ตอนที่ 103
บทที่ 333 แอบสืบเรื่องท่านยู่
October 31, 2026
จี้ยู่ถิงรู้สึกขมจนพูดไม่ออก หลังจากดื่มน้ำหนึ่งแก้วหมด ความขมในปากจึงจางลงเล็กน้อย
แค่กินยาหนึ่งเม็ด แรงอันน้อยนิดของเขาก็ลดลงไปอีก เขานอนด้วยสภาพคนป่วยกระเสาะกระแสะ ขนตาสั่นระริก
ลู่ฮั๋วช่วยเขาดึงผ้าห่ม จากนั้นก็พับแขนเสื้อตัวเองขึ้น ก่อนจะเผยรอยแดงบริเวณแขน
“นายดูนี่ ฉันรับไม้ปัดขนไก่แทนนาย ตอนนี้บวมไปหมดแล้ว”
เขาพูดจบก็นึกขึ้นได้ว่าจี้ยู่ถิงมองไม่เห็น ดังนั้นจึงคว้ามือจี้ยู่ถิงมาจับแขนตัวเอง
“นายลองจับดู มันบวมมากเลยนะ ถ้านายไม่ทำตัวดี ๆ ล่ะก็จะผิดต่อฉันนะ”
จี้ยู่ถิงชักมือกลับอย่างไม่ลังเล“ฉันไม่ชินกับการแตะต้องผู้ชาย”
ลู่ฮั๋วได้ยินก็ยิ้ม พูดสัพยอกเขาว่า“พูดแบบนี้แสดงว่านายชินกับการจับแต่ตัวผู้หญิงสินะ?”
“นอกจากเซิงเซิงแล้ว ผมไม่แตะผู้หญิงอื่นหรอก”
เขาพูดประโยคนนี้ด้วยสีหน้าหนักแน่น จริงจังเป็นพิเศษ ไม่มีความลังเลสักนิด
ลู่ฮั๋วพยักหน้าอย่างพอใจ“ฟังแล้วรื่นหูดี นายจำไว้นะ น้องสาวคือแก้วตาดวงใจของตระกูลลู่ ถ้านายกล้ารังแก หรือกล้าทำให้น้องเสียใจ พี่ชายทั้งสามคนอย่างพวกเราไม่ปล่อยนายแน่”
จี้ยู่ถิงเม้มปากยิ้ม
พูดถึงเซิงเกอเขาก็จะรู้สึกดีทุกครั้ง
หน้าประตูบ้านชั้นล่าง
บอดี้การ์ดขวางคนที่มาจากสำนักสอบสวนแห่งชาติ เมื่อเห็นคนที่ออกมาคือลู่เชิน พวกเขาก็งวยงง
“ทำไมคือท่านเชินล่ะครับ? แล้วท่านยู่ล่ะครับ”
ใบหน้าลู่เชินเย็นเยียบ“เขาไม่สบายเป็นไข้ ฉันช่วยน้องสาวดูแลเขา มีอะไรก็คุยกับฉันนี่”
“เอ่อ...”
พวกเขาจ้องหน้ากันอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก“ท่านเชินครับ ปกติท่านยู่จะดูแลและตัดสินเรื่องภายในสำนักสอบสวนแห่งชาติครับ แล้วเรื่องนี้ก็เป็นความลับสุดยอดภายในองค์กรด้วยครับ ท่านให้พวกผมเข้าไปรายงานกับท่านยู่เถอะครับ”
สีหน้าดุดันของลู่เชินไม่แปรเปลี่ยน มองเอกสารในมือพวกเขาแล้วยื่นมือออกไปเนือย ๆ“เอาเอกสารให้ฉัน ฉันจะไปมอบให้เขาเอง”
“ไม่ได้ครับ นอกจากเอกสารแล้ว พวกผมยังคงรายงานปากเปล่ากับท่านยู่ด้วยครับ”
ลู่เชินขมวดคิ้วมุ่น ความไม่สบอารมณ์และความกดดันปกคลุมไปทั่วบริเวณ
“ไม่ต้องรายงาน เขาอ่านเอกสารเป็น และฉันก็ไม่มีอารมณ์แอบดูเอกสารของสำนักสอบสวนแห่งชาติด้วย หรือว่าพวกนายกล้าสงสัยฉัน?”
“ไม่กล้าครับ ไม่กล้าครับ ท่านเชินไม่ทำแบบนั้นแน่ครับ...”
ลู่เชินไม่อยากฟังพวกเขาสาวความยาว“เอามา!”
ด้วยแรงกดดันจากเขา คนกลุ่มนี้จึงต้องมอบเอกสารอย่างเชื่อฟัง
“ไสหัวไป”
ลู่เชินละสายตา หมุนกายเตรียมเดินเข้าคฤหาสน์ ทว่าพึ่งเดินได้สองก้าว หน้าประตูก็เสียงโหวกเหวกอีกครั้ง
คือท่านรองจี้หย่งพาคนมากลุ่มหนึ่ง ด้านหลังยังมีจี้ซิงฮุยรั้งท้ายด้วย
“ช่วงนี้ยู่ถิงเป็นอะไร? แม้แต่ลุงหลียังเชิญตัวไปไม่ได้ ครั้งนี้ฉันจะมาเชิญเอง ถ้าใครกล้าขวางทางฉัน ก็คงต้องให้คุณพ่อมาเชิญด้วยตัวเองแล้วมั้ง”
จี้หย่งกำลังตะเบ็งเสียงด่าบอดี้การ์ด เสียงแก่จงใจขยายให้ดังขึ้น
ลู่เชินขมวดคิ้วแน่นเป็นปม เดินกลับไปอีกครั้ง
เมื่อจี้หย่งเห็นลู่เชินก็ยิ้มด้วยความประหลาดใจ“อุ๊ย ทำไมคุณชายใหญ่แห่งตระกูลลู่ถึงมีเวลามาเป็นแขกของตระกูลจี้ล่ะ?”
เพราะเป็นผู้ใหญ่ประจำตระกูลจี้ ลู่เชินจึงเก็บอารมณ์โกรธไว้ ตอบอย่างมีมารยาทว่า“ช่วงนี้อากาศหนาวลง จี้ยู่ถิงเลยเป็นหวัดและเป็นไข้ครับ ช่วงนี้น้องสาวของผมไม่ว่าง เลยให้ผมมาดูแลแทนครับ”
จี้หย่งพยักหน้าด้วยความเกรงใจ“ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง”
จี้ซิงฮุยด้านข้างส่งเสียงกระซิบพูดว่า“ทำเหมือนกับไม่เคยมีไข้มาก่อน แค่ป่วยเล็กน้อย เขาไม่ใช่พิการเดินไม่ได้เสียหน่อย ท่านปู่เรียกตัวเขาแล้ว เขาก็บ่ายเบี่ยงตลอด แสดงว่าจงใจ!”
“ท่านเชินอยู่นะ อย่าพูดซี้ซั้ว”
จี้หย่งแสร้งตำหนิไม่กี่ประโยค จากนั้นก็ยิ้มคุยกับลู่เชินต่อ“แต่ยู่ถิงเอาแต่หลบหน้าผู้ใหญ่แบบนี้ก็เสียมารยาทมากนะ ”