ตอนที่ 132
บทที่ 132 ปล่อยให้คุณทรมาน
October 28, 2026
บทที่ 132 ปล่อยให้คุณทรมาน
ผมเองก็หน้ามืดตามัว ถึงได้กล้าทำอะไรหลี่เกอต่อหน้าเฉินหู่อย่างนี้
แต่โชคดี หลังจากที่ใช้เวลาสงบศึกไปชั่วโมงกว่าๆ เฉินหู่ก็ยังคงหลับใหล อีกอย่างบนใบหน้าก็ยังประดับไปด้วยรอยยิ้ม แบบนี้ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด
ด้านหลี่เกอก็ร้องไห้น้ำตาอาบหน้า สุดท้ายก็ดิ้นออกจากมือผม แล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป
หลังจากใช้ชั้นในของเธอเช็ดทำความสะอาดตรงนั้น ผมก็เดินมาจุดบุหรี่สูบที่ห้องรับแขก
ผมค่อนข้างปวดหัว เรื่องนี้มันวุ่นวายเกินไป โดยเฉพาะเสียงสะอื้นที่ดังมาจากห้องน้ำเบาๆ ก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกสับสนวุ่นวาย
ดังนั้นผมจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำ จึงเห็นว่าหลี่เกอกำลังแช่น้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำ ด้วยร่างกายอันเปลือยเปล่า
ยอดอกอวบอิ่มถูกผมกำจนแดงเถือก ช่องทางของเธอยังคงมีของเหลวสีขาวหลั่งไหลออกมา ภาพเหล่านี้ทำให้อารมณ์ของผมพลุ่งพล่าน
ไม่รอช้า ผมรีบปิดประตูห้องน้ำลง แล้วไล่ต้อนหลี่เกอติดผนัง
“ไหนๆพี่ก็ต้องการแล้ว งั้นคืนนี้มาทำให้สมใจอยากเลยดีกว่า ผมจะทำให้พี่รู้สึกดีจนต้องร้องขอชีวิตเลยล่ะ!”
“เฉินเฟิง ไม่เอา ไม่เอาแล้ว ฉันไม่เอาแล้วจริงๆ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำแล้ว ฉันไม่กล้า.....อ๊า~!”
ผมอุ้มหลี่เกอวางไว้บนอ่างล้างหน้า ท่านี้อยู่ในระดับความสูงที่กำลังพอดีเลย
ในขณะที่เธอเอ่ยปฏิเสธ ผมก็เข้าไปในร่างกายของเธออีกครั้ง บังคับครอบครองท่ามกลางน้ำตาและความเสียใจของเธอ
ไม่มีลีลาพลิ้วไหวอะไรทั้งนั้น มีแต่กระแทกกระทั้นอย่างทื่อๆ เหมือนครั้งแรกของวัยรุ่นหลายๆคน
แต่ที่ไม่เหมือนก็คือ ผมอึดกว่าครั้งแรกของวัยรุ่นพวกนั้นเยอะ
ร่างกายแสนเย้ายวนสั่นไหวไปตามแรงกระแทก ตรงนั้นของเธอเปียกแฉะไปด้วยน้ำรักหนืดๆจนเกิดเสียง”แปะๆ”
ไม่ว่าหลี่เกอจะอ้อนวอนหรือครวญคราง การกระทำของผมก็ยังคงเป็นไปอย่างหยาบโลน ยังคงกระแทกใส่จนเธอนั่งไม่ติดพื้น ร่างกายของเธอสั่นและครางออกมาอย่างทรมาน......
ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ ศึกสงครามก็สิ้นสุดลงเมื่อร่างกายของทั้งสองกระตุก
หลังจากที่ผมบังคับกดหัวเธอให้เลียทำความสะอาดให้ผมเสร็จ ผมถึงได้หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่อีกครั้ง
“ไหนๆก็ทำไปแล้ว คราวหลังถ้าคันอีกก็มาหาผมได้นะ ผมยังมีอีกหลายท่าไว้ใช้กับพี่ ผมจะเอาจนตรงนั้นของพี่บวมเป่งเลยคอยดู!” ผมไม่ได้สนใจหลี่เกออีก พูดจบผมก็เดินออกมาจากห้องน้ำทันที
ตอนที่เดินผ่านห้องนอน เฉินหู่ก็ยังคงหลับฝันหวาน ผมกำหมัด จากนั้นก็เดินออกไป
ในตอนที่ขับรถกลับมาถึงที่พัก ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆแล้ว
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมก็ทิ้งตัวลงบนเตียง
ไม่จำเป็นต้องมีเทคนิคลีลาอะไร ก็ค้นพบว่าค่อนข้างเป็นที่น่าพึงพอใจเหมือนกัน อีกอย่างร่างกายของหลี่เกอก็น่าดึงดูดจริงๆนั่นแหละ แต่ติดตรงที่ว่ามีเฉินหู่อยู่ เรื่องนี้จึงเหมือนหนามที่คอยเสียดแทงเข้ามาในหัวใจของผม มันน่าหงุดหงิดมาก ผมพลิกตัวไปมาไม่สามารถหลับได้เลย
ด้วยเหตุนี้ผมจึงเดินมาที่ห้องรับแขก เปิดทีวีหาอะไรดูอย่างเบื่อหน่าย
ดูอะไรไปผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไหนๆก็นอนไม่หลับแล้วเลยอยากฆ่าเวลาไปอย่างนั้น
ส่วนหลับไปตอนไหน แม้แต่ตัวผมก็ยังไม่รู้เลย
ยังไม่ทันตื่น เสียงโทรศัพท์ก็ปลุกผมขึ้นมา คนที่โทรมาก็คือเฉินหู่
เขาโทรมาขอโทษผม บอกว่าขอโทษที่ดื่มมากไปหน่อย
ผมรู้สึกว่าคนที่ต้องขอโทษควรเป็นผมต่างหาก แต่ผมกลับไม่สามารถพูดมันออกไปได้
ดังนั้นเราจึงคุยกันอยู่สักพัก ก็วางสายไป
ผมจึงนอนต่อ ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ผมหยิบขึ้มาดู ก็พบว่าลู่ปู้หนานโทรมา
เมื่อกดรับ ลู่ปู้หนานก็เงียบ จนผมต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
“ปู้หนาน คิดถึงเธอจัง”
“พี่เฟิง พี่เป็นอะไรไป?”