ตอนที่ 110
บทที่ 340 บังคับท่านยู่ให้มอบอำนาจทั้งหมด
October 31, 2026
ซื่อเหนียนถูกดวงตาสุกใสที่เหี้ยมเกรียมนั้นของเธอดึงดูด ถามอย่างงุนงง“ คุณหมายความว่า?”
เซิงเกอยกยิ้มจนตาหยี“งานเลี้ยงอีกไม่กี่วันที่พระราชวังต้องเป็นอะไรที่สนุกแน่ !”
ในวันนั้น เธอไม่เพียงจะให้กาย ฮาโรลด์ตอบตกลงร่วมมือกับเธอ ยังจะเซอร์ไพรส์หนิงเฉิงซู่ ในเรื่องที่เธออาจจะท้องด้วย !
ซื่อเหนียนมองดูใบหน้าอันเรียวเล็กที่งดงามของเธอ ภายในใจมีความรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
ที่ประเทศฮั๋ว
ในคืนนี้ รังรักยู่เซิงถูกกำหนดให้เป็นค่ำคืนที่ไม่อาจจะหลับตานอนได้
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ลู่ฮั๋วที่มีใต้ตาช้ำเล็กน้อย มือเท้าคางอย่างคอตก กินอาหารเช้าในชามด้วยใบหน้าหมองเศร้า
ลู่โม่เดินลงมาจากชั้นบน
ลู่ฮั๋วมองไปยังพี่รองของตัวเองในทันที
เขายังคงมีท่าทีที่เฉยชาเหมือนอย่างที่เป็น ไม่เหมือนคนที่อดหลับอดนอนมาตลอดทั้งคืนเลย
“พี่รอง ฉันล่ะอิจฉาพี่จริงๆ ไม่เอาเรื่องอะไรมาใส่ใจ มีชีวิตอยู่แบบคนที่ไม่คิดอะไร ”
ลู่โม่ไม่ตอบ เดินไปยังที่นั่งของตัวเองที่มีอาหารเช้าวางอยู่ กินอาหารเช้าโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หลังจากที่คนทั้งสองกินเสร็จ ลู่ฮั๋วก็นำอาหารเช้าที่เตรียมไว้สำหรับจี้ยู่ถิงขึ้นไปที่ชั้นบน ในตอนที่เดินขึ้นบันได ก็ได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากตรงประตูด้านหน้าของสวน
“มาเร็วกันจัง ? เวลาอาหารเช้าที่เงียบสงบ จะไม่ให้มันมีเลยหรือไง !”
ขาที่ก้าวเดินของลู่ฮั๋วหยุดลง ตั้งใจจะออกไปดูสักหน่อย ลู่โม่ห้ามเขาไว้ “ ฉันไปเอง นายเอาอาหารขึ้นไป”
“ได้”
ลู่ฮั๋วเปิดประตูห้องนอนใหญ่ออก จี้ยู่ถิงตื่นแล้ว แต่งกายเรียบร้อย ยืนเหยียดตัวหลังตรงอยู่ที่หน้าต่าง มีผ้าม่านกางกั้น ฟังการเคลื่อนไหวที่ด้านนอก
“พี่รองไปรับหน้าให้แล้ว นายไม่ต้องสนใจ กินอาหารเช้าเสร็จแล้วค่อยว่ากัน ”
จี้ยู่ถิงไม่ได้พูดอะไร และไม่ขยับเคลื่อนไหว ลู่ฮั๋วจับไปที่แขนของเขา แล้วพาเขามานั่งลงที่เก้าอี้
ที่ด้านล่าง ตรงหน้าประตู
คนที่มามีกันหลายคน
ตอนที่ลู่โม่ออกมา กวาดตามองสำรวจผ่านๆ
จี้หย่งกับจี้ซิงฮุยเป็นแกนนำ พาบอดี้การ์ดมาด้วยจำนวนหนึ่งรวมไปถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของจี้ซื่อกรุ๊ปอีกหลายคน
แม้แต่หนิงเฉิงเอินก็ยังพาลูกน้องอีกสี่ถึงห้าคนจากสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ มาด้วยตัวเอง
ช่างเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่เสียจริง
เมื่อเห็นลู่โม่ออกมา หนิงเฉิงเอินก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า“คุณชายโม่ คุณเองก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ ? ท่านยู่ไม่ได้ไปที่สำนักงานสอบสวนแห่งชาตินานแล้ว หรือจะป่วยอย่างนั้นเหรอ?”
ลู่โม่เกลียดพฤติกรรมที่เสแสร้งแบบนี้ที่สุด และขี้เกียจที่จะแกล้งทำเป็นสุภาพ“อย่าพูดไร้สาระ มันขัดหูขัดตา มีอะไรก็พูดตรงๆ 。”
หนิงเฉิงเอินตะลึงเล็กน้อย หัวเราะกลบเกลื่อนอาการเสียหน้า“คุณชายโม่เป็นเหมือนกับข่าวลือที่ได้ยินมาเลย ไม่ต่างกันสักนิด ”
ลู่โม่ยืนมือล้วงกระเป๋า ฟังเขาพร่ำพูดไร้สาระด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
บรรยากาศค่อนข้างเกร็ง จี้หย่งเป็นฝ่ายพูดขึ้นเอง“ หลานชาย วันนี้ฉันมาหายู่ถิง มีเรื่องใหญ่ภายในตระกูลรบกวนหลานชายหลีกทางด้วย ”
ลู่โม่พูดอย่างรวบรัดตัดความ“ไม่ได้ครับ จี้ยู่ถิงเป็นหวัด ไม่รับแขก”
จี้ซิงฮุยที่อยู่ด้านหลังจี้หย่งจ้องมองตาเขม็ง“ตั้งหลายวันแล้ว หาคำพูดใหม่ๆมาอ้างบ้างเถอะครับ ? มีคุณอยู่ทั้งคน แค่อาการหวัดของเขาก็รักษาไม่หายเลยเหรอ นี่มันหยามเกียรติลู่โม่มากไปไหม?”
ลู่โม่ไม่ได้สะทกสะท้านกับการยั่วยุของเขา น้ำเสียงเฉยชา“ เขาเป็นหวัดจากการติดเชื้อไวรัส พวกคุณมีอะไร บอกผ่านผม ผมจะไปบอกกับเขาเอง”
หวัดจากการติดเชื้อไวรัส ?
จี้หย่งพ่อลูกหันมองหน้ากันแวบหนึ่ง ราวกับไม่เชื่อ
จี้ซิงฮุยไม่อยากจะฟังคำอ้างของลู่โม่ต่อ พูดจุดประสงค์ในการมาออกไปตรงๆ