ตอนที่ 102
บทที่ 332 เหล่าพี่ชายรวมหัวกันรังแกท่านยู่
October 31, 2026
ตอนที่ลู่เชินถือไม้ปัดขนไก่เข้ามา ลู่โม่แค่เหลือบมองอาวุธร้ายกาจแค่ปราดเดียว ทว่าไม่ได้แสดงท่าที คล้ายกับสนับสนุนการกระทำนี้
ทว่าลู่ฮั๋วที่อยู่ข้างเตียงตกใจอย่างยิ่งยวด รีบลุกไปห้ามพี่ชายคนโต
“อย่านะพี่ใหญ่!ตีไม่ได้นะ!เขาเป็นไข้ คือช่วงที่ร่างกายอ่อนแอมาก ตอนนี้พี่กำลังโกรธ มือหนัก ถ้าตีจนตาย จะอธิบายกับน้องสาวยังไง?”
ไม่ว่าจะเวลาไหน เมื่อไหร่ เขาเอ่ยถึงเซิงเกอเมื่อไหร่ ก็จะเห็นผลเมื่อนั้น
ลู่เชินกลับมามีสติมากขึ้น
ทว่าเขายังไม่วางไม้ปัดขนไก่ลง ทันใดนั้นจี้ยู่ถิงก็เอ่ยปากพูดอีกครั้ง
“ความแค้นเคืองระหว่างเรา แค่อัดผมมันจะมีประโยชน์อะไร แน่จริงก็ฆ่าผมเลยสิ”
ท้าทายอีกแล้ว!
เพลิงโกรธในใจลู่เชินลุกโชนอย่างรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ
“ได้ กูจะสงเคราะห์ให้ วันนี้ถ้ากูไม่ตีมึงตาย กูก็ไม่แซ่ลู่แล้ว”
“พี่ใหญ่ อย่า!ใจเย็นๆ!เขาคือผู้ป่วย พี่ถือเสียว่าเขาเป็นไข้จนสมองเลอะเลือน อย่าถือสาเขาเลย”
ลู่ฮั๋วห้ามปรามสุดชีวิต หันไปทำตาขวางใส่จี้ยู่ถิงที่ไม่ได้ดั่งใจ“นายหุบปากแล้วจะตายหรือไง!กวนตีนจนฉันก็อยากตีด้วยเลย”
จี้ยู่ถิงไม่เอ่ยคำใด ๆ
เขากับลู่เชินคือคู่แข่งด้านตำแหน่ง
อีกอย่างก่อนหน้านี้ลู่เชินยังเคงส่งคงไปลอบสังหารเขาหนึ่งครั้ง ส่งผลให้เขาบาดเจ็บสาหัสและกลับบ้านดึก และเมื่อเขากลับไปถึง เซิงเกอก็กว้านซื่อหุ้นในเฟิงซื่อกรุ๊ปหมด
ถ้าไม่มีเซิงเกออยู่กึ่งกลาง ถ้าไม่ใช่เขาไม่อยากทำให้เซิงเกอลำบากใจ ไม่งั้น เขาก็คงต่อสู้ด้วยฝีมือกับลู่เชินแล้ว
ตอนนี้เขาไม่สบาย ลู่เชินจึงมาแดกดัน เพราะเซิงเกอไม่อยู่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจลู่เชิน
ความขัดแย้งภายในห้องจบสิ้นด้วยการห้ามปรามของลู่ฮั๋ว ลู่เชินไม่ได้เอาไม้ปัดขนไก่ฟาดใส่จี้ยู่ถิง แค่ลงมือบนเตียงหลายครั้งเท่านั้น
เสียงแหวกลมอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นไม่ขาดสาย ขนไก่ก็หลุดแล้วบินไปทั่วห้อง
ท่าทางน่ากลัวสุดแสน ทว่าสิ่งที่น่าทึ่งก็คือ ไม่ได้ตีใส่คน
จี้ยู่ถิงกำหมัดแล้วปัดปากที่ไอไม่หยุด สีหน้าซีดขาวไร้ความหวาดกลัว พลางรออีกฝ่ายลงมือแบบไม่ขยับเขยื้อน
ลู่เชินไม่ได้ตีเขา และรู้ว่ารังแกคนป่วยไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจอะไร
เมื่อความโกรธไร้ที่ระบาย เขาจึงยกไม้ปัดขนไก่ฟาดใส่แขนของลู่ฮั๋ว
เมื่อเกิดเสียงดัง เพี๊ยะ! ลู่อั๋วรีบเอามือนวดแขนด้วยความมึนงง
“อ๊าก!เจ็บ!พี่เล็งให้แม่นหน่อย พี่ตีใส่ผมแล้ว”
“ฉันจะตีนายนี่แหล่ะ!แค่ดูแลเขาไม่กี่วันก็เข้าข้างเขาแล้ว นายอยากปกป้องเขาดีนัก งั้นก็เจ็บแทนเขาแล้วกัน”
หัวของลู่ฮั๋วมีแต่เครื่องหมายคำถาม
เขาน่าสงสารเกินไปแล้ว???
แต่เขาเคยโดนพี่ชายตีตั้งแต่เด็กยังโต มันน่ากลัวมาก เขาไม่กล้าหลบเลย ทำได้เพียงยกแขนบังหัวเท่านั้น
เมื่อได้ยินลู่เชินจะตีลู่ฮั๋ว จี้ยู่ถิงก็มัวแต่ไอเฉย ๆ ไม่ได้แล้ว เขาพยุงร่างกายอันอ่อนแรงขึ้น หวังจะเข้าขัดขวาง
ครั้งนี้ลู่เชินไม่ทันลงมือก็โดนลู่โม่คว้าไว้แล้ว
“อย่าตีเลย คนอื่นเห็นแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
ลู่โม่เอ่ยเสียงเย็นเยียบ ส่งเสียงฮึดฮัดหนึ่งเสียง พูดต่อไปว่า“ถ้าอยากจัดการจี้ยู่ถิงมันจะไปยากอะไร ผมมียาที่ทำให้เจ็บเจียนตาย แบบไม่มีแรงทำอะไรเลย แต่มันไม่ได้ทำร้ายร่างกายนะ ลองดูไหม?”
จี้ยู่ถิงพึ่งลุกขึ้นยืน เมื่อได้ยินประโยคนี้ของลู่โม่ แม้ใบหน้าเขาจะไม่แสดงออก ทว่าความจริงแล้วเขารู้สึกเสียวสันหลังมาก
เพราะไม่มีแรงมากนัก เขาจึงล้มตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนแอ
ลู่เชินปล่อยมือข้างที่ถือไม้ปัดขนไก่ ไม่เห็นจี้ยู่ถิงท้าทายอีก เพลิงโทสะของเขาก็ลดระดับลงไม่น้อย
เขาแนะนำลู่โม่ รู้สึกเห็นดีเห็นงามด้วย“วิธีนี้ไม่เลว!หมาบ้ามันชอบท้าทาย ยังคิดจะอวดเบ่งอีก สมควรสั่งสอนสักตั้ง!”