ตอนที่ 108
บทที่ 338 สาเหตุที่ท่านยู่มองไม่เห็น
October 31, 2026
เซิงเกอไม่ได้สนใจอะไรมาก รีบนอนลงบนเตียง
ไม่กี่นาที เธอก็ผล็อยหลับไป
วันถัดไป เวลายามบ่ายของประเทศฮั๋ว
หลังจากที่ใช้ยารักษาตามกลุ่มอาการมากว่าหลายวัน ลู่โม่เปิดผ้าม่านในห้องนอนใหญ่ออก หันมาถามจี้ยู่ถิงที่นั่งตัวตรงอยู่ข้างเตียง
“เป็นยังไงบ้าง ? รู้สึกเหมือนเห็นอะไรรางๆบ้างไหม?”
ดวงตาสีดำของจี้ยู่ถิงหมุนวนไปมา มือควานไปทั่วในความมืดอย่างไร้จุดหมาย และส่ายหัว
ลู่ฮั๋วที่ยืนอยู่ข้างๆไม่คิดยอมแพ้“นายลองสัมผัสมันดีๆอีกครั้ง ไม่มีแม้แต่แสงร่ำไรอะไรเลยเหรอ?”
จี้ยู่ถิงส่ายหัวอีกครั้ง แพขนตายาวลู่ลง ไม่ฝืนอีก
“พี่รอง ทำยังไงกันดี ? หากผ่าตัดล่ะ?”
ท่าทีลู่ฮั๋วจริงจัง“อาการของเขา ไม่เหมือนคนตาบอดทั่วๆไป”
เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก็จึงพูดต่อ“ไปที่ห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ทำการทดสอบระบบของร่างกายทั้งหมด ดูว่าการแพร่กระจายของไวรัสลุกลามไปมากแค่ไหนแล้ว ฉันถึงจะตัดสินใจการรักษาขั้นตอนต่อไปของเขาได้ ”
“ไปที่ห้องปฏิบัติการ?”ลู่ฮั๋วก็เครียดขึ้นมา
เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองไปยังประตูตรงสวนหน้าบ้าน“เมื่อวานพี่ใหญ่เพิ่งจะออกจากเมืองSเพื่อไปทำธุระ อีกสองวันถึงจะกลับ ตอนนี้ด้านนอกต่างก็พากันจับจ้องจี้ยู่ถิงอยู่ เราทำแบบนี้มันไม่เสี่ยงเกินไปเหรอ?”
ลู่โม่เงียบไป
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด
ในที่สุด จี้ยู่ถิงก็เป็นคนตัดสินใจ“ไปเถอะ ต่อให้ผมจะหลบอยู่แต่ในห้อง พวกเขาก็ต้องรู้ความจริงจนได้ แทนที่เราจะอยู่เฉยๆแล้วเป็นฝ่ายตั้งรับ ไม่สู้รักษาดวงตาให้หายเร็วๆ แล้วเป็นฝ่ายรุกดีกว่า”
ช่วงนี้เขาไม่รู้เป็นอะไรไป รู้สึกว้าวุ่นใจอยู่ตลอด ราวกับมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นกับทางเซิงเกอ
นี่ก็เกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เจอเซิงเซิงของเขาเลย เขาคิดถึงเธอมาก คิดถึงจนแทบบ้า!
เขาอยากจะรักษาดวงตาให้หายโดยเร็ว กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง และไปหาเซิงเซิงที่ประเทศUA!
ในเมื่อจี้ยู่ถิงเป็นคนพูดเอง ลู่ฮั๋วก็จึงตามใจ“งั้นก็ออกไปตอนค่ำ จะได้ไม่เป็นจุดสนใจ ตอนกลางวันมันโจ่งแจ้งเกินไป ”
เหตุผลเพราะจากรังรักยู่เซิงเดินไปถึงที่ประตูโรงรถของตระกูลจี้ ต้องใช้เวลากว่าห้าถึงหกนาที ยังต้องเดินผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว และทางฝั่งจี้หย่งก็ให้คนคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด
จี้ยู่ถิงมองไม่เห็น ระยะทางที่ต้องเดินไกลขนาดนี้ กับคนปรกติแล้วย่อมจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ฤดูหนาว ท้องฟ้ามักจะมืดเร็วกว่าปรกติ
ตอนเวลาทุ่มหนึ่ง ท้องฟ้าก็ได้มืดสนิทแล้ว
หิมะโปรยปราย ไม่นาน ก็ทำเอากระเบื้องหลังคาของตระกูลจี้ ปกคลุมไปด้วยสีที่ขาวโพลน
ในห้องนอน ลู่ฮั๋วโยนเสื้อคลุมขนมิงค์ให้จี้ยู่ถิง ให้เขาติดอาวุธครบชุด
เพื่อลดความสนใจ ลู่โม่กับลู่ฮั๋วสองคน พาจี้ยู่ถิงออกทางประตูหลังของคฤหาสน์ไปเพียงลำพัง
แต่แล้ว พวกเขาที่ยังไม่ทันจะเดินมาถึงที่โรงจอดรถ ทางฝั่งของจี้หย่งก็ได้รับรายงานแล้ว
จี้หย่งลุกพรึบขึ้นในทันที “แน่ใจนะว่าพวกเขาไม่ได้ดูผิดไป เป็นจี้ยู่ถิงจริงๆ ?”
บอดี้การ์ดท่าทีสุภาพ“เมื่อครู่มีคนสามคนออกมาจากประตูด้านหลังคฤหาสน์ของท่านยู่ ในสองคนนั้นคือคุณชายโม่กับคุณชายฮั๋วของตระกูลลู่ อีกคนหนึ่งถูกคุณชายฮั๋วประคองตัวเดินไป สวมหน้ากากกับแว่นกันแดด พวกเขาเดินกันอย่างรวดเร็ว ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นท่านยู่ครับ”
“ไม่ใช่ประเด็น มีลู่โม่กับลู่ฮั๋วพาออกมาด้วยตัวเองแบบนี้ ต้องเป็นจี้ยู่ถิงแน่นอน !”
จี้หย่งดีใจอย่างมาก“ติดต่อไปหาหนิงเฉิงเอิน บอกเขาว่าจี้ยู่ถิงออกไปแล้ว ส่วนจะไปที่ไหนนั้นก็ให้คนของเขาคอยจับตาดูเอาเอง ”
……
สิบกว่านาทีผ่านไป ลู่โม่ที่กำลังขับรถฝ่าพายุลมหิมะ เดินทางมุ่งตรงไปยังห้องปฏิบัติการด้วยความเร็วอย่างที่สุด
ยี่จื่อหมิงยังไม่เลิกงาน จึงดำเนินการตรวจเลือดให้จี้ยู่ถิง
หลังจากที่ผลแล็บออกมา ลู่โม่มองดูผลแล็บที่ถืออยู่ในมือด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย