ตอนที่ 138
บทที่ 138 ช่วงนี้ไม่ค่อยราบรื่น
October 28, 2026
บทที่ 138 ช่วงนี้ไม่ค่อยราบรื่น
ลู่ปู้หนานมาส่งอย่างอาลัยอาวรณ์ ผมก็เดินทางออกจากเมืองหลวง มาขึ้นรถไฟอีกครั้ง ขณะที่กำลังหาที่นั่งของตัวเองอยู่นั้น ผมก็เจอผู้หญิงที่นั่งติดหน้าต่างคนหนึ่ง
ผมยาวงามสง่า คาร์ดิแกนยาวสีขาวหิมะ กางเกงยาวสีดำพอง รองเท้าส้นสูงสีเงินสว่าง จนกระทั่งถุงน่องสีเนื้อที่อยู่ติดกับเท้าน้อยๆในรองเท้า ผมมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เพียงแต่ที่ผมมองไม่ค่อยชัดนั่นก็คือ ใบหน้าที่สวยสดงดงามของเธอที่ถูกผมยาวบังไปครึ่งหนึ่ง แอบซ่อนเรื่องราวยังไงไว้กันแน่
ผมนั่งตรงที่นั่งข้างเธอ เธอขยับขาไปชิดฝั่งหน้าต่างอีกหน่อย
“ขาใหญ่ยาว สวยงามอะไรอย่างงี้ ให้ผมดูนี่มีอะไรหรือเปล่า?”
เธอหันหัวกลับมาทันที จากนั้นแววตาเผยให้เห็นความประหลาดใจ “ทำไมเป็นคุณอีกแล้ว ฉันเพิ่งเตรียมตัวว่าเย็นนี้จะตามหาคุณ”
พอพูดถึงตรงนี้ เธอก็ปิดปากเงียบ เห็นได้ชัดว่าพูดมากเกินไป เผลอพูดออกไป
“งั้นก็ไม่ต้องตามหาแล้วซิ จะว่าไปแล้วนี่บังเอิญเจอกันได้นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ”
เธอหัวเราะแล้วหัวเราะอีก “พรหมลิขิตจริงๆ”
ซ่อนใบหน้าครึ่งหนึ่ง กู้ฟางเฟย
ผมยังอยากจะคุยกับอะไรกับเธอต่อ จากนั้นมีผู้ชายอายุราวๆสี่สิบกว่าเดินมาใกล้ผม “นี่เป็นที่นั่งของผม คุณหลีกไป”
ผมลุกขึ้นมาหัวเราะแล้วพูด “พี่ชาย เผอิญได้เจอเพื่อน เปลี่ยนที่นั่งกันเถอะ ขอบคุณมาก!”
“ทำไมต้องทำแบบนั้น? หลีกไป!”
เขาไม่สุภาพเอาซะเลย และสายตาของเขาที่จับจ้องที่กู้ฟางเฟยผมก็เดาได้ทันทีว่าเขาอยากจะทำอะไร
ถึงแม้จะแค่อยากมองเป็นอาหารตา แต่ผมก็ไม่อยากให้เขาสมใจ
ฉะนั้นผมเลยเอาตั๋วให้กู้ฟางเฟย ให้เธอไปนั่งที่นั่งของผมก่อน หลังจากนั้นทันทีก็เอาบัตรประชาชนของเธอ ตามหาพนักงานรถไฟ ให้พนักงานช่วยดำเนินการซื้อตั๋วเพิ่มอีกสองใบ
“มีเงินให้เผา”
ตอนที่ชายอายุสี่สิบกว่านั้นเดินเข้ามาใกล้ เขาอยู่ดีๆพูดแบบนี้ออกมา
กำแพงนี้ไม่มีเรื่องให้หาเรื่องอีก
ผมหัวเราะเหอๆแล้วตรงเข้าไปกระซิบข้างหู: “ฉันแงะเงินมาจากในกำแพงแม่แก จากนั้นก็เอามาเผาให้พ่อแกไง”
ทันใดนั้นเขาก็วิ่งกระทืบเข้ามา เขวี้ยงหมัดจะมาต่อยผม
เสียดายผมรีบเตรียมตั้งรับไว้แล้ว ก็เลยต่อยไม่โดน
“ตำรวจ ผมอธิบายเหตุผลให้เขาฟังแล้ว แต่เขาไม่ฟัง แล้วเขายังจะมาต่อยคน!”
“เมิงพูดเหตุผลแม่เมิงดิ เชรดแม่ง......”
เขาด่าผมหยาบคายมาก ตำรวจรถไฟมาก็ยังรั้งเขาไว้ไม่ได้ ตอนที่คนไม่ระวังอยู่นั้นผมเลยเหยียบแรงๆไปที่นิ้วเท้า แล้วก็ใช้แรงบดเข้าไปอีก เขาก็ยิ่งโมโหขึ้นมา โบกกำปั้นใหญ่นั้นหวังจะต่อยผม จากนั้นผมก็ให้ตำรวจมากันอยู่ข้างหน้า
‘โครม’ไปหนึ่งหมัด จมูกของตำรวจแตก จากนั้นเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับผมอีก
ตำรวจรถไฟตะโกนเรียกพรรคพวก จากนั้นคนอีกหลายคนก็มาใส่กุญแจมือเขา ลากเขาไปที่ห้องตำรวจรถไฟ
ส่วนเขาจะเจอเรื่องร้ายอะไรต่อจากนี้ นั่นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมอีกแล้ว
ไอ้ปากหมา!
จูงกู้ฟางเฟยมาที่นั่งที่จัดการตอนหลัง จากนั้นเธอเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
“คุณนี่มันนิสัยไม่ดีจริงๆ ยืมมือตำรวจล้างแค้นเขา”
“นั่นไม่ใช่การแก้แค้นนะ นั่นคือเขาได้รับค่าตอบแทนที่เขาควรจะได้รับจากการปากเก่งของเขา”
กู้ฟางเฟยหัวเราะออกมา ผมเริ่มรู้สึกว่าเธอไม่ได้อยู่ที่ร้านมักจะชอบหัวเราะออกมา จุดสำคัญกว่านั้นก็คือ เธอหัวเราะออกมาแล้วดูดีมาก เหมือนตอนได้ดูซากุระบานอย่างไรอย่างงั้น ความสวยที่ไม่มีวันหมด