ตอนที่ 160
บทที่ 390 เป็นเด็กดีนะเซิงเซิง ลองเรียกว่าผัวอีกรอบ มอบให้ได้ทั้งชีวิตเลย
October 31, 2026
เซิงเกอเริ่มหัวเสียแล้ว “ตกลงนี่มันเรื่องของนาย หรือของฉันกันแน่? ถ้ายังไม่กระตือรือร้น คืนนี้ฉันจะส่งนายให้คนของตระกูลนะ!”
“อย่า ผิดไปแล้วครับ”
โจ๋วซิงโฮ๋หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดน้ำบนตัว แล้วจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิง ต้องลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจ
เซิงเกอสั่งด้วยเสียงต่ำต่อ “วิ่งมาเปิดประตู”
“ครับๆๆ”
......
ทั้งสามคนมาถึงห้องกล้องวงจรปิด
ให้พนักงานดูแลกล้องวงจรปิดจัดการเปิดวีดีโอกล้องทั้งหมด ตามช่วงเวลาที่โจ๋วซิงโฮ๋เข้าไปในห้องอิงจากที่โจ๋วซิงโฮ๋จำได้ โดยเล่นวีดีโอด้วยความเร็วสิบเท่า ตรวจดูความผิดปกติด้วยกัน
ถ้าโจ๋วซิงโฮ๋ไม่ได้ทำเรื่องนี้ ถ้างั้นต้องถูกหามออกจากบาร์ไปถ่ายรูปแน่ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทิ้งร่องรอยไว้
โจ๋วซิงโฮ๋ดื่มมากเกินไป วีดีโอก็เล่นเร็วมาก กล้องหลายสิบตัวเคลื่อนไหวไปพร้อมฝูงคน เขาดูจนมึนหัว แทบจะหลับ
แต่กลัวจะถูกตี เขาจึงต้องฝืนตั้งสติ จำใจดูต่อไป
ในบางครั้ง โจ๋วซิงโฮ๋จะแอบหันหน้าอย่างระมัดระวัง เพื่อมองจี้ยู่ถิงที่อยู่ข้างๆ
พบว่าสายตาของเขาเฉียบคมมาก ดวงตาสีดำราวกับสีหมึกเคลื่อนไหวตามวีดีโอกล้องวงจรสิบกว่าคลิป ไม่มีท่าทีจะเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย
โจ๋วซิงโฮ๋ไม่อยากจะเชื่อ
คลิปวีดีโอกล้องวงจรปิดสิบกว่าคลิป เปิดเล่นพร้อมกันด้วยความเร็วสิบเท่า ถ้าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ แค่เขาคนเดียว จะสังเกตเห็นจริงเหรอ?
ทว่า ในขณะที่โจ๋วซิงโฮ๋คิดในใจอยู่นั้น ทางจี้ยู่ถิงก็สั่งให้หยุดเสียแล้ว
เขาหรี่ตาลง สั่งพนักงานดูแล “ถอยไป”
“ถอยอีก”
กล้องวงจรที่ถ่ายติดห้อง 3805 และมุมทางเดิน ในวันนี้เวลาเจ็ดโมงถึงเจ็ดโมงครึ่ง ภาพหายไปครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน
เวลาที่ปรากฎอยู่บนจอ คือเวลาเจ็ดโมงแล้วข้ามไปเป็นเจ็ดโมงสามสิบเอ็ดนาที
แต่กล้องวงจรที่เหลืออีกสิบกว่าตัวปรากฎเวลาปกติ ในเวลาเจ็ดโมงถึงเจ็ดโมงครึ่งตรงประตูใหญ่ ไม่มีการเข้าออกที่ผิดปกติ
เซิงเกอเดาได้ว่าจี้ยู่ถิงกำลังสงสัยว่า “คงจะใช้ทางเดินของพนักงาน ตรงนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด”
จี้ยู่ถิงพยักหน้า แล้วโทรศัพท์หาซื่อเหนียนทันที “โฟกัสไปที่การตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบาร์ใกล้ๆเวลาหลังเจ็ดโมง”
เมื่อวางสาย เขาก็มองไปที่พนักงาน “เคยมีคนมายุ่งกับกล้องวงจรปิด นอกจากพวกเราแล้ว ก่อนหน้านี้มีใครมาถามถึงห้องกล้องวงจรปิดอีกไหม?”
ผู้ดูแลห้องกล้องวงจรปิดฉุยเซิน สีหน้าอึดอัด “ท่านยู่ บันทึกการสอบถามเรื่องห้องกล้องวงจรปิด เป็นความลับครับ ก็เหมือนที่ท่านมาวันนี้ พวกเราไม่กล้าบอกใครครับ”
จี้ยู่ถิงไม่อ้อมค้อมกับเขา เอาหนังสือรับรองการสอบสวนจากสำนักงานสอบสวนแห่งชาติออกมาจากอก สายตาเย็นชา
“หนังสือรับรองสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ ถ้าหากนายไม่สามารถบอกฉันอย่างละเอียดได้ ถ้างั้นฉันคงต้องสงสัยว่านายได้รับผลประโยชน์อะไรไปหรือเปล่า ถึงได้จงใจปกปิด คงต้องพาตัวนายไปที่สำนักงานสอบสวนแห่งชาติก่อน”
“นี่มัน ท่านยู่ครับ” ฉุยเซินกระวนกระวายมาก
“สนใจไปค้างคืนที่สำนักงานสอบสวนแห่งชาติไหม? ถ้าสนใจ วันนี้ฉันจะจัดส่งส่วนตัวเล็กๆให้เป็นพิเศษ”
เขาข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ทำให้ฉุยเซินที่ได้ยินดังนั้นเกิดเสียวสันหลัง และตัวสั่นขึ้นมา
“ท่านยู่ผมผิดไปแล้วครับ! ผมได้รับเงินมาจริงครับ!”
ฉุยเซินล้วงบัตรเครดิตออกมาจากกระเป๋าด้วยมือที่สั่น แล้ววางบนโต๊ะอย่างง่ายดาย
“นี่คือค่าปิดปากสองแสน ผมไม่ได้แตะต้องเลยสักบาทเดียว คิดว่าคงไม่มีวาสนาจะได้ใช้แล้ว ผมจะส่งมอบให้ประเทศแต่โดยดี!”
จี้ยู่ถิงยังคงไม่ลดความโหดลง จ้องเขาเขม็งด้วยความเย็นชา “ใคร?”
“คือ...คุณชายสามแห่งหยางซื่อกรุ๊ป หยางจิ้งถง วันนี้ตอนเช้ามีแค่เขาที่มา บอกว่ามีของสำคัญหาย ต้องการเช็กดูกล้องวงจรครับ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น โจ๋วซิงโฮ๋ก็ฟิวส์ขาด
“แม่งเอ๊ย! ไอ้เวรหยางจิ้งถง! ฉันดีกับแกขนาดนี้ กลับมาลอบกัดฉัน! คิดจะทำให้ฉันจนมุม!”
เขาโกรธจนแทบทนไม่ไหว อยากคว่ำโต๊ะ โยนเก้าอี้เสียตอนนั้น