ตอนที่ 99
บทที่ 329 การเดินทางมาเยือนครั้งนี้ยากกว่าที่เธอจินตนาการไว้
October 31, 2026
เจมี่ไม่โต้ตอบ อธิบายว่า“คุณลู่มาเที่ยวจังหวัดจิงหย้าครั้งแรก ยังไม่ชำนาญเส้นทาง นายท่านทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงด้านความปลอดภัยของคุณนะครับ”
ไม่ออกไปก็ไม่ออกไป เซิงเกอก็ไม่มีอารมณ์เที่ยวอยู่แล้ว ยิ่งขี้เกียจเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศUA
เธอสนใจเพียงว่าหนิงเฉิงซู่จะมาเมื่อไหร่“เจ้านายของคุณจะมาพบฉันเมื่อไหร่?”
“คุณทานข้าวเที่ยงเสร็จ นายท่านก็คงมาแล้วครับ”
เจมี่กล่าวจบก็ส่งสายตาให้บอดี้การ์ดผิวขาวสองคนด้านข้าง เมื่อสองคนนั้นได้รับคำสั่งก็อยากค้นตัวซื่อเหนียน
ซื่อเหนียนไหวตัวทัน“ทำอะไร?”
เซิงเกอก้าวเข้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าว เอาตัวบังซื่อเหนียนแล้วถามว่า“เขาหมายความว่ายังไง?ไม่เชื่อใจฉัน หรือว่ากลัวฉันจะสร้างปัญหาให้ประเทศUA?”
เจมี่อธิบาย“คุณลู่กับบอดี้การ์ดของคุณโปรดให้ความร่วมมือด้วยครับ มาถึงประเทศUA แล้วต้องตรวจสอบว่ามีอาวุธติดกายหรือไม่ครับ”
“เรื่องพวกนี้ก่อนขึ้นเครื่องบินก็มีคนตรวจสอบแล้ว ทำไมต้องตรวจสอบอีก” เซิงเกอยิ้มเย็น
“ขออภัยครับ โปรดให้ความร่วมมือด้วยครับ”
เจมี่ไม่อธิบายต่อ บอดี้การ์ดอีกสองคนรีบเข้าไปค้นตัวทันที
เซิงเกอเป็นผู้หญิง พวกเขาไม่กล้าค้น จึงเรียกสาวใช้มาค้นตัวเซิงเกอ
ผลสุดท้ายคือค้นอะไรไม่เจอ เจมี่สั่งให้เปิดกระเป๋าเดินทางของทั้งสองคน ซึ่งกระเป๋าของเซิงเกอมีเครื่องบินลำเล็กอันประณีต ดึงดูดความสนใจจากเจมี่ยิ่ง
เขาโน้มตัว เตรียมหยิบขึ้นมาดูอย่างละเอียด ทว่าถูกเซิงเกอตวาดเสียงใส่
“ระวังหน่อย!เป็นของเล่นที่พี่ชายคนโตซื้อให้ฉัน มันแพงมากนะ ถ้าเสียขึ้นมาแม้แต่เจ้านายนายก็ชดใช้ไม่ไหวหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนายเลย”
เจมี่ชะงักงัน ได้แต่ชักมือกลับไป
เมื่อไม่พบวัตถุอันตราย เจมี่ก็สั่งให้บอดี้การ์ดนำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดไป
โน๊ตบุ๊ค หูฟังไร้สาย ปากกาอัดเสียง ขอเพียงเป็นสิ่งของมีกระแสไฟ ล้วนถูกยึดไปหมด สุดท้ายยังเรียกร้องให้เซิงเกอกับซื่อเหนียนนำมือถือให้พวกเขาด้วย กระทั่งนาฬิกาดิจิตอลบนข้อมือซื่อเหนียนยังไม่ละเว้น
เซิงเกอรู้สึกทนไม่ได้ ใช้สายตาเย็นเยียบเอ่ยว่า“สมัยนี้ขาดมือถือเหมือนขาดความปลอดภัย เขาทำแบบนี้มันเกินไปหรือเปล่า?”
เจมี่ไม่สะทกสะท้าน โค้งตัวเอ่ยว่า“คุณลู่โปรดเห็นใจผมด้วยครับ ผมแค่ทำตามหน้าที่ เดี๋ยวสักครู่นายท่านมาแล้ว คุณสามารถถามท่านได้เลยครับ”
“ออกไป ฉันจะพักผ่อน”
เมื่อเจรจากันไม่ได้ เช่นนั้นก็คงไม่ต้องไว้หน้า เธอสั่งให้ซื่อเหนียนไล่เตลิดพวกเขาออกไป
ซื่อเหนียนปิดประตูเสียงดังปัง!
พวกเขาสองคนยืนมองด้านหลังผ้าม่านขาวบางเงียบ ๆ
นอกคอนโด เจมี่สั่งให้บอดี้การ์ดสองคนเฝ้าที่นี่ ส่วนเขาก็ขับรถเบนซ์จากไป
นอกจากบอดี้การ์ดสองคนนี้แล้ว ในลานบ้านยังมีสาวใช้ที่กำลังกวาดพื้นอยู่หนึ่งคน
ระหว่างที่เซิงเกอสังเกตจำนวนคนด้านนอก ซื่อเหนียนก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ
เขาทำการค้นหาเครื่องมือดักเสียงบริเวณใต้โต๊ะ ใต้เตียง บนโคมไฟ และแจกันดอกไม้อย่างชำนาญ จากนั้นก็วางบนโต๊ะ
เซิงเกอมองสำรวจเสร็จก็ปิดหน้าต่าง แล้วล็อคให้สนิท จากนั้นก็เดินมานั่งบนโซฟา หยิบเครื่องมือดักฟังขึ้นมาเล่น
“เขานี่เยอะจริงๆ ห้องนอนผู้หญิงยังซ่อนเครื่องดักฟังไว้ โรคจิตชัด ๆ ไอ้สวะ”
สิ้นเสียง เธอก็คิดจะโยนเครื่องมือดักฟังนี้แรง ๆ
ทว่าซื่อเหนียนห้ามไว้ พลางหยิบกลับมา
“อย่าพึ่งโยนทิ้งครับ ผมจำได้ว่าซ่อนที่ไหนบ้าง เดี๋ยวพวกเราคุยกันเสร็จ ผมจะเอากลับไปไว้ที่เดิมครับ หนิงเฉิงซู่เป็นคนขี้สงสัยและฉลาด ถึงคุณจะคุยเรื่องนี้กับเขา แล้วเขาก็เหมือนจะรับปาก แต่ลับหลัง เขาต้องแอบใช้วิธีอื่นดักฟังพวกเราอีกแน่ครับ”
เซิงเกอพยักหน้า เมื่อตั้งสติได้แล้ว จึงเอ่ยว่า“เปิดกระเป๋าเดินทางดูว่าเมื่อกี้โดนยึดอะไรไปบ้าง”
ซื่อเหนียนรีบลากกระเป๋าเดินทางมา
คนกลุ่มนี้ระวังตัวสูง ค้นทุกอย่างไปหมดแล้ว เหลือเพียงเครื่องบินลำเล็กที่ลู่เชินมอบให้
ก่อนหน้านี้เซิงเกอไม่รู้ว่าเครื่องบินขนาดจิ๋วนี้จะทำอะไรได้ จึงรู้สึกให้โยนทิ้ง แต่สองสามวันก่อนเธอจึงจะรู้ว่า มันเป็นระเบิดแนวใหม่ ต้องใช้เทคนิคเฉพาะทางถึงจะทำการระเบิดได้
วัสดุที่ใช้ทำเครื่องบินลำเล็กนั้นพิเศษมาก สามารถกั้นการตรวจสอบทุกชนิดและทุกวิธี
สำหรับกัปตันอันดับหนึ่งของโลกอย่างลู่เชิน มันเป็นของเล่นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเท่านั้น
เซิงเกอใช้นิ้วถูไถแหวนมรกตในนิ้วข้างขวา สีหน้าจริงจังขึงขัง เข้าสู่ห้วงความคิด