ตอนที่ 137
บทที่ 367 ท่านยู่รู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องบอกลาเพื่อน
October 31, 2026
เซิงเกอหลับตาลงสีหน้าเย็นชาและไม่พูดอะไร
ทนายของโจทก์ยกมือขึ้นแล้วพูดต่อว่า “จำเลยไม่ได้ตอบโต้ เพราะเธออยู่ในสภาวะที่ทุกข์ใจ ในวันนั้นเธอยิงคุณแลนซ์ ชาร์ลส์จริง ศาลที่เคารพ ข้าพเจ้าเห็นว่าเธอสมควรที่จะถูกควบคุมตัวไว้ก่อน.."
เขากำลังยื่นคำร้องปกป้องเซิงเกอต่อศาลด้วยเหตุและหลักฐาน ผู้ช่วยทนายที่กำลังบันทึกข้อความลงในโน้ตบุ๊คอยู่ข้างๆ จู่ๆก็ได้รับอีเมลหนึ่งฉบับ
ผู้ช่วยเปิดอีเมลอ่านเพียงสองบรรทัดแรก หล่อนแสดงสีหน้าตกใจออกมาแล้วรีบหันโน้ตบุ๊คไปหาองค์หญิงใหญ่
องค์หญิงใหญ่อ่านอีเมลนั้นอย่างละเอียด ยิ่งอ่านถึงช่วงท้ายตาก็ยิ่งแดงจนร้องไห้ออกมา ควบคุมอารมณ์ไม่ได้อยู่พักหนึ่ง
ผู้ช่วยทนายทำได้เพียงขัดจังหวะการพิจารณา “ขอประทานอภัยศาลที่เคารพ โจทก์อยู่ในสภาวะทุกข์ใจ ขอความกรุณาพักการพิจารณาชั่วคราว!”
คณะทนายความของตระกูลลู่กำลังรอให้ทนายของโจทก์พูดจบ ถึงจะเบิกตัวฆาตกรและหลักฐานในป้องกันตัวเองเซิงเกอปฏิเสธการฆ่า
ทันใดนั้นศาลก็สั่งพักการพิจารณาอีกครั้ง ทำให้ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
หลังจากนั้น ระหว่างการพักพิจารณาในครั้งนี้องค์หญิงใหญ่ถอนฟ้องไปโดยไม่บอกกล่าว
สงครามการพิพากษาในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าฝ่ายองค์หญิงใหญ่จะยอมแพ้แล้ว?
เซิงเกอไม่เข้าใจ ทั้งสองครั้งก่อนที่จะพักการพิจารณา หล่อนมองไปที่องค์หญิงใหญ่เห็นเธอมองโน้ตบุ๊คและสีหน้าของเธอก็ทุกข์ระทม ในอีเมลนั้นเขียนอะไรไว้กันแน่?
หรือเป็นเพราะว่าเรื่องอื้อฉาวในราชวงศ์ องค์หญิงใหญ่จึงตัดสินใจถอนฟ้อง?
ลู่ฮั๋วโอบไหล่เธอแล้วพาออกจากห้องพิจารณาคดี
ในขณะที่กำลังเดินไปถึงห้องโถงศาล องค์หญิงใหญ่และกาย ฮาโรลด์
เมื่อเดินมาถึงห้องโถงศาล องค์หญิงใหญ่กับกาย ฮาโรลด์ก็เดินออกมาจากอีกทางด้านหนึ่ง
คนทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน
องค์หญิงใหญ่จ้องมองไปที่เซิงเกอโดยไม่แสดงสายตารังเกียจ
“ลู่เซิงเกอ ตอนนี้เธอยังมีโอกาสเดินออกมา แทนที่จะถูกใส่กุญแจมือและถูกพาตัวไปในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา ต่องขอบคุณอะซู่ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ฉันจะไม่ทางปล่อยเธอไปเด็ดขาด!"
ขอบคุณหนิงเฉิงซู่?
เซิงเกอรู้สึกมึนงงไม่เข้าใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น
องค์หญิงใหญ่ใช้น้ำเสียงเย่อหยิ่งสะบัดผมแล้วเดินออกไปโดยที่ไม่ให้โอกาสเธอถามซักถาม
ลู่ฮั๋วตบไหล่เบาๆ “สาวน้อย อย่าไปคิดมาก เรื่องนี้คลี่คลายได้ก็พอแล้ว”
“ค่ะ” เซิงเกอพยักหน้า
เมื่อเดินออกมาจากห้องโถงศาล เซิงเกอเห็นชายที่นั่งพิงรถหรูคนหนึ่ง หน้าตาหล่อเหลาที่คุ้นเคยทำให้จิตใจที่วิตกกังวลของเธอเหมือนจะกลับเป็นปกติในทันใด
คือ จี้ยู่ถิง
เธอรีบวิ่งเหยาะๆขึ้นไปล้วงมือเข้าไปในเสื้อโค้ทโอบกอดเอวเขาและสัมผัสร่างกายที่อบอุ่นของเขา
“คุณฟื้นตั้งแต่เมื่อไหร่? เจ็บที่ไหนอีกไหม? ในขณะที่พี่รองยังอยู่เมืองSฉันให้เขารักษาความเจ็บปวดของคุณให้หายปลิดทิ้ง!”
ทันทีที่พบกันเธอก็พูดแต่คำที่เป็นห่วงเป็นใยเขา จี้ยู่ถิงลูบหัวของเธออย่างพอใจ ใช้เสื้อคลุมตัวที่เรียวยาวของเขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างแน่น
“ฉันอาจจะฟื้นตอนที่เธอไปขึ้นศาล ไม่ต้องเป็นห่วงทักษะทางการแพทย์ของพี่รองของเธอไม่ปล่อยให้ร่างกายของฉันติดเชื้อโรคเรื้อรัง”
ความกังวลของเซิงเกอบรรเทาลงบ้างแล้ว
จี้ยู่ถิงขยับเขาไปใกล้ๆกระซิบกระซาบข้างหูเธอ: "เซิงเซิง ฉันอยากพาเธอไปที่ที่หนึ่ง"
“ที่ไหน?”
“ถึงแล้วเธอก็จะรู้เอง” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน เขาเปิดประตูรถแล้วอุ้มเธอเข้าไปนั่งในรถอย่างระวัง
หลังจากนั้นก็หันไปถามลู่ฮั๋วกับลู่โม่ว่า:“พี่ทั้งสอง ผมขอยืมตัวเซิงเซิงไปก่อนนะ ใกล้ถึงวันตรุษจีนแล้ว หากถึงวันสิ้นปีจะขอบพระคุณพี่ๆอย่างเป็นทางการ”
ลู่ฮั๋วมีสีหน้าที่เข้าใจโบกมือไล่อย่างอดไม่ได้ “รีบไป อย่ามาหวานกันที่นี่”
ลู่โม่ไม่มีท่าทีอะไรสายตาว่างเปล่าและไม่ได้ตอบด้วย