฟู่อินบอกเขาก่อนเข้าคุกยังคงวนเวียนอยู่ในหูเขา