ตอนที่ 129
บทที่ 359 ต่อไปเขานามสกุลจี้ คือน้องชายของฉัน
October 31, 2026
หนิงเฉิงซู่ตายล้ว เขาจากไปด้วยรอยยิ้ม
ดูเหมือนว่าเขาไม่มีความเสียดายบนโลกใบนี้อีกแล้ว
เซิงเกอตัวอ่อนไปหมด เธอหลับตาลง ทนดูเขาที่ล้มลงอย่างอ้างว้างไม่ได้
ขณะเดียวกันเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ความสุขและเสียงหัวเราะของเขา ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอ ความเสียใจรุนแรงบีบรัดเธอแน่น
เธอยิงชายที่รักเธอเต็มๆ สิบปีด้วยมือของเธอเอง
“พี่ยู่ พาฉันออกไป ฉันไม่อยากมาประเทศ UA อีกแล้ว” เธอล้มลงในอ้อมกอดของจี้ยู่ถิงอย่างอ่อนแรง น้ำเสียงสะอื้น
จี้ยู่ถิงจูบหน้าผากของเธอ อ่อนโยนเป็นอย่างมาก แล้วปลอบเสียงเบา “ทุกอย่างจบลงแล้ว เขาทำให้คุณสมหวัง คุณก็ทำให้เขาสมหวัง นี่คือตอนจบที่ดีที่สุดอย่างที่เขาต้องการ”
เขาจะไม่เข้าใจความตั้งใจของหนิงเฉิงซู่ได้ยังไง
หนิงเฉิงซู่เป็นคนดื้อรั้น เยิ่งหยิ่งเข้ากระดูกยิ่งกว่าใคร เขาแพ้ให้เซิงเซิง ก็เท่ากับแพ้ทุกอย่าง เขาไม่มีความอาลัยอาวรณ์ใดๆ มุ่งมั่นขอความตาย
สามารถตายในมือเซิงเกออย่างที่เขาต้องการ ก็เป็นความใจกว้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขา
สำหรับทางด้านองค์หญิงใหญ่ ค่อยๆ ดูกันไปทีละก้าว...
จี้ยู่ถิงโอบกอดเซิงเกอที่อารมณ์โศกเศร้าไว้แน่น เขาสั่งให้คนห่อศพของหนิงเฉิงซู่ ส่งกลับประเทศฮั๋ว คืนให้กับตระกูลหนิง
จัดการกับผลที่ตามมาเสร็จ เขาอุ้มเซิงเกอขึ้น แล้วออกจากมหาวิหารฟลอเรนซ์โดยไม่หันหน้ากลับไปมองอีก
ขากลับบนเครื่องบินส่วนตัว
ซื่อเหนียนฟื้นแล้ว แผลบนตัวถูกเด็กสาว ซื่อสุ่ยที่เขาพากลับมาช่วยเขาพันแผลด้วยตัวเอง
ยาต้านซุปเปอร์ไวรัสถูกใส่ไว้ในกล่องแช่แข็ง วางแผนว่าหลังจากนำกลับประเทศฮั๋ว ส่งมอบให้ห้องทดลองเพื่อตรวจสอบส่วนประกอบข้อมูลของยาต้านก่อน
เซิงเกอถอดชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ออก เปลี่ยนเสื้อโค้ตขนสุนัขจิ้งจอกอุ่นๆ ที่เท้ายังสวมรองเท้าส้นเตี้ยคู่นั้นที่หนิงเฉิงซู่เปลี่ยนให้เธอเองกับมือ
เธอสีหน้าเอื่อยเฉื่อย ในดวงตาไม่มีแสงสว่างอะไร จ้องมองชั้นเมฆที่ขาวโพลนนอกเครื่องบิน
จี้ยู่ถิงโอบกอดเธอ เขารู้ดีว่าเธอยังไม่คลายความกดดันเรื่องที่มหาวิหาร เขาไม่ได้พูดอะไร
ซื่อเหนียนกับเด็กสาว ซื่อสุ่ยนั่งในห้องโดยสารชั้นหนึ่งของเครื่องบินส่วนตัวพร้อมกับพวกเขา
เทียบกับจี้ยู่ถิงและเซิงเกอที่เงียบสงบ พวกเขาสองคนกลับค่อนข้างมีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด
“พี่ซื่อเหนียน เมื่อครู่พวกพี่ทหารทั้งกองทัพนั้น ทั้งหมดเรียกพี่ว่าหัวหน้า พี่เก่งมากเลย!”
ต่อหน้า BOSSของตัวเองกับคุณเซิงเกอ ซื่อเหนียนหูแดงแล้ว
“บนเครื่องบินลำนี้ คนที่เก่งที่สุดคือคุณเซิงเกอ รองลงมาคือนายท่านของพี่ พี่ไม่ติดอันดับ”
“เหรอคะ?”
ซื่อสุ่ยหันหน้ามองไปทางเซิงเกอ แล้วยิ้มหวานอย่างเป็นมิตร จากนั้นก็ถามเขาอีก “อ่อใช่พี่ซื่อเหนียน พี่ยังไม่ได้บอกชื่อเต็มกับฉันเลย พี่นามสกุลอะไร?”
ซื่อเหนียนอึ้งเล็กน้อย
ชีเหนียนฉือเหนียนอันที่จริงชื่อแบบนี้ก็คือรหัสประจำตัวในสำนักงาน ชีเหนียนชื่อจริงคือ เฟยหยู ฉือเหนียนชื่อจริง เยี่ยนจิน
แต่เขาไม่เหมือนกัน เขาไม่มีชื่อ
ตอนเขาสิบขวบ ก็ถูกจี้ยู่ถิงเก็บมาจากชายแดน
หลังจากที่จี้ยู่ถิงให้รหัสประจำตัวของเขาว่าซื่อเหนียน เขาก็มีเพียงแค่ชื่อนี้
“อันที่จริงชื่อนี้...”
เขายังพูดไม่จบ จี้ยู่ถิงก็ขัดคำพูดของเขา ตอบคำถามของซื่อเหนียน “เขานามสกุลจี้”
ซื่อเหนียนหันหน้าไปอย่างเร็ว มองดูจี้ยู่ถิงด้วยความตะลึง และงุนงง “BOSS?”
จี้ยู่ถิงยิ้มอ่อน น้ำเสียงใจเย็น: “ฉันวางแผนว่าครั้งนี้กลับไปตระกูลจี้ จะให้นายเข้าร่วมผังตระกูล เปิดศาลบรรพบุรุษ เขียนใต้ชื่อของพ่อฉันว่าเป็นลูกบุญธรรม ต่อไป นายไม่เพียงเป็นลูกน้องของฉัน ปและก็ยังเป็นน้องชายของฉัน จี้ซื่อเหนียน”
ซื่อเหนียนตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า ในใจไม่เพียงตื้นตันใจ แต่รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งกว่าอะไร
“BOSS คุณดีกับผมจริงๆ…”
ถ้าหากไม่ใช่ว่าเพราะเซิงเกอกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขาอยากจะพุ่งเข้าไป แล้วโอบกอดอีกฝ่ายจริงๆ
จี้ยู่ถิงเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วหยอกล้อเขา “เก็บท่าทางซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลนี้ของนายไว้ อย่าให้สาวน้อยข้างกายนายเห็นเรื่องน่าขำ”