ตอนที่ 92
บทที่ 322 ที่แท้ก็เป็นการย่างเนื้อที่ไม่ธรรมดา
October 31, 2026
“ฉันส่งข้อความบอกว่าคืนนี้จะกินข้าวนอกบ้านแล้วนี่ และบอกว่าจะกลับดึกหน่อย แล้วทำไมคุณจะออกมาตามหาฉันล่ะ?”
ใบหน้าหล่อของจี้ยู่ถิงบึ้งตึง เผยความไม่พอใจเต็มอย่างท่วมท้น“ผมอยู่ไม่เป็นสุข กลางวันไม่ได้เจอหน้าคุณเลย ต้องทนจนถึงตอนค่ำ ตอนนี้เจอหน้าช้าหนึ่งนาทีก็ทรมานหัวใจไปหมด”
เมื่ออยู่ต่อหน้าจี้ซินอี๋กับหนิงจิ้งเซวียน เซิงเกอหน้าแดงระเรื่อ ดิ้นไปสองสามครั้ง“คุณ...ปล่อยฉันลงก่อน”
จี้ยู่ถิงอุ้มเธอแน่นกว่าเดิม จากนั้นก็กระซิบข้างหู ซึ่งจะได้ยินกันแค่สองคน“เซิงเซิงอย่าลืมกฎสามข้อที่พวกเราตั้งไว้สิ
ก่อนหน้านี้พวกเขาตกลงกันไว้ว่า ตอนอยู่ข้างนอก เซิงเกอต้องแสร้งทำเป็นเชื่อฟังเขาหมดทุกอย่าง
แต่กลับถึงบ้าน เขาจะเชื่อฟังเธอทุกอย่าง
เซิงเกอหยุดดิ้นทันที ถามเสียงแผ่วเบาว่า“ฉันยังกินไม่อิ่มเลย คุณบอกว่ากลับบ้านแล้วจะย่างให้ฉันกิน แล้วเป็นเนื้อแบบไหนล่ะ?”
จี้ยู่ถิงเลิกคิ้ว ยิ้มอย่างจองหอง“คุณเดาดูสิ?”
สีหน้าแบบนี้……
คงไม่ใช่ปิ้งย่างทั่วไปแน่?
ถึงแม้จี้ซินอี๋กับหนิงจิ้งเซวียนจะอายุน้อยกว่า ฟังไม่เข้าใจว่าพวกเขาคุยอะไรกัน ทว่าเมื่อเห็นทั้งคู่กระซิบกันอย่างชิดใกล้ จึงเผยความอิจฉาออกมาจากแววตา
ทันใดนั้นพวกเธอรู้สึกว่าเนื้อในถ้อย ไม่หอมแล้ว!
แม้แต่ติ่งหูเซิงเกอก็แดงไปหมด กล่าวคำอำลากับพวกเธอสองคนด้วยความเขินอาย“พวกเธอค่อยๆกินนะ ฉันจะจ่ายเอง อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยนะ ฉันไปก่อนล่ะ!”
“รีบกลับไปเลย!” หนิงจิ้งเซวียนเอ่ยเสียงประชดประชัน“ถ้าพวกคุณยังไม่รีบไป ฉันต้องอ้วกตายแน่ คงกินเนื้อในจานไม่ลงแล้ว”
จี้ยู่ถิงเม้มริมฝีปาก มองเซิงเกอในอ้อมแขน“ได้ยินไหม พวกเธอบอกว่าอย่ารบกวนพวกเธอกิน พวกเรากลับบ้านกันเถอะ!”
เขาอุ้มเซิงเกอออกจากร้าน สั่งให้ลู่ฉืออีขับรถกลับเองส่วนเซิงเกอก็นั่งรถของเขากลับ
ระหว่างทางเขาเล่าเรื่องที่เห็นฟู่เฉินยี่ตรงระเบียงทางเดินให้เซิงเกอฟัง
“ฟู่เฉินยี่อยากวางยาฆ่าฉันตายหรือ?”
เซิงเกอได้ยินก็รู้สึกเหลือเชื่อ“ฉันกับเขารู้จักกันมานาน ฉันรู้จักนิสัยเขาดี เขาไม่เหมือนคนทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นเลย”
อีกอย่างตอนนี้ฟู่อินอยู่ในคุก เหลือเพียงเขาคนเดียวที่เป็นเสาหลักของตระกูลฟู่ เขาทำแบบนี้ ไม่ว่าสุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ แต่ล้วนเป็นการส่งตัวเองฝังกลบทั้งสิ้น
วิธีการทำร้ายศัตรูแปดร้อยคน แต่ตัวเองต้องสูญเสียหนึ่งพันคน เขาไม่ใช่คนโง่เง่าเพียงนั้น
นอกเสียจาก……
“น่าจะมีคนหาหนทางโน้มน้าวจิตใจเขา แบบรับปากว่าจะให้ผลประโยชน์แก่เขา ไม่งั้นเขาคงไม่เสี่ยงทำเรื่องแบบนี้หรอก”
จี้ยู่ถิงพยักหน้า“ผมจะให้ซื่อเหนียนสืบเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะจัดการตระกูลฟู่ยังไง?”
เซิงเกอนวดขมับ รู้สึกเหนื่อยล้า ทว่าน้ำเสียงกลับเรียบเฉย“ถ้าจับตัวฟู่เฉินยี่ได้ก็ให้รับโทษตามกฎหมายพยายามฆ่า สำหรับคนตระกูลฟู่ คุณจัดการตามอารมณ์คุณได้เลย”
เธอไม่มีแรงสนใจเรื่องพวกนี้แล้ว สิ่งเดียวที่เธออยากจัดการครั้งนี้ก็คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหนิงเฉิงซู่
นึกถึงสิ่งนี้ เซิงเกอจึงถามว่า“ช่วงนี้ร่างกายคุณเป็นยังไงบ้าง? รู้สึกยังดีอยู่ไหม? ให้ฉันจัดเวลาดพาคุณไปที่ห้องวิจัยไหม?”
“ไม่ต้องหรอก”
จี้ยู่ถิงตอบอย่างรวดเร็ว
นิ้วมืออันได้สัดส่วนของเขาจับพวงมาลัยรถ ดวงตาสีดำประหนึ่งน้ำหมึกจ้องด้านหน้า แสงตามถนนส่องมายังใบหน้าหล่อของเขา
ช่วงนี้เขาจะเห็นแต่ความมืดหนึ่งครั้งต่อหนึ่งวัน ซึ่งไม่ได้เวลาตายตัว ยิ่งไปกว่านั้น เขาเริ่มมองไม่เห็นเป็นเวลานานขึ้นเรื่อยๆ
เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตาจะบอดสนิท บางทีอาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้……
ถ้าบอกอาการนี้ให้เซิงเกอรับรู้ เธอคงยอมรับเงื่อนไขของหนิงเฉิงซู่โดยไม่มีข้อแม้แน่
ทว่าถ้าเป็นแบบนั้น ให้เขาอยู่ไม่สู้ตายเสียจะดีกว่า
“พี่ยู่?” เขากำลังใจลอย เซิงเกอก็ยื่นมือมาจับใบหน้าเขา“คิดอะไรอยู่?”
จี้ยู่ถิงใช้มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัยรถ ส่วนอีกข้างก็ประสานฝ่ามือกับเธอ“กำลังคิดอยู่ว่าเดี๋ยวถึงบ้านแล้วจะกินคุณยังไงดี ไม่รู้ว่าจะปิ้งกิน หรือนึ่งกิน หรือว่าต้มกินดี?”
เซิงเกอรู้สึกเอียงอายในชั่วพริบตา
โชคดีที่คืนนี้ซื่อเหนียนไปไล่จับฟู่เฉินยี่ จี้ยู่ถิงจึงขับรถเอง ในรถจึงมีแค่เขาและเธอ ไม่งั้นเธอก็จะรู้จะสู้หน้าคนได้อย่างไร