ตอนที่ 109
บทที่ 339 เธอท้องแล้วจริงๆ?
October 31, 2026
หญิงสาวก้มหน้าลงอย่างรู้สึกเสียใจ ราวกับไม่รู้จะอธิบายยังไง
จี้ยู่ถิงพูดเสียงเข้ม “ ช่างมัน ไปกันเถอะ”
หญิงสาวถูกต่อว่า แฟนหนุ่มของเธอก็ไม่พอใจขึ้นมา“เดินออกจากด้านหน้า รวยแล้วยังไง ? ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ ข่มขู่คุกคามกันแบบนี้เพื่ออะไร?”
พูดไปถึงในตอนท้ายๆ เขาใช้จังหวะที่ลู่โม่กับลู่ฮั๋วไม่ทันระวัง ปาก้อนหิมะในมือใส่จี้ยู่ถิงทันที
ก้อนหิมะแตกกระจายตรงข้อเท้าของจี้ยู่ถิง รองเท้าหนังสีดำที่ราคาแพงมีเกล็ดหิมะติดอยู่
จี้ยู่ถิงไม่มีปฏิกิริยาอะไร มีลู่ฮั๋วคอยประคอง ไม่เหลียวมอง ตั้งแต่ต้นจนจบไม่หันมองไปยังข้างๆเลยสักนิด
ลู่ฮั๋วกลับรู้สึกโมโหแล้วจริงๆ หลังจากที่ฝากจี้ยู่ถิงไว้กับลู่โม่แล้ว ก็ให้ยามที่อยู่ตรงทางเข้าของห้องแล็บมาควบคุมตัวเอาไว้
ทั้งสองคนวิ่งหนี ไม่นานก็ถูกยามจับตัวกลับมาได้
ลู่ฮั๋วงมองไปที่คนทั้งสองอย่างเย็นชา ออกคำสั่ง“ ส่งตัวไปที่สถานีตำรวจ บอกว่าจงใจทำร้ายผู้อื่น พยายามฆ่า เจตนาชัดเจน!”
“ได้ครับ คุณชายฮั๋วไม่ต้องห่วง”
หลังจากที่จัดการเรียบร้อย ลู่ฮั๋วก็หันหลังแล้วเดินจากไป ขึ้นไปนั่งบนรถของจี้ยู่ถิง ท่ามกลางหิมะที่ตกโปรยปราย มุ่งตรงกลับไปยังรังรักยู่เซิง
แต่แล้ว คู่รักหนุ่มสาวสองคนที่ถูกส่งตัวไปยังสถานีตำรวจ ก็ถูกคนของสำนักงานสอบสวนแห่งชาติมาพาตัวออกไป
ชายคนเมื่อครู่ที่ปาหิมะใส่จี้ยู่ถิง ยืนอยู่อย่างเรียบร้อยที่ห้องทำงานของหนิงเฉิงเอิน
“ท่านเอิน ดวงตาของท่านยู่เหมือนจะมองไม่เห็นแล้ว”
ท่อนขาที่พาดอยู่บนโต๊ะของหนิงเฉิงเอินก็วางลงกับพื้นในทันที นั่งอย่างจริงๆจังๆ“ นายแน่ใจนะว่ามองไม่เห็น?”
“ครับ ท่านยู่ให้คนคอยประคองอยู่ตลอด แม้จะใส่แว่นดำ แต่ตอนที่ผมปาหิมะใส่ คนปรกติทั่วไปก็ต้องก้มลงมองมันสักนิด แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ”
หนิงเฉิงเอินวางมือไปบนโต๊ะ กำปั้นเท้าไปที่คาง รู้สึกประหลาดใจมาก“ท่านยู่ที่มองไม่เห็นแล้ว จะเป็นผู้บัญชาการของสำนักงานสอบสวนแห่งชาติต่อได้ยังไง ? ตำแหน่งนี้ คงต้องสละมันให้กับคนอื่นแล้ว ”
เขายิ่งคิด ก็ยิ่งรู้สึกขบขัน“ข่าวดีแบบนี้เราจะชื่นชมยินดีกันเองไม่ได้ บอกจี้หย่ง หากเขาคิดจะทำอะไร ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันทั้งนั้น”
……
ลู่โม่กับลู่ฮั๋วที่กลับมาถึงที่รังรักยู่เซิง กำลังจะกลับไปพักผ่อนที่ห้อง ก็ถูกจี้ยู่ถิงเรียกมาหาที่ห้องนอน
จี้ยู่ถิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง“เรื่องที่เกิดขึ้นหน้าห้องปฏิบัติการในคืนนี้ ไม่ใช่ฝีมือของจี้หย่ง ก็เป็นฝีมือของหนิงเฉิงเอิน เรื่องดวงตาของผมคาดว่าน่าจะถูกเปิดเผยแล้ว”
ลู่โม่กับลู่ฮั๋วไม่ได้พูดตอบอะไร พวกเขาต่างฉลาดทั้งคู่ กลับมาคิดทบทวนเพียงเล็กน้อย ก็พอจะเดาได้แล้ว
จี้ยู่ถิงกล่าวต่อ“ไม่ว่าจะเป็นใครในพวกเขา เมื่อรู้เรื่องนี้แล้ว คงแทบทนรอไม่ไหวที่อยากจะล้มผมให้ได้ในทันที พรุ่งนี้ เกรงว่าการเข้าห้องผ่าตัดคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ”
ลู่โม่กับลู่ฮั๋วมีสีหน้าจริงจัง หลังจากที่มองหน้ากัน ก็หันมองไปยังจี้ยู่ถิงพร้อมกัน
ลู่ฮั๋วถาม “นายพูดเรื่องนี้ขึ้นมา นายมีแผนแล้วเหรอ ?”
จี้ยู่ถิงหลุบตาลง ริมฝีปากบางยกหยักขึ้นเป็นเส้นโค้ง
……
ค่ำคืนของประเทศฮั๋ว ที่ประเทศUAเป็นเวลาตอนกลางวัน ใกล้เที่ยง
เซิงเกอนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างภายในห้องนอน มองดูวิวทิวทัศน์อันไกลโพ้นของนอกหน้าต่างอย่างเบื่อหน่าย
ในใจคิดถึงเรื่องความต่างของเวลา ครุ่นคิดว่าในตอนนี้จี้ยู่ถิงจะนอนแล้วหรือยัง จะฝันถึงเธอบ้างหรือเปล่า ?
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็นซื่อเหนียนที่เอาสำรับอาหารเที่ยงมาให้
“คุณหนู ได้เวลามื้อเที่ยงแล้วครับ”
เครื่องดักฟังที่เคยอยู่ตรงหลอดไฟบนฝ้าเพดาน เพราะซื่อเหนียนพูดเยินย่อหนิงเฉิงซู่ไปอยู่หลายคำ
“คุณแลนซ์บอกว่าคุณไม่ชอบอาหารรสหวานเค็มของที่นี่ ก็เลยกินอะไรไม่ลง ตั้งใจไปหาร้านอาหารจีนในประเทศUAให้เป็นพิเศษ และสั่งอาหารมาให้ด้วยอยู่สองสามอย่างครับ”
เมื่อได้ยินว่าเป็นรสชาติของประเทศฮั๋ว เซิงเกอก็จึงลุกขึ้นมา แล้วเดินไปที่โต๊ะเพื่อสำรวจ
เคาหยก หมูสองไฟ กุยช่ายผัดไข่……
หน้าตาของอาหารนั้นดีมาก แต่เซิงเกอที่ได้กลิ่นของอาหาร ก็รู้สึกพะอืดพะอมอย่างไม่ทราบสาเหตุ และคลื่นไส้ขึ้นมา
เธออดทนจนใบหน้าซีดเผือด แต่แล้วก็ทนมันไม่ไหว รีบวิ่งตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที