ตอนที่ 137
บทที่ 137 แต่ผมนอนกับคุณไม่ได้
October 28, 2026
บทที่ 137 แต่ผมนอนกับคุณไม่ได้
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ลู่ปู้หนานไม่ต้องไปโรงเรียน ดังนั้นเธอเลยอยู่กับผมจนเบื่อที่ห้องในโรงแรมถึงเที่ยง
พวกเราล้างหน้าแปรงฟันเสร็จตอนที่กำลังเตรียมตัวออกไปหาอะไรกิน มือถือของลู่ปู้หนานก็มีเสียงดังขึ้น
เธอไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ผมได้ยินไม่ชัด แต่เหมือนว่าจะมีคนอยากชวนเธอไปกินข้าว เธอปฏิเสธ แต่ฝ่ายตรงข้ามพยายามตื๊อ สุดท้ายเธอเลยยอมตกลง
“จี้หลินน่ะ เธออยากชวนพวกเรากินข้าว อยากจะขอบคุณเรื่องไก่ทอดที่คุณส่งไปให้เมื่อวานเย็น”
“จี้หลินคือใครกัน?”
ลู่ปู้หนานเข้าใจความหมายของผมชัดเจน ยังพูดอธิบายให้ผมฟัง คือหนึ่งในเพื่อนนักเรียนของเธอ บ้านอยู่ที่เมืองหลวง เป็นคนมีคุณธรรมสูง เป็นพวกใจกว้างเปิดเผยไม่คิดหยุมหยิม
“ถ้าอย่างงั้นคุณยังกล้าพาพี่ไปเหรอ ไม่กลัวเธอจะแย่งพี่ไปจากเธอเหรอ?”
ลู่ปู้หนานยึดแขนของผมมากอด ศีรษะอิงแอบมาที่หัวไหล่ผม “กลัวซิ แต่ว่าเมื่อคืนฉันคิดได้แล้ว แค่เพียงในใจของพี่มีฉันอยู่ เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไป”
เธอเข้าใจอาชีพของผม ยิ่งเข้าใจว่าผมไม่หยุดแค่เธอคนเดียว อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีพี่สาวของเธอหยู่ถิง ในใจเธอแน่นอนว่าไม่อยากจะแบ่งให้ใคร แต่ว่า......คนอย่างผม เธอก็ยังชอบผมอย่างเอาเป็นเอาตาย ฉะนั้นเธอทำได้แค่ทำเป็นปล่อยวาง ไม่มีวิธีอื่นอีก
ผมแน่ใจในความคิดของลู่ปู้หนาน จึงมีความรักและทะนุถนอมเธออยู่บ้าง ตัดสินใจไว้แล้วว่าอย่างน้อยก็ที่เมืองหลวง ยังไงก็จะไม่ทำร้ายเธอ
ออกจากโรงแรม ผมเรียกรถไปร้านอาหารที่จองไว้
ที่ห้องส่วนตัวในภัตตาคาร ผมเจอจี้หลิน แต่มีแค่จี้หลินไม่มีแฟนของเธอ
“แฟนของเธอล่ะ ทำไมไม่เรียกเขามาด้วย”
ทักทายเสร็จแล้วนั่งลง ลู่ปู้หนานก็ถามถึงแฟนของ จี้หลิน
จี้หลินโบกมือ “ไปฉลองวันเกิด เมื่อคืนวานเลยถีบฉันออกมา ”
ฉลองวันเกิดแบบไหนกันแน่เนี่ย พิลึกน่าดู
“เมื่อคืนวานพวกคุณไม่ใช่ว่ารักหวานชื่นดูดดื่มเหรอ ไหงโดนถีบออกมาไวขนาดนี้?”
จี้หลินมองไปที่ลู่ปู้หนานอย่างว่างเปล่า ชายตามองมาที่ผมทันที “ก็จะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าคนของเธอเก่งเกินไปอย่างงั้นเหรอ หน้าตาก็หล่อเหลา แถมยังเอาอกเอาใจคนเก่งอีก ไกลแค่ไหนก็ส่งไก่ทอดมาให้ ฝึกเพลงเพื่อเธอโดยเฉพาะ แล้วยังทำให้เธอเดินเปลี่ยนไปอีก ดีจริงๆ”
ท่าทางตอนแรกลู่ปู้หนานดีใจออกมาไม่น้อย แต่พอคำพูดสุดท้ายที่เอ่ยออกมา หน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที “ตรงไหนกัน!”
คำพูดนี้นี่ ความมั่นใจสักนิดก็ไม่มี เพิ่มเติมความใจเสาะขี้ขลาดตาขาว
“เอาน่า ไม่แหย่คุณละ กินข้าวกัน!”
จี้หลินสั่งให้พนักงานเอาอาหารขึ้นโต๊ะ จากนั้นพวกเราจึงเริ่มกินอย่างอิ่มเอมเปรมปรีดิ์
บนโต๊ะอาหารเคล้าไปด้วยเสียงพูดคุยเสียงหัวเราะ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน จี้หลินเป็นพวกใจกว้างเปิดเผยไม่คิดหยุมหยิมจริงๆ เรื่องนี้ร่างกายใต้โต๊ะยิ่งรู้ซึ้งดีทีเดียว
มีเท้าเล็กๆที่ห่อหุ้มด้วยถุงน่องข้างหนึ่งสัมผัสร่างกายผมเบาๆ หยอกล้อพันเกี่ยวกับหน้าแข้งของผม เสียดสีต้นขา สุดท้ายก็ไปหยุดค้างที่ส่วนนั้นที่อยู่ระหว่างขา
ระยะห่างของผมกับจี้หลินนั้น ผมสามารถคำนวณเบื้องต้นของความยาวขานั้นได้ อย่างน้อยน่าจะต้อง110เซนติเมตรได้
ผมจำได้ มีนางแบบแซ่หลินที่มาจากแดนไกลพ้นทะเลคนแรก ความสูงอยู่ที่187เซนติเมตร ช่วงขายาว113เซนติเมตร ค่าเปรียบเทียบนี้ทำให้น่าตกตะลึงจริงๆ แต่จี้หลิน ความสูงของเธอมองยังไงก็น่าจะประมาณ168เซนติเมตร
ช่างเป็นขาที่เรียวยาวที่งดงามจริงๆ น่าทึ่งน่าหลงใหลอย่างแท้จริง ทำเอาใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ
ถ้าไม่ใช่ว่าอยู่ที่เมืองหลวง ถ้าไม่มีลู่ปู้หนาน เท้ายาวสวยหมดจดราวหยกคู่นี้ ผมคงเล่นทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก
ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีก ผมช่วยลู่ปู้หนานแกะกุ้ง ไม่ห้ามปรามแต่ก็ไม่สนับสนุน ก็แค่ไม่ยินดียินร้าย
จี้หลินก็ยังมีความแน่วแน่ บนโต๊ะยังคงหัวเราะพูดคุย มักจะหาเรื่องหยอกล้อลู่ปู้หนาน ส่วนด้านใต้โต๊ะก็ยังคงใช้ขาสวยยกขึ้นมาดำเนินการยุยงผม
ข้าวมื้อนี้ กินเวลาไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ผมยังไม่นิ่มเหลว ขาของเธอคงไม่ยอมเลิกรา
สุดท้ายตอนที่วางตะเกียบเช็ดปาก จี้หลินพูดโพล่งออกมาทันที “ยอดเยี่ยม!”
ลู่ปู้หนานถาม “อะไรยอดเยี่ยม?”